บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

เยียวยาทั่วไทย แต่ไม่ทั่วถึง

เยียวยาทั่วไทย แต่ไม่ทั่วถึง

วันอาทิตย์ที่ 21 ก.พ. นี้แล้ว ที่กลุ่มผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่จะได้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล จำนวน 4,000 บาท ในโครงการเรารักกัน หลังจากก่อนหน้านี้รัฐบาลเปิดหลากหลายมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็น โครงการเราไม่ทิ้งกัน เราเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน เราชนะ โดยใช้วงเงินในการเยียวยาไปแล้วหลายแสนล้านบาท


ตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิดเมื่อต้นปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ เราจะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีความพยายามที่จะช่วยเหลือประชาชนจากวิกฤตครั้งนี้ให้ได้มากที่สุด แต่ดูเหมือนว่าสารพัดโครงการที่ออกมานั้น อาจดูเหมือนไม่ตรงใจ ไม่ตรงจุด และมีช่องโหว่ให้เกิดดราม่าอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แจกเงิน 15,000 บาท ในโครงการเราไม่ทิ้งกัน แล้วเกิดปัญหาเรื่องคุณสมบัติของประชาชนที่ลงทะเบียน จนทำให้ไม่สามารถแจกจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนได้ตามกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

เพราะฉะนั้นโครงการหลังจากนั้น รัฐบาลจึงกรองคุณสมบัติเข้มขึ้น แต่ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นว่าสิ่งที่กำลังทำก็กลับเกิดปัญหาไปอีก เพราะเอาจริงประชาชนก็ยังได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลไม่ทั่วถึงอีกอยู่ดี อย่างล่าสุด “เราชนะ” ที่รัฐบาลกลับเอาข้อมูลผู้มีเงินได้ 300,000 บาทในปีภาษี 2562 มาเป็นข้อกำหนด จนทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับเงินเยียวยา ทั้งที่จริงๆแล้ว เป็นเงินได้ก่อนเกิดโควิดด้วยซ้ำ 

อีกทั้งทำไมรัฐบาลจึงจำกัดการเข้าถึงเงินช่วยเหลือกับประชาชนที่เสียภาษีอยู่เสมอ ทั้งที่สถานการณ์แบบนี้ ทุกคนได้รับความเดือดร้อนไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะอาชีพอิสระ หรือมนุษย์เงินเดือน ซึ่งต่างก็มีหน้าที่เสียภาษีเป็นรายได้ให้กับรัฐบาล

 

ง่ายๆ เลย ไม่ว่ารัฐ จะออกมาตรการอะไร เราจะเห็นได้ว่า "ชนชั้นกลาง" มักจะไม่ค่อยได้อะไร ทั้งที่เสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกปี แต่กลับกลายเป็นกลุ่มที่ต้องเสียสละแทบทุกครั้งที่รัฐบาลเยียวยาประชาชน จริงๆ ก็ไม่อยากจะไปเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือแม้แต่สิงคโปร์ เพื่อนบ้านของเรา ที่ประชาชนเสียภาษีให้กลับประเทศ จะได้รับเช็คเงินสดเยียวยาถึงประตูบ้านทันที 


ดังนั้นโครงการ “เรารักกัน” ที่เยียวยาผู้ประกันตน มาตรา33 นั้นจึงน่าจะถูกใจ มนุษย์เงินเดือนที่ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ประกันตนอยู่แล้ว แต่รัฐฯ กลับมามีเงื่อนไข เรื่องการมีบัญชีเงินฝาก 5 แสนบาทขึ้นไป จะไม่ได้รับเงินเยียวยาอีก ทั้งที่คนทำงานกับการมีเงินเก็บ เงินฝาก มันก็สมควรจะต้องมีหรือไม่ ซึ่งจำนวนเงินฝากที่ระบุมานั้น ไม่ควรเอามาเป็นเงื่อนไขด้วยซ้ำ หากรัฐบาลจะย้อนมาดูว่าปัจจุบันเขามีหนี้สิน หรือได้รับความเดือดร้อนไม่ต่างกัน กับคนหลายๆ กลุ่ม ที่ได้รับเงินเยียวยา

ใครๆ ก็อยากได้เงินเยียวยา หรือช่วยเหลือกันทั้งนั้น บางทีถ้าจ่ายให้ประชาชนในประเทศ ที่มีสำมะโนประชากรอย่างถูกต้อง ตั้งแต่แรก รัฐบาลก็คงไม่ต้องมานั่งเจอดราม่าในทุกๆ ครั้งที่เปิดโครงการเยียวยาเหมือนปัจจุบัน


แบบนี้เยียวยาประชาชนทั่วประเทศก็จริง แต่กลับไม่ทั่วถึงอย่างที่คิด







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh