บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

เมื่อแบงก์กลายเป็น "ยานแม่" ... ที่ไม่ใช่แบงก์อีกต่อไป

เมื่อแบงก์กลายเป็น

    เรียกว่าปฏิวัติวงการแบงก์เลยทีเดียว สำหรับก้าวกระโดดของธนาคารไทยพาณิชย์กับการประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ด้วยการจัดตั้ง บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) SCBX หรือ บริษัท ไทยพาณิชย์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือที่เรียกว่า "ยานแม่" เพื่อประกอบธุรกิจเป็นโฮลดิ้งคัมปานี 

 

    บิ๊กบอส SCB "อาทิตย์ นันทวิทยา" บอกว่าต่อไป SCB จะไม่จำกัดตัวเองที่ธุรกิจธนาคารพาณิชย์อีกต่อไป หรือจะบอกกลายๆว่าจากนี้ SCB จะไม่ใช่ธนาคารอีกแล้ว แต่จะกลายเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจทางด้านฟินเทค หรือเทคโนโลยีทางการเงิน เน้นการสร้างขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยี รวมถึงการบริหารจัดการแพลตฟอร์มทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับโลก และเข้าสู่สนามการแข่งขันแบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อที่จะอยู่รอดปลอดภัย

    การขยับตัวครั้งใหญ่ของธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของประเทศไทย หรืออดีตแบงก์สยามกัมมาจล ที่ตั้งมาตั้งแต่ปี 2449 นั้น แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ธุรกิจแบงก์ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในอนาคตจากนี้ไปที่แนวโน้มการถูก Disrupt จะชัดเจนมากจนไม่สามารถปฏิเสธได้ 

    ผู้บริหารของ SCB ยอมรับว่าแนวโน้มของการถูก disrupt นั้นเริ่มมาเมื่อหกปีก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาของการปรับโครงสร้าง SCB ครั้งนี้ และอนาคตจากนี้หลักทรัพย์ของ SCBX ก็จะเข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แทน SCB แต่ยังใช้ชื่อย่อเดิมคือ SCB และ SCBX จะมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SCB

 

    " เราได้ตั้งโจทย์และเพิ่มศักยภาพตัวเองมาโดยตลอด และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่สำคัญที่สุดในการตั้งคำถามแห่งอนาคตว่าในช่วงเวลาสามปีจากนี้ที่เข้มข้นที่สุด SCB จะต้องแปลงสภาพตัวเองอย่างไรจึงจะสามารถสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้ถือหุ้นและผู้บริโภค รวมถึงสามารถเติบโตไปกับโลกใหม่ได้ " นั่นคือคำแถลงถึงที่มาของ SCBX จากประธานจ้าหน้าที่บริหาร SCB

 

    หลายคนอาจจะบอกว่าการปรับตัวของ SCB อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ ก็แค่ปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อรับการแปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการเงินเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วในทางกลับกัน มองว่าเป็นการปฏิวัติวงการการเงิน โดยกล้าที่ออกมาตรงๆว่าธุรกิจแบงก์พาณิชย์ในปัจจุบันนี้ คงจะอยู่ไม่ได้หากยังไม่ปรับตัว เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการและความคาดหวังใหม่ของผู้บริโภคได้ และต้องยอมรับอีกอย่างว่าความสำคัญของธนาคารต่อผู้บริโภคจะลดลง และจะส่งผลลบต่อการให้มูลค่าอนาคตของนักลงทุนต่อธุรกิจธนาคารแบบดั้งเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    

 

    ขณะที่โบรกเกอร์ ก็มีมุมมองเป็นบวกต่อการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของ SCB ในครั้งนี้ ซึ่งก็สอดรับกับราคาหุ้นของ SCB ที่ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมาบวกไปเกือบ 30% จากระดับ 100 ต้นๆ มาไฮที่ 137 บาท

    อย่างเช่น ฟินันเซีย ไซรัส หรือ FSS ระบุว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้มองบวกระยะยาวกับแบงก์ โดยเฉพาะการปลดล็อค Valuation ของบริษัทลูกต่างๆ รวมถึงปันผลพิเศษในอนาคต ซึ่งเบื้องต้นจะมีมูลค่าเพิ่มราว 17 บาท/หุ้น ส่วนโกลเบล็ก ก็มองว่าเป็นการกำจัดจุดอ่อนเรื่อง bank disruption

    ทาง UOBKH ก็ยกให้ SCB เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าแบงก์อื่น เพราะมองว่าการปรับตัวที่สอดคล้องกับภาวะการแข่งขันและเร็วกว่าธนาคารอื่นจะทำให้ SCB เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าธนาคารอื่นที่ยังไม่ปรับตัว และ ASPS ประเมินว่าระยะยาวจะช่วยหนุน ROE เพิ่มเป็น 10% ได้ PBV ที่ 0.99 เท่า และทุกแห่งก็เชียร์ให้ซื้อหุ้น SCB

 

    จับตาก้าวสำคัญครั้งนี้ของ SCB และ ของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไปพร้อมๆ กัน โดยเฉพาะ 2 แบงก์ยักษ์ใหญ์ อย่าง BBL และ KBANK ว่าจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวอะไรจากนี้หรือไม่ หลังจากแบงก์ใบโพธิ์ ขยับนำไปแล้ว

    ส่วนในฐานะของผู้บริโภค ผู้ถือหุ้น ก็นั่งดูยักษ์ใหญ่เขาปล่อยหมัดเด็ดออกมาสู้กัน







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh