บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ข่าวร้ายท่วมตลาด

ข่าวร้ายท่วมตลาด

    แย่ที่สุดตอนนี้คงไม่มีอะไรเกิน ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลก เพราะลงได้ลงดี แบบไม่มีดิสเบรกกันเลย หลังจากช่วงนี้มีแต่ข่าวร้ายรายวัน มากันเป็นระลอก แถมมากันแบบไม่หยุดพัก 

    นับตั้งแต่เรื่องที่ยืดเยื้อเรื้อรังอย่าง สงครามการค้าสหรัฐ กับจีน ที่เชื่อว่าผ่านปีนี้ไปก็ยังไม่น่าจะดีขึ้น แม้จะมีพักรบบ้างเป็นบางช่วง จนตอนนี้หลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีเจตนาอะไรแอปแฝงจากกรณีนี้มากกว่าเรื่องตั้งกำแพงภาษีทางการค้าอย่างดี เพราะพอประกาศบอกจะเดินหน้าเก็บภาษีจนหุ้นร่วงระนาวกราวรูดแล้ว อีกไม่กี่วันต่อมา ก็ประกาศท่าทีที่ผ่อนคลายขึ้นมาอีก จะไม่ให้คิดได้ยังไงกัน
     ที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ การประกาศสงครามการค้าตั้งแต่เข้ามาเป็นประธานาธิบดีของทรัมป์ ส่งผลให้การค้า เศรษฐกิจทั่วโลกย่ำแย่ไปทั่ว แม้แต่เศรษฐกิจประเทศตัวเองที่เริ่มชะลอตัวลง โดยเฉพาะล่าสุดกับปรากฎการณ์ Inverted Yield Curve ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาสูงกว่าพันธบัตรระยะยาว ซึ่งแสดงว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กำลังถดถอย และยังมีการรวบรวมสถิติจากทางเครดิต สวิส ระบุว่าหากมีปรากฎการณ์แบบนี้เกินขึ้นมาเมื่อไหร่ อีก 22 เดือนต่อมา มักจะมีวิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้นแทบทุกครั้ง ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตราย  ลำพังเรื่องเทรดวอร์ หรือสงครามการค้า อย่างเดียวก็กระทบตลาดหุ้นบ้านเรามากพอแล้ว มาเจอปัจจัยลบเรื่องตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เข้าไปอีก ตลาดก็ยิ่งแพนิกไปกันใหญ่ 

    ปัจจัยนอกประเทศไม่พอ ปัจจัยในประเทศยังซ้ำเติมอีก ไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการรวมของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสที่ 2 ที่เพิ่งผ่านไป ก็มีตัวเลขออกมาแย่กว่าที่คาดไว้ โดยกำไรรวม บจ. ใน Q2/62 อยู่ที่ระดับ 2.17 แสนล้านบาท ลดลง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความสามารถในการทำกำไรโดยรวมเริ่มมีปัญหา และที่แน่ๆ ก็คือผลกระทบที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงไม่ฟื้นตัว เจอแบบนี้เข้าไป นักลงทุนสถาบันก็ต้องลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
     เท่านั้นยังไม่พอ การประกาศลดดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ก็กดดันหุ้นแบงก์ รวมไปถึงการประกาศขายบิ๊กล็อต INTUCH ของเทมาเส็คเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา กดดัน SET Index ลดลงต่อเนื่องจนหลุด 1,600 จุด  ลดลงจนถึงระดับ Oversold   เพียงแค่ไม่กี่เดือนิดัชนีลงไปกว่า 130 จุด เพราะข่าวร้ายที่ท่วมตลาดอย่างที่เห็นกัน ยังดีที่ช่วงวันสุดท้ายของสัปดาห์ดัชนีฯ ยังรีบาวน์ขึ้นมายืนเหนือ 1,600 จุดได้อีก แม้ในระยะยาวยังเชื่อว่าดัชนีน่าจะอยู่ในช่วงขาลงมากกว่า 

     ใครเป็นนักลงทุนขาประจำตอนนี้คงต้องทำใจกันมากหน่อย แต่ก็เชื่อว่าส่วนใหญ่จะผ่านประสบการณ์แบบนี้มากันหมดแล้ว จึงน่าจะเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ในช่วงนี้ไว้ได้อยู่ ทำลืมๆ เมินๆ ตลาดหุ้นไปซักพักรอให้อะไรๆ ดีขึ้น หรือไม่ ตอนนี้ก็รอลุ้นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ จะเป็นยาแรงหนุนเงินสะพัดเข้าระบบได้ 3.16 แสนล้านบาทนั้น จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจและส่งผลดีหนุนนำมายังตลาดหุ้นบ้างหรือไม่ เพราะทั้งรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันหนักแน่นว่า ต้องการให้ประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว หลังจากดูแนวโน้มแล้วจีดีพีในไตรมาส 2 มีโอกาสโตน้อยกว่า 2.8% 

      ปีนี้ถือเป็นปีแห่งความยากลำบากของตลาดหุ้นอีกปีจริงๆ เพราะสารพัดปัจจัยลบที่เข้ามากระทบนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ลำบากว่าจะจบลงเมื่อไหร่ ดังนั้นหากสรุปปลายปีแล้วอยู่รอดปลอดภัยแบบไม่เจ็บหนัก หลังเหวอะ พอร์ตยังมีตัวเขียวอยู่บ้าง ก็น่าจะนอนหลับสบายอยู่ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh