บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

เดจาวู...โควิดระลอก3 สะกิดสงกรานต์

เดจาวู...โควิดระลอก3 สะกิดสงกรานต์

จากที่คิดว่าสงกรานต์ปีนี้ ที่อย่างน้อยแม้จะไม่มีการเล่นน้ำ สาดน้ำกัน เพราะสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันยังไม่น่าไว้วางใจ แต่ไปๆมาๆ ปีนี้ อาจจะไม่ต่างจากปีที่แล้ว เหมือนเดจาวู ไปปีก่อนยังไง ยังงั้น 


เพราะตอนนี้การแพร่ระบาดของโควิดติดกันง่ายที่คาดคิดไว้ แถมยังติดกระจายไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากคลัสเตอร์ที่ผับย่านทองหล่อ จนลุกลามติดกันทั่วทั้งวงการบันเทิง นักร้อง นักแสดง ไม่เว้นแม้แต่นักการเมือง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยเฉพาะวงการบันเทิงที่รอบนี้ทั้งติด ทั้งกัก กันแบบสั่นสะเทือนวงการ มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา


 

ไม่ต้องสงสัยว่า การระบาดครั้งนี้ เป็นการระบาดระลอกที่ 3 แถมยังระบาดหนัก ระบาดเร็ว ระบาดมากกว่าครั้งไหนๆ เพราะคนติดเชื้อไม่แสดงอาการ ในขณะที่สถานประกอบการเองก็ไม่เข้มงวดเท่าที่ควร ประชาชนก็การ์ดตก ประมาท ส่วนหน่วยงานรัฐฯ ก็ต้องถามว่า มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด จริงจังมากแค่ไหน ในการควบคุมและดูแลการระบาด ดังนั้นพอเป็นแบบนี้ ก็ไม่ต้องไปโทษใครว่าเป็นตัวการให้เกิดการระบาดรอบที่ 3

 

โควิดที่กลับมาระบาดหนักในคราวนี้ น่าจะเป็นงานหนักของรัฐบาลมากขึ้นไปอีก รอบแรกผ่านไปเราเอาอยู่ รอบที่ 2 ก็เริ่มทำท่าจะดีขึ้นจนเริ่มคลายล็อกได้ แต่พอมารอบนี้ ที่บอกว่าเป็นการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อังกฤษ ซึ่งกระจายได้เร็ว กว่าสายพันธุ์ก่อนหน้า เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องใช้สรรพกำลังเพิ่มอีกเท่าไหร่ เพื่อควบคุมการระบาด 

 

เพราะอย่าลืมว่าสงกรานต์ปีนี้ เราไม่ได้ห้ามประชาชนให้เดินทางเหมือนคราวก่อน แม้บรรยากาศจะไม่ต่างกันเท่าไหร่ก็ตาม เพราะฉะนั้นการเดินทางของประชาชนจึงเป็นความเสี่ยงให้เกิดการแพร่กระจายมากขึ้นไปอีก

 

แม้ล่าสุดหลายจังหวัดเริ่มออกระเบียบให้ประชาชนทีมาจากจังหวัดพื้นที่สีแดง 5 จังหวัด คือกรุงเทพ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และนครปฐม แต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะคุมอยู่ ดังนั้นประชาชนจึงต้องระมัดระวังตัวเอง ดูแลตัวเองเป็นด่านแรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ


 

 

เราอาจยังประเมินไม่ได้ว่า การระบาดรอบนี้จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากน้อยแค่ไหน แต่รับรองงว่าเป้าหมายจีดีพี 4% ที่ท่านนายกฯ ลุงตู่บอกไว้ ยากแน่ๆ เพราะขนาดไอเอ็มเอฟยังออกมาหั่นจีดีพีปีนี้ของเราเหลือโต 2.6% จากเดิม 2.7% เพราะมองว่าการกลับมาทำให้เศรษฐกิจโตก่อนโควิดนั้นยังเป็นเรื่องยากสำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่ และกำลังพัฒนา ยิ่งหลายประเทศล่าช้าเรื่องการกระจาย และฉีดวัคซีน ก็ยิ่งเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาได้เร็ว ซึ่งประเทศไทยนั้น ก็หวังการมาของวัคซีนรอบใหม่อีก 5 ล้านโดส น่าจะช่วยให้ประชาชนในประเทศมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น และลดการแพร่ระบาดลงได้บ้าง

 

นอกจากนี้ข่าวล่าสุด ที่น่าวิตกไม่น้อยก็คือ IMF ได้คาดการณ์ว่าหนี้สาธารณะทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 98.9% เมื่อเทียบกับจีดีพี ก่อนที่จะเพิ่มไปอยู่ที่ระดับ 99.9% ในปี 2565 เพราะหลายประเทศเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19


 

แต่อย่างไรก็ดี เอาเป็นว่าขอให้ประเทศไทยผ่านรอบนี้ไปให้ได้โดยเร็ว แม้จะยอมรับว่าคลัสเตอร์ทองหล่อ คราวนี้้หนักหนาสาหัส สากรรจ์ จนเราต้องกลับมาระแวดระวังกันอีกครั้ง การ์ดต้องไม่ตก เพราะนี่ยังไม่ผ่านกลางปีเลยด้วยซ้ำ มาตรการที่หวังจะเปิดประเทศ ให้ต่างชาติเข้ามา เอาแค่ภูเก็ตโมเดล ตอนนี้ก็ยังไม่รู้จะหมู่หรือจ่า รัฐบาลอาจต้องกลับมาทบทวนกันอีกรอบ

และที่แน่ๆ โควิดครั้งนี้ รัฐบาลอาจไม่รู้ว่าจะหาเงินที่ไหนมาาเยียวยากันอีกแล้ว







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh