บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

ซีพี กางปีกกินรวบทุกธุรกิจ

ซีพี กางปีกกินรวบทุกธุรกิจ

     ในที่สุดข่าวที่ลือกันมาตั้งแต่ต้นปีก็เป็นจริงเสียที ภายหลัง บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) และ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ประกาศศึกษาแผนควบรวมกิจการ ผ่านการจัดตั้งบริษัทใหม่ ภายใต้ชื่อ"ซิทริน โกลบอล"เพื่อใช้รองรับการแลกหุ้น และ ทำเทนเดอร์ฯ โดยกำหนดราคาเทนเดอร์ฯ ของ TRUE ไว้ที่ 5.09 บาท/หุ้น ส่วน DTAC หุ้นละ 47.76 บาท

 

    การประกาศดีลครั้งนี้ ทำให้ในช่วง 5 ปีหลัง (59-64) ดีลของ "กลุ่มซีพี" มีมูลค่ารวมกว่า 5 แสนล้านบาท ตั้งแต่ซื้อกิจการ - ควบรวมกิจการ ในการขยายอาณาจักร โดยดีลใหญ่สุดก่อนหน้านี้ก็คือ ดีล CPALL - CPF ร่วมซื้อ"Tesco Lotus" เมื่อปี 63 มูลค่าสูงสุด 3.3 แสนล้านบาท ส่วนล่าสุด TRUE ควบรวม DTAC คาดว่าหากดีลเสร็จสิ้นลงจะทำให้บริษัทใหม่ มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2.5 แสนล้านบาท

    นอกนั้นก็เป็นดีลการเข้าซื้อกิจการฟาร์มหมูในจีนของ CPF เมื่อปีที่แล้ว จำนวน 43 บริษัท ที่มีมูลค่าแสนล้านบาทขึ้นไป ขณะที่มีดีล มูลค่ามากกว่าพันล้านบาท อีก 3 ดีล คือ การซื้อธุรกิจสุกรในประเทศรัสเซีย ปี 64 ต่อด้วย ดีลของ TRUE ที่เข้าไปซื้อหุ้น บริษัท ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) จาก บมจ.ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต และ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ไทยพาณิชย์ ในปี 60 และ CPF ซื้อหุ้น SuperDrobZaklady Drobiarsko-Miesne S.A. จำนวน 1 แสนหุ้น คิดเป็น 33% ของหุ้นทั้งหมด เมื่อปี 59 

 

    จะเห็นได้ว่า การขยายอาณาจักรธุรกิจของซีพี ในช่วง 1-2 ปีหลังนี้ พวกเขาจะเน้นเข้าไปครอบครองความยิ่งใหญ่ ในธุรกิจหลักๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นค้าปลีกและล่าสุด ก็คือ สื่อสารโทรคมนาคม จนกลายเป็นประเด็นใหญ่เรื่องของการผูกขาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนหน้าก็ดีลโลตัส และปัจจุบันก็ดีลกับ DTAC ซึ่งเชื่อว่า ซีพีเองก็น่าจะทราบดีอยู่แล้ว ก่อนที่จะตัดสินใจควบรวมธุรกิจ ว่าจะต้องมีความคลางแคลงใจเกิดขึ้น ซึ่งก็มีจริงๆ

    โดยเฉพาะกรณีล่าสุด ที่ กสทช. ระบุว่าพร้อมจะติดตาม-ตรวจสอบความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และเตรียมส่งหนังสือให้ทั้ง 2 เจ้าชี้แจงเหตุจำเป็น-ผลกระทบเป็นระยะๆ เพราะในฐานะประชาชนคนใช้บริการ ก็ต้องย้อนกลับมาถามว่าการควบรวมครั้งนี้ และกับอนาคตที่จะเหลือผู้ให้บริการแค่ 2 รายนั้น พวกเขาจะได้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน อย่าลืมว่าเมื่อผู้ให้บริการลดลง การบริการ การแข่งขันเรื่องของโปรโมชั่นๆ ต่างๆ ที่เคยได้รับ จะลดลงไปด้วยหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป

 

    อย่างไรก็ดี มุมมองของโบรกเกอร์ บล.เอเซียพลัส (ASPS) มองว่า การประกาศควบรวมครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกรอบหนึ่งของอุตสาหกรรม โดยเชื่อว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมจะดีขึ้น โดยเฉพาะ ขนาดบริษัทใหม่ (TRUE+DTAC) ขึ้นมาใกล้เคียง ADVANC ทั้งคลื่นในมือ ความครอบคลุมโครงข่าย และจำนวนลูกค้า ขณะที่เป้าหมายชัดเจนของบริษัทใหม่ที่เน้นการขยายไปยังธุรกิจใหม่ๆ เชื่อว่าจะเปลี่ยนภาพการแข่งขันสู่การนำเสนอความแตกต่างบริการแต่ละฝ่าย

    ASP ยังมองว่า ภาพใหญ่อุตสาหกรรมฯ น่าจะได้ประโยชน์ และมีโอกาสหลีกเลี่ยงสถานการณ์สร้างภาระต้นทุนสูงในระยะยาว เช่นกรณีประมูลคลื่นยุค 4G ที่มีราคาแพงได้ง่ายขึ้น

 

    นอกจากนี้ โบรกเกอร์ ส่วนใหญ่ ก็ออกมาตอบรับดีลครั้งนี้ โดยการพร้อมใจกันเพิ่มราคาเป้าหมาย ให้ทั้งหุ้น TRUE DTAC และรวมถึง ADVANC ด้วย โดย บล.กสิกร ให้เป้า DTAC ที่ 43.97 บาท TRUE 5.2 บาท และ ADVANC 224.94 แนะนำ ซื้อ บล.เอเซียพลัส ให้ DTAC 53.40-61.80 บาท TRUE ที่ 5.20-6 บาท และ ADVANC ที่ 245 แนะนำซื้อ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้ DTAC ที่ 42 บาท TRUE ที่ 4.2 บาท และ ADVANC ที่ 220 บาท แนะนำ เก็งกำไร

    ส่วนที่หลายคนมาถามคนเขียนว่า จบดีลนี้แล้ว ดีลต่อไปของกลุ่มซีพี จะเป็นอะไร เพราะเอาจริงๆ แล้วตอนนี้ ก็แทบจะไม่มีอะไรแล้วที่ซีพีไม่ได้ทำ ไม่ว่าจะธุรกิจการเกษตรแทบจะทุกผลิตภัณฑ์ในประเทศ ธุรกิจค้าปลีกที่มีทั้ง โลตัส แมคโคร เซเว่น อีเลฟเว่น ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม TRUE ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซีพีแลนด์ ธุรกิจยานยนต์ อย่าง MG ยังไม่รวมธุรกิจในต่างประเทศ ทั้ง เวชภัณฑ์ การเงิน การธนาคาร และอีกหลากหลายธุรกิจนับไม่ถ้วน ที่ช่างกว้างใหญ่ไพศาล เหลือเกิน

 

    ต้องถามดีกว่า มีอะไรบ้างที่ "ซีพี"  ยังไม่ได้ทำ ในสยามประเทศ







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh