บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

ลุ้น บจ. ฝ่าด่านหินกำไรโค้ง 3

ลุ้น บจ. ฝ่าด่านหินกำไรโค้ง 3

      ครบถ้วนกระบวนความไปเรียบร้อยแล้วสำหรับการประกาศงบการเงินไตมาสที่ 2/64 และงวดครึ่งปีแรกของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)

 

    โดย 566 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 2.76 แสนล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 119.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 125,829 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสแรก ส่วน 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิรวม 549,887 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิรวม 223,345 ล้านบาท 

    โดยกลุ่มที่ขยายตัวดีทั้ง QoQ และ YoY ก็คือ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (Property & Construction) และกลุ่มเทคโนโลยี (Technology) กลุ่มที่กำไรลดลงก็มีกลุ่มประกัน บรรจุภัณฑ์ และกลุ่ม ICT ส่วนกลุ่มที่รายงานผลขาดทุนเลยก็คือ กลุ่มธุรกิจการเงิน (Financial)

    เรียกว่าเห็นตัวเลขแล้ว ส่วนใหญ่ยังเอาตัวรอดในไตรมาสที่ 2 ได้ และหลายๆ บริษัทเลยด้วยซ้ำที่กำไรเพิ่มขึ้นหลายร้อยเปอร์เซนต์ บางบริษัทเพิ่มเป็น 1,000% ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะฐานปีที่แล้วที่ค่อนข้างต่ำด้วย และส่วนหนึ่งก็มาจากพื้นฐานและผลการดำเนินงานล้วนๆประกอบกันไปด้วย ยกตัวอย่าง BDMS โต 217% -BJC 168% -OR 520% SPALI 312%  - COM7 114%  -ANAN โต 101.5% -SGP โต 1,323% -STA และ STGT โต 361% และ 590% ส่วน IRPC โตกระฉูด 1,213%

 

 

    อย่างไรก็ดีเราอาจจะไม่เห็นตัวเลขดีๆ แบบนี้อีกในไตรมาสที่ 3 เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าการระบาดอย่างหนักหน่วงของโควิด-19 ในช่วงเดือน ก.ค. -ส.ค. และน่าจะต่อเนื่องไปถึงเดือนก.ย. หรือตลอดไตรมาส 3 นั้น จะส่งผลกระทบต่อการผลประกอบการของ บจ. แน่นอน ไม่มากก็น้อย แล้วแต่ลักษณะธุรกิจ โดยเฉพาะการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่เดลต้า ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก จนอาจเป็นสาเหตุให้เศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นตัวช้าขึ้นไปอีก ขณะที่บ้านเรานั้นแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะมาตรการล็อกดาวน์ ที่จะยาวไปถึงสิ้นเดือนนี้ และไม่แน่ว่าจะขยายไปอีกหรือไม่นั้น ส่งผลกระทบไปแทบจะทุกภาคส่วน อีกทั้งการฉัดวัคซีนที่ล่าช้า ก็ยิ่งกลายเป็นตัวถ่วงหนักเข้าไป

 

 

    ล่าสุด บล.ทิสโก้ ระบุชัดเจนว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนน่าจะผ่านจุดสูงสุดของปีนี้ไปแล้ว ถึงแม้ผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/64ส่วนใหญ่จะดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งทิสโก้ ประเมินว่า กำไรของตลาดโดยรวม (SET EPS) มีแนวโน้มปรับลง ทั้งจากการสะท้อนทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง และผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการใช้มาตรการควบคุมการระบาดเกินกว่าสิ้นเดือนส.ค.
 

     โดยประมาณการตลาดหุ้น EPS ของตลาดในปี 64 ยังทรงตัวในระดับสูงที่ 85 บาทต่อหุ้น ซึ่งส่วนหนึ่เชื่อว่าตลาดยังคาดหวังเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล็อตใหม่ในช่วงปลายปีนี้

 

    เช่นเดียวกับ บล.เอเซียพลัส (ASPS) ที่ประเมินกำไรบจ.ปีนี้จะอยู่ที่ 8.45 แสนล้านบาท คิดเป็น EPS ที่ 73.60 บาท/หุ้น ซึ่งเอเซียพลัส มองว่ากำไรช่วงครึ่งปีแรก 64 ที่ทำได้ 5.3 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 62.7% ของประมาณการทั้งปี ดังนั้นช่วงครึ่งปีหลังนี้ กำไรบริษัทจดทะเบียนมีโอกาสลดลงถึง 40.5%

 

 

    จะว่าไปแล้ว ภาพรวมกำไร บจ. ในช่วงครึ่งปีหลัง หรือ 2 ไตรมาสจากนี้ น่าจะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์โควิดในประเทศเป็นหลัก โดยต้องติดตามว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมการระบาดได้รวดเร็วหรือไม่ หากทำได้ภายในไตรมาส 3 นี้ และสามารถผ่อนคลายมาตรการ หรือกิจกรรมบางอย่างได้เร็วขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเริ่มโงหัวขึ้นมาได้บ้างนั้น เพราะหากสิ่งที่นายกฯ บอกว่าเดือนหน้า (ก.ย.) ตัวเลขน่าจะเริ่มลดลง และเตรียมจะเริ่มคลายล็อกบางกิจการ เป็นจริง ก็ยังเห็นความหวัง หรือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์บ้าง เช่น กลุ่มธุรกิจโรงแรม การบิน ที่ปีนี้ยังไงก็คงไม่กำไร แต่อย่างน้อยให้หายใจได้บ้างเพื่อให้ธุรกิจไปต่อก็น่าจะเป็นเรื่องดี

    เชื่อว่าตอนนี้ผู้ประกอบการก็เกาะติดสถานการณ์ และตัวเลขกันทุกวันอยู่แล้ว หากตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มลดลงต่ำกว่า 2 หมื่น ได้หลายวันขึ้น ยอดผู้เสียหายต่ำกว่าหลัก 100 ก็น่าจะเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น เพียงแต่หากมองว่าการดำเนินการต่างๆ ของรัฐบาลยังล่าช้า ทั้งการฉีดวัคซีน การตรวจเชิงรุกที่ยังไม่มากพอ และตัวเลขผู้ติดเชื้อที่อาจมากกว่า 2 หมื่นรายไปจนถึงสิ้นปี ก็เป็นเรื่องลำบากที่กำไร บจ. จะดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก

 

    ส่วน SET Index นั้นก็ฝากไว้กับสถานการณ์โควิดไม่แพ้กัน เพราะทุกวันนี้ดัชนีก็ไซด์เวย์ ขึ้นๆ ลง ๆ นักลงทุนส่วนใหญ่ ลงทุนด้วยใจรักมากกว่าจะคาดหวังว่าจะได้เห็นโควิดในประเทศดีขึ้น เพราะดูแล้วก็ยังแทบไม่มีลุ้นว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาระลอกนี้จบเมื่อไหร่ ในฐานะประชาชนก็คงต้องทำใจ และเพลย์เซฟกันไว้ส่วนหนึ่งเพื่อความปลอดภัยด้วย







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh