บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

นับถอยหลังเลือกตั้ง ปี62

นับถอยหลังเลือกตั้ง ปี62

     ในที่สุดการเลือกตั้งก็ลงตัวเสียที หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562  เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดวันเลือกตั้งใหม่เป็นวันที่ 24 มีนาคม 62  

    โดยจะเปิดรับสมัคร ส.ส. ตั้งแต่วันที่ 4-8 ก.พ. และให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร วันที่ 4 -16 มี.ค.62  และลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้งวันที่ 17 มี.ค.62  หลังจากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้สมัครวันที่ 15 ก.พ.62 ซึ่งทันทีที่ พ.ร.ฏ. มีผลบังคับใช้ บรรดานักการเมืองที่ลงสมัครเลือกตั้้งก็สามารถหาเสียงกันได้ทันที หลังจากรอคอยกันมานาน
    จริงๆ ต้องบอกว่าระยะเวลากว่า 4 ปีที่คนไทยห่างหายไปนานกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้น หลายๆ คนคงกำลังคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ของการเลือกตั้งบ้านเรากันแล้ว โดยเฉพาะช่วงที่ ส.ส เดินสายหาเสียง สุดแสนจะคึกคัก ส่วนจะครึกครื้นหรือไม่นั้นก็สุดแล้วแต่ ส.ส. แต่ละท่านไป ซึ่งระยะเวลา 1 เดือนกว่าๆ หลังจากนี้ เราจะเริ่มเห็นกันจนชาชิน เพราะเมื่อ กกต. เปิดรับสมัครเสร็จแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็จะทยอยส่ง ส.ส. ของตนเองปูพรมลงหาเสียงกัน คราวนี้ล่ะจะได้ยิน ได้ฟังคำปราศรัยจนอาจจะเบื่อกันไปข้าง 
    นอกจากนี้ การเลือกตั้งปี 2562 ยังมีช่องทางการหาเสียงเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะจากสื่อโซเชียลมีเดีย ที่ต้องบอกว่าเข้าถึงได้ฉับไว รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องไปเดินเคาะประตูบ้านทุกบ้านเหมือนก่อนอีกด้วย และยิ่งในสังคมยุคดิจิทัลแบบนี้แล้ว พรรคการเมืองน่าจะใช้โซเชียลเป็นเครื่องมือหาเสียงได้ดุเด็ดเผ็ดมัน ไม่แพ้การหาเสียงแบบเดิม เพราะแค่ประชาชนเปิดมือถือก็รับรู้ข่าวสาร และนโยบายต่างๆ โดยตรง ดังนั้นการเลือกตั้งสมัยนี้ จึงน่าจะร้อนแรงแย่งชิงคะแนนเสียงได้หลากหลายมากกว่าเดิม และในฐานะประชาชนอย่างเราๆ ท่าน ๆ ก็จะมีตัวเลือกในการตัดสินใจว่าจะเลือก
พรรคการเมืองไหนเข้ามาบริหารประเทศ  เรียกได้ว่าเลือกตั้งคราวนี้ น่าจะร้อนแรงไม่แพ้ทุกๆครั้งที่ผ่านมา จากสนามประลองคะแนนเสียงที่หลากหลายขึ้น  
    อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งยุค คสช. บริหารประเทศก็ยังมีข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา เช่นกัน ใช่ว่าจะง่ายไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดเรื่องการติดป้ายหาเสียง ที่ต้องกำหนดขนาดป้าย และสถานที่ที่จะติดป้าย อย่างชัดเจน ไม่ใช่ว่าจะยกป้ายหาเสียงไปติด หรือไปแขวนตามเสาไฟฟ้า เหมือนเมื่อก่อนได้อีก และที่ยิ่งกว่านั้นก็คือ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องยื่นเอกสารเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างถูกต้อง ย้อนหลังตั้งแต่ปี 59-61 หรือหมายถึงการยื่นเอกสารแสดงการเสียภาษีรวม 3 ปี นับถึงปีการสมัครรับเลือกตั้ง โดยการเสียภาษีฯ ของปี 2561 ต้องให้เสร็จสิ้นก่อนไปสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 4-8 ก.พ. อีกด้วย เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ เกณฑ์ใหม่ที่ผู้สมัคร ส.ส. ต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นเรื่องใหม่ ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่บรรดา ส.ส. หลายพรรคมีคำถามมายังกกต. กันมาก ....  ประเด็นนี้บอกเลยว่าเข้มข้น สำหรับ กกต. เพราะหากคุณจะลงเลือกตั้ง เข้ามาเป็น ส.ส. ทำงานรับใช้ประชาชน ประเทศชาติ ก็ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเสียภาษีในฐานะประชาชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะมามุบมิบไม่ได้ มิฉะนั้นแล้วจะมาบริหารประเทศได้อย่างไร 
    นับถอยหลังเลือกตั้งนับจากนี้ไปสนุกแน่นอน ยกแรกวันที่ 4-8 ก.พ. นี้ ก็จะฝุ่นตลบอบอวลกันอีกรอบกับการยื่นใบสมัครเลือกตั้งของนักการเมืองเพื่อเข้ามาเป็น ส.ส. ผู้ทรงเกียรติในสภา และหลังจากนั้นเราคงได้ดู ได้ฟัง สงครามน้ำลายนักการเมืองกันจนหูแฉะ เพื่อประชาธิปไตยจะได้กลับมาเบ่งบานกันอีกครั้ง 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh