บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

โรงแรมบักโกรก ... 23% มีสภาพคล่องเหลือไม่ถึงเดือน

โรงแรมบักโกรก ... 23% มีสภาพคล่องเหลือไม่ถึงเดือน

     เมื่อสัปดาห์ก่อน มีตัวเลขที่น่าสนใจจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่อยากนำมาฝากกัน เกี่ยวกับแบบสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม หรือโรงแรม รีสอร์ท จำนวน 304 แห่ง ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งต้องบอกว่าค่อนข้างสาหัสไม่น้อย 

    โดยผู้ประกอบการที่พักแรมยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 และ 4 อย่างต่อเนื่อง อัตราการเข้าพักส่วนมากยังอยู่ในระดับต่ำมา ส่งผลให้เกือบ 60% ของโรงแรมที่เปิดกิจการอยู่มีสภาพคล่องลดลงจากเดือนก่อน และเพียงพอในการดำเนินธุรกิจไม่เกิน 3 เดือน

 

    ตัวเลขที่น่าวิตก จากการเปิดเผยของ สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) พบว่า 23% มีสภาพคล่องเพียงพอไม่ถึง 1 เดือน โดยกระจายอยู่ในทุกภูมิภาค  นอกจากนี้พบว่า 56.9% ของโรงแรมที่เปิดกิจการอยู่ทั้งหมด รายได้ยังกลับมาไม่ถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 และ 58% มีสภาพคล่องลดลงมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเพียงพอในการดำเนินธุรกิจได้ไม่เกิน 3 เดือน

    และเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ทรงตัวจากเดือนก่อน หากไม่รวมกลุ่มที่ปรับตัวมารับลูกค้าต่างชาติที่ทำงานในไทย และ workation/staycation รวมถึงกลุ่มที่เปิดรับนักท่องเที่ยวตามโครงการ ภูเก็ต sandbox อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 6.5% ซึ่งสมาคมโรงแรมไทยคาดการณ์อัตราการเข้าพักทั้งประเทศในเดือนส.ค. คาดว่าจะลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 8%

     ทั้งนี้ จากการสำรวจ พบว่า มีที่พักที่เปิดดำเนินการปกติ 40% ขณะที่เปิดบางส่วนมากกว่า 50% ของกิจการมีสัดส่วน 11% และเปิดบางส่วนน้อยกว่า 50% ของกิจการมีสัดส่วน 27% ในขณะที่ 22% ปิดกิจการชั่วคราว และจากการสำรวจยังพบว่า 56% ของโรงแรมที่ปิดการชั่วคราว คาดว่าจะกลับมาเปิดกิจการอีกครั้งในไตรมาส 4/64

 

    นี่ยังเป็นแค่ตัวเลขในเดือน ก.ค. ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดยังไม่ได้พีคสุดด้วยซ้ำ และน่าเป็นห่วงมากว่าในเดือนส.ค. ที่คาดการณ์ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ต่อวัน ตัวเลขดังกล่าวน่าจะเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะตัวเลขการปิดกิจการ ยิ่งกลุ่มที่มีสภาพคล่องเหลืออีกแค่เดือนเดียวเมื่อเดือนก่อนหน้า ไม่ต้องนึกถึงเลยว่าเดือนต่อมาจะเป็นอย่างไร หากผู้ประกอบการได้รับการช่วยเหลือไม่ทันท่วงที เนื่องจากการแพร่ระบาดที่ยังไม่ลดลง ทำให้รัฐบาลประกาศขยายเวลาล็อกดาวน์ออกจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ และยังมีแนวโน้มด้วยว่าหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น การล็อกดาวน์ก็คงต้องขยายเวลาออกไป เจอแบบนี้เข้าไป ผู้ประกอบการที่สายป่านสั้น คงไม่สามารถยืนระยะได้ยาวแน่ๆ
    
    โดยแบบสำรวจระบุว่า มาตรการช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการที่พักแรม ต้องการหลักๆ ก็คือ ให้รัฐบาลจัดหาและกระจายวัคซีนให้เร็วกว่าแผน การพักชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย และ การสนับสนุนค่าจ้างพนักงานเดิม ซึ่งหากรัฐบาลช่วยในเรื่องดังกล่าวก็น่าจะช่วยประคับประคองพวกเขาไปได้ ซึ่งผู้ประกอบการ 40% คาดว่าประชาชนจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ต่อวันลดลงเหลือไม่เกิน 50 ราย โดยคาดว่าจะเป็นช่วงหลังไตรมาส 4/64

    ขณะที่การลงทุนนั้น บล.เอเซียพลัส ออกบทวิเคราะห์ล่าสุด เตือนนักลงทุนว่าหลังจากนี้ต้องเตรียมรับมือกับการทยอยปรับลดประมาณการหลายบริษัทลงจากความเสี่ยง Covid-19 กลับมาระบาดแรงในช่วงไตรมาสที่ 3 โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก คือ กลุ่มท่องเที่ยว, ขนส่ง, รับเหมาฯ, บันเทิง และศูนย์การค้า ซึ่งกลุ่มโรงแรมก็หนีไม่พ้นที่จะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

    เรียกว่าหนักหน่วงสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม เพราะการระบาดระลอกล่าสุดนี้ ไม่ได้กระทบแค่รายเล็ก แต่รายใหญ่เองก็แทบจะไม่ไหวเช่นกัน เพราะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ยิ่งถ้ารัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และการฉีดวัคซีนยังล่าช้า เพราะยังคงขาดแคลนวัคซีนอยู่นั้น กว่าจะรอให้ถึงไตรมาส 4 ก็อาจจะสายเกินไป ที่จะให้ผู้ประกอบกลุ่มนี้ อยู่รอดได้ 

    จากธุรกิจดาวรุ่งในยามที่การท่องเที่ยวของประเทศกำลังไปได้สวย ในช่วงก่อนเกิดโควิด กลายเป็นดาวร่วงทันตาเห็น ซึ่งในรอบ 2 ปีมานี้ กลุ่มธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีช่วงเล็กๆ ที่พอจะลืมตา อ้าปากได้ แต่ก็ไม่พอชดเชยรายได้ที่สูญเสียไป

    เสียดายจริงๆ หากต้องเห็นโรงแรมสวยๆ หลายๆแห่ง อาจต้องปิดตัว หากสถานการณ์โควิดยังลากยาว และไร้ซึ่งสัญญาณว่าจะตัวเลขผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตจะลดลงได้อย่างไร
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh