บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

ไม่ถังแตก - ไม่ขึ้น VAT ... เข้าใจตรงกันนะ

ไม่ถังแตก - ไม่ขึ้น VAT ... เข้าใจตรงกันนะ

     อยู่ดีๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวว่ารัฐบาลจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ก็ดังกระหึ่มขึ้นมาอีก เพราะมีการคาดคะเนกันว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันที่รัฐฯ ต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล เพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด จนทำให้ฐานะการคลังเริ่มง่อนแง่นและเข้าข่ายถังแตก ดังนั้นการขึ้น VAT จึงเป็นทางออกที่น่าจะใช่ที่สุด เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าของรัฐฯ เพราะภาษีส่วนนี้เป็นรายได้สำคัญของรัฐฯ และจัดเก็บได้ต่อปีมากกว่า 80%


    บางคนอาจจะลืม หรือจำกันไม่ได้แล้วว่า จริงๆ ประเทศไทยได้กำหนดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 10% มาตั้งแต่เริ่มใช้เมื่อ พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา แต่ว่ามีการตรากฎหมาย หรือออกเป็นพระราชกฤษฎีกาลดภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือ 6.3% บวกกับอีก 0.7% หรือ 1 ใน 9 ของ VAT คือภาษีท้องถิ่นที่จะถูกโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และที่เหลืออีก 8 ส่วนจะถูกโอนให้แก่รัฐบาลกลาง จึงทำให้เราเสียภาษีส่วนนี้ในอัตรา 7% ซึ่งรัฐบาลก็ต่ออายุ ขยายเวลาการลดภาษีมาทุกปีจนถึงปัจจุบันนี้

    เมื่อมีข่าวทุกครั้งว่าจะปรับขึ้นไปที่ 10% จึงทำให้คนส่วนใหญ่อ่อนไหวเป็นพิเศษ เพราะว่า VAT นั้นเป็นภาษีที่เก็บจากการซื้อขายสินค้า และบริการ ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชน ง่าย ๆก็คือเป็นภาษีที่ส่งผลต่อปากท้องของประชาชนโดยตรงนั่นเอง 

    ดังนั้นพอมีข่าวว่ารัฐบาลจะขึ้นภาษีก็เลยไม่แฮปปี้ เนื่องจากการขึ้นภาษีส่วนนี้จะทำให้ราคาสินค้าและบริการปรับขึ้นไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แบบนี้ไม่วิตกก็คงจะไม่ได้แล้ว

 


    อย่างไรก็ดี ล่าสุด นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ได้ชี้แจงและยืนยันว่ารัฐบาลยังไม่มีแนวทางจะขึ้นภาษีแน่นอนภายใน 2 ปีนี้ ขณะที่ยังจะขยายเวลาการลด VAT ออกไปอีก เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย ส่วนข่าวลือที่เกิดขึ้น ก็น่าจะมาจากกระแสข่าว ที่ประชุมครม. นัดที่ผ่านมา มีการหารือถึงการจัดเก็บภาษีของประเทศไม่เข้าเป้ามากกว่า จนกลายเป็นที่มาของการขึ้นภาษี

    ทั้งที่จริงๆแล้ว ไม่มีสัญญาณใดๆที่บอกว่ารัฐบาลจะถังแตก เพียงแต่ในที่ประชุมฯ มีการรายงานเรื่องความเสี่ยงทางการคลัง ซึ่งเป็นการรายงานประจำปีที่ต้องรายงานตามวาระเพื่อทราบ ไม่มีสาระสำคัญใดๆ ที่ต้องน่าห่วง

 


    ดังนั้นเรื่องขึ้น VAT จึงเป็นข่าวที่มีให้เห็นและได้ยินกันเป็นประจำทุกปี ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจแย่ก็มีข่าวว่าจะขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้ หรือแม้แต่ตอนเศรษฐกิจดี ก็บอกว่าจะขึ้นอีก เนื่องจากเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสม เสียงต่อต้านน้อยลง เพียงแต่ในภาวะที่เศรษฐกิจส่อเค้าวิกฤตจากโควิดแบบนี้ ข่าวการขึ้นภาษีเลยดูเหมือนเป็นการซ้ำเติมประชาชน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ไม่มีทางที่จะรัฐบาลจะขึ้นภาษีตอนนี้


    หนำซ้ำการลดภาษีที่จะครบกำหนดภายในวันที่ 30 ก.ย.64 แน่นอนว่ารัฐบาลจะยืดออกไปเป็น 30 ก.ย.65 ซึ่งก็จะมีการประเมินปีต่อปีว่าควรลดภาษีฯ ต่อไปหรือไม่ ซึ่งในส่วนของกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ก็บอกการขึ้นภาษีนั้นไม่ได้อยู่ในแผนของกระทรวง แต่จะเน้นภาพรวมของการปรับโครงสร้างภาษี เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกิดความยั่งยืนในอนาคตมากกว่า โดยจะใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 1 ปีซึ่งเรื่องที่จะเน้นเป็นพิเศษ ก็คือการขยายฐานภาษีให้ผู้ที่อยู่นอกระบบภาษีเข้ามาอยู่ในระบบมากขึ้น และการเพิ่มประสิทธิภาพนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้สามารถตรวจสอบได้


 

    ข่าวลือก็ยังเป็นข่าวลือต่อไป เบาใจกันได้ว่ายังไงเราก็ยังเสีย VAT ในอัตรา 7% ต่อไปอย่างน้อยอีก 2 ปี หรือเอาจริงๆ ถ้าเกิดไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่เพื่อลด VAT เป็นการชั่วคราว แล้วกลับไปใช้อัตรา 10% เราก็จะเสียภาษีตามที่กฎหมายกำหนดอยู่เดิม ไม่ได้เป็นการปรับเพิ่ม VAT แต่อย่างใด (ตามกฎหมายนะคะ)







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh