บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

ค้าปลีก-โรงแรม ลุ้นงบปีหน้าฟื้นเต็มที่

ค้าปลีก-โรงแรม ลุ้นงบปีหน้าฟื้นเต็มที่

    ไม่มีอะไรผิดคาดสำหรับผลประกอบการไตรมาสที่ 3/64 ของกลุ่มค้าปลีก และโรงแรม ในปีนี้ หลังจากการระบาดอย่างหนักหน่วงของโควิด-19 ฉุดกำลังซื้อ การบริโภค การใช้จ่าย การท่องเที่ยวในประเทศ แทบหยุดชะงัก โดยเฉพาะการล็อกดาวน์กว่า 2 เดือน จนทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจทรุดหนัก และคาดว่าทั้งปีน่าจะเติบโตไม่ถึง 1%

 

    โดยกลุ่มค้าปลีกนั้นยักษใหญ่ อย่าง เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ถึงกับพลิกขาดทุนกว่า 2 พันล้านบาท จากกำไรปีก่อน 837 ลบ. หรือลดลง 367.67% ซึ่งปัจจัยหลักๆ ก็เกิดจากสถานการณ์โควิด ช่วงก.ค.-ส.ค. ที่ทำให้บางสาขาที่อยู่ในพื้นที่แพร่ระบาดระดับสีแดงเข้มต้องปิดสาขาจากมาตรการล็อกดาวน์

    ขณะที่ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือ BJC ก็ไม่แพ้กัน แม้จะไม่ถึงกับขาดทุน แต่กำไรไตรมาส 3 ลดลงกว่า 65.4% เนื่องจากยอดขายสินค้า-บรรจุภัณฑ์-ค้าปลีกและค่าเช่าลดลงในช่วงล็อกดาวน์ ส่วน CPALL ยักษ์ใหญ่อีกแห่ง ก็กำไรหด 62.7% เพราะถูกล็อกดาวน์ไป 29 จังหวัด กระทบร้าน 7-Eleven กว่า 70% ส่งผลให้รายได้จากการขายวูบทันที

    ส่วนโฮมโปร และ อินเด็กซ์ ก็ได้รับผลกระทบจากโควิดไม่ต่างกัน เพราะกำไรลดลงทั้งคู่ 37% และ 61% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าจะมีรายได้ในส่วนของการขายออนไลน์มาช่วยแล้วส่วนหนึ่ง จะมีก็แต่ COM7 ที่รอดตัวกำไรโตกว่า 52% หลังปรับกลยุทธ์ เปิด Pop Up Store -ร้าน Stand Alone และยอดขายออนไลน์ที่เติบโตในช่วงล็อกดาวน์ เนื่องจากสินค้าไอทีมีความต้องการสูง

 

    เพราะฉะนั้นเห็นแบบนี้แล้ว แทบจะไม่มีพลิกโผสำหรับผลงานในปีนี้ของกลุ่มค้าปลีกที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา เพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่า สถานการณ์โควิดในประเทศปีนี้ ย่ำแย่ยิ่งกว่าปี 2563 เสียอีก เช่นเดียวกับกลุ่มโรงแรม ที่เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้ค้าปลีก แถมยังจะหนักกว่าด้วยซ้ำ อย่างไรก็ดี กลุ่มโรงแรมเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่องใน Q4/64 และหลายแห่งเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตมาส 3 นี้แล้ว โดยมีผลขาดทุนลดลง

    ล่าสุด บล. ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) คาดว่าผลประกอบการกลุ่มโรงแรมดีขึ้น โดยขาดทุนน้อยลง ซึ่งแนวโน้มไตรมาส 4/64 คาดว่าผลประกอบการน่าจะดีขึ้นกว่าไตรมาส 3/64 คือขาดทุนน้อยลง และยังมองผลประกอบการในไตรมาสถัดไปก็จะขาดทุนน้อยลงเรื่อยๆ แม้โดยรวมยังขาดทุนอีกหลายไตรมาส เพราะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่วนใหญ่เป็นโรงแรม 5 ดาว และช่วงที่ผ่านมาขายราคาถูกมาก ถึงแม้เปิดเมือง การท่องเที่ยวแล้วก็ตาม เนื่องจากประเมินว่าการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพักต้องมีอัตราใช้ห้องพัก 50% ที่พอจะคาดหวังให้ผลประกอบการพลิกกลับมาเป็นบวกได้ มองไตรมาสที่คาดหวังจะลุ้นผลกำไรได้น่าจะปลายปี 65 หรือกลางปี 65 เป็นต้นไป หรือไม่ก็ต้นปี 66

 

    ดังนั้นทั้งค้าปลีก ทั้งโรงแรม คงต้องมองข้ามช็อตไปที่ปีหน้า หรือปี 65 ซึ่งหากการระบาดไม่กลับไปเกิดซ้ำอีกครั้งจากการเปิดเมืองเมื่อตอนต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา หรือแม้จะเกิดแต่ก็ยังสามารถควบคุมไม่ให้ขยายวงกว้าง เนื่องจากการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชาชนได้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ก็น่าจะเห็นผลงานฟื้นกลับมา แม้จะไม่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิดก็ตามที เรียกว่าอาจจะค่อยๆ ลืมตาอ้าปากขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมและการท่องเที่ยว หากปีหน้า การเดินทาง หรือการเปิดเมืองทำได้มากขึ้น

    ด้านค้าปลีกนั้น ตอนนี้ก็กำลังลุ้นมาตรการช้อปดีมีคืนจากรัฐบาล มาช่วยกระตุ้นอีกแรง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ก็ออกมากระทุ้งรัฐบาลให้รีบเคาะมาตรการดังกล่าว มาเป็นไม้ตายสุดท้ายของปีนี้ เพราะคาดว่าจะช่วยให้เงินสะพัดได้ 3 - 4 แสนล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งหากรัฐบาลอนุมัติก็น่าจะช่วยหนุนผลงานกลุ่มค้าปลีก และที่แน่ๆ คือการกระตุ้นการใช้จ่าย และเศรษฐกิจภายในประเทศ

 

     เพราะฉะนั้นปีนี้ ก็ได้แค่ประคองตัวให้อยู่รอดไปอีกปี ส่วนปีหน้าไว้ค่อยจัดเต็มสูบ แต่ที่แน่ๆ ต้องลุ้นว่าโควิด-19 จะบรรเทาพิษสงลงด้วยนะ







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh