บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

เปิดประเทศ ท่ามกลางความเสี่ยง

เปิดประเทศ ท่ามกลางความเสี่ยง

    ทันทีที่นายกรัฐมนตรีประกาศเปิดประเทศแบบไม่ต้องกักตัวในวันที่ 1 พ.ย. ที่จะถึงนี้ หลายคนอาจจะคิดเหมือนกันว่า จะไหวเหรอ เพราะท่ามกลางความเสี่ยงในประเทศที่ยังมีอยู่ ทั้งจากจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่ยังติดกันหลักหมื่นแทบทุกวัน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตแม้จะลดลง แต่ก็ยังต้องคอยติดตาม เนื่องจากตัวเลขยังไม่นิ่ง
 

    
    ขณะที่ล่าสุดก็เกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ ซ้ำขึ้นมาอีก โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ 1 ในจังหวัดที่เป็นเป้าหมายหมายเปิดรับนักท่องเที่ยวเสียด้วย ล่าสุดตอนนี้คลัสเตอร์ ที่ตลาดเมืองใหม่ และตลาดเมืองสมุทร กระจายไปแทบทุกอำเภอ และส่วนมากเป็นการติดเชื้อในครอบครัว ในขณะที่อีกไม่กี่วันจะเปิดประเทศ

    นี่ยังไม่รวมยอดติดเชื้อใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ติดกันระดับพันคนแทบทุกวัน เนื่องจากประชาชนยังได้รับวัคซีนค่อนข้างน้อย ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ สวนทางจังหวัดอื่นๆ

    เพราะฉะนั้น เห็นแบบนี้แล้วบอกเลยว่าหวาดเสียวกับการเปิดประเทศ ที่กำลังจะมาถึงในอีกประมาณ 2 สัปดาห์กว่าๆ นี้ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เข้าใจว่าการเปิดฯ จะช่วยให้ประชาชน และผู้ประกอบการในธุรกิจโรงแรม ท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ได้ลืมตาอ้าปากได้บ้าง หลังจากได้รับผลกระทบหนักหน่วงมาตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นมา เรียกว่าเปิดก็ยังพอมีโอกาสรอดได้บ้าง

    แต่อย่างไรก็ดี รัฐบาลก็ต้องวางมาตราการในการควบคุมและดูแลให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบตามมา เพราะเมื่อเปิดประเทศย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ที่จะไม่เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นตามมา เพราะการเปิดประเทศไม่ใช่ว่าสักแต่จะเปิด โดยไม่คิดหน้า คิดหลัง เพราะหากเกิดอะไรขึ้นมา มันอาจจะหนักหน่วงเหมือนในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ก่อนจะทำ มีการประเมินรอบด้านแล้วใช่หรือไม่ อย่างไร

 


    คำถามตอนนี้คือ เมื่อรัฐบาลมองว่าเหตุผลสำคัญของการเปิดประเทศ ก็เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาเดินได้ เกิดการกระตุ้นการใช้จ่ายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น แต่ถ้าเราเลือกที่จะเปิดกันเองภายในประเทศก่อน กระตุ้นไทยเที่ยวไทย เพื่อให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดน้อยกว่านี้ ก็ทำได้ไม่ใช่หรือ หรือว่ากำลังซื้อในประเทศ มันไม่เพียงพอ ยังน้อยเกินไป จึงต้องอาศัยเม็ดเงินจากต่างชาติที่มีกำลังซื้อมากกว่า ทั้งที่ความเสี่ยงยังมี ประหนึ่งเหมือนมีทุ่นระเบิดฝังอยู่รอบไปหมด จะระเบิดตูมตามขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้

    ต่อให้เรามองว่าแม้จะเปิดประเทศ แต่ก็ใช่ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกระหน่ำกันเข้ามาแบบมืดฟ้ามัวดิน เสียเมื่อไหร่ และก็อย่างที่บอกเปิดแล้วไม่กัก ก็เสี่ยงที่เชื้อจะยังเล็ดลอดเข้ามา เท่านั้นยังไม่พอ การตัดสินใจจะเปิดร้านเหล้า ผับ บาร์ ในเดือนธันวาคม ก็ยิ่งเสี่ยงหนักเข้าไปอีก เพราะความเสี่ยงที่จะเกิดการรวมกลุ่ม กระจายไปในวงกว้าง มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่มันติดกันเรือนหมื่น หลายหมื่น ก็มาจากคลัสเตอร์กลุ่มนี้

 

    ดังนั้นการเปิดประเทศ ท่ามกลางความเสี่ยงนั้น เราไม่สามารถสบายใจได้เลย แม้การเปิดประเทศจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กำลังซื้อให้ฟื้นกลับขึ้นมาได้ แต่ก็ยังต้องเฝ้าระวัง อย่าลืมว่าวัคซีนฉีดได้ แต่ก็ติดได้ ถึงจะฉีดจนได้ภูมิคุ้มกันหมู่แล้วก็เถอะ (แต่แน่ใจว่าเมืองไทยทำได้แล้ว)

     มาถึงขั้นนี้คงถอยหลังไม่ได้แล้ว จะกลับไปล็อกดาวน์ก็ใช่ที่  เพราะฉะนั้นตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. เป็นต้นไป ก็ดูแลตัวเองกันดีๆ นี่แหละดีที่สุด







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh