บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ลดดอกเบี้ยทั่วโลก ตั้งการ์ดรับศก.ชะลอ

ลดดอกเบี้ยทั่วโลก ตั้งการ์ดรับศก.ชะลอ

   กลายเป็นสัปดาห์แห่งการลดดอกเบี้ยไปแล้ว สำหรับสัปดาห์นี้ เพราะหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ประกาศลดดอกเบี้ยไป หลายๆแห่งก็เริ่มประกาศตามมาทั้งนิวซีแลนด์ อินเดีย ออสเตรเลีย บราซิล และรวมไปถึงแบงก์ชาติของเราด้วย ขณะที่เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และตุรกี ลดไปแล้วก่อนหน้า รวมไปถึงอีกหลายๆ ประเทศที่ส่งสัญญาณจะปรับลดเร็วๆ นี้  

     จะว่าไปแล้วเราไม่ค่อยได้เห็นการพร้อมใจกันลดดอกเบี้ยของบรรดาแบงก์ชาติหลายๆ แห่งพร้อมๆ กันมานานแล้ว ซึ่งนั่นน่าจะเป็นการส่งสัญญาณว่าตอนนี้เศรษฐกิจโลกกำลังเปราะบาง และอาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยแล้วก็เป็นได้ จึงทำให้แบงก์ชาติหลายแห่งจำเป็นต้องปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง ทั้งที่บางแห่งไม่ได้ลดมาตั้งหลายปี ยกตัวอย่างแบงก์ชาติไทย ที่ประกาศลดดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 4 ปี เท่ากับว่าเศรษฐกิจคงไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ ถึงได้ลดดอกเบี้ย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ต่อให้มีเสียงเรียกร้องยังไง ก็ไม่ยอมลด  
     ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเศรษฐกิจโลกเจอมรสุมรุมเร้าไม่เลิกรา โดยเฉพาะประเด็นสงครามการค้าระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่ของโลก สหรัฐฯ กับจีน ที่ผลัดกันรุกรับ ตอบโต้กันไปมาจนทำให้เศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของโลกสวิงขึ้นๆ ลงๆ มาโดยตลอด และแม้จะมีข่าวว่าทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็เจรจา ประนีประนอมกัน แต่ก็กลายเป็นเหมือนเล่นปาหี่เสียมากกว่า โดยเฉพาะฝั่งสหรัฐฯ เพราะพอแนวโน้มทำท่าจะดี ท่านพี่ทรัมป์ก็มักจะออกมาให้ข่าวทำลายบรรยากาศทุกที ประหนึ่งให้ข่าวดี และก็ทุบมันกับมือทุกครั้ง ซึ่งล่าสุดก็ไม่ต่างจากหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา พออะไรดูเหมือนจะดี ก็ออกมาทวิตโวยวาย แล้วจบที่จะตามรีดภาษีจีนเหมือนเดิม แบบนี้ก็พังเท่านั้นเอง

      ยิ่งสงครามการค้ามีท่าทีบานปลาย อาจจะกลายเป็นสงครามค้าเงิน เพราะจีนเล่นงัดกลยุทธ์ลดค่าเงินหยวนเข้ามาสู้ ก็เอวังทันที แบบนี้เศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะบรรดาประเทศที่ค้าขายกับทั้ง สหรัฐ และจีน ได้รับผลกระทบแน่ๆ มากน้อยก็ว่ากันไปตามปริมาณการค้าขาย ขณะที่ตลาดหุ้นไม่ต้องพูดถึงโดนเต็มๆ โดนก่อนใครๆ เท่านั้นยังไม่พอ นอกจากเทรดวอร์ เรื่องค่าเงินหยวน ยังมีข่าวออกมาว่าจีนอาจจะดัดหลังสหรัฐฯ ด้วยการกลับไปสั่งน้ำมันจากอิหร่าน ที่กำลังถูกคว่ำบาตรอีก งานนี้รับรองว่าวุ่นวายเข้าไปอีก 
       เพราะฉะนั้นการเห็นแบงก์ชาติของประเทศต่างๆ เริ่มทยอยลดดอกเบี้ยนโยบายลงนั้น จึงเป็นเรื่องที่ควรตระหนักว่าไม่ปกติ เพราะนั่นเท่ากับว่าหลายๆ ประเทศกำลังตั้งการ์ดรับมือภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจในปัจจุบันแล้ว เพราะรอบนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ เราไม่รู้เลยว่าจะหนักหนาสาหัสสากรรจ์เท่าวิกฤติซับไพร์ม เพราะตราบใดที่สงครามการค้ายังไม่จบ แถมยังมีทีท่าขยายความรุนแรงมากขึ้นไปอีก การที่หลายประเทศเริ่มแแกตัวลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ และควรต้องทำ เพราะมองแล้ว 5 เดือนกว่าๆ จากนี้ สถานการณ์คงจะไม่ได้บรรเทา เบาบางลง แถมยังต้องลุ้นว่าจะหนักขึ้นหรือไม่เท่านั้น เพราะตอนนี้ไม่เพียงแค่ สหรัฐฯ กับ จีน แต่ ญี่ปุ่น กับเกาหลีใต้ ก็เริ่มประกาศสงครามการค้าเพิ่มขึ้นมาอีก เรียกว่ามีแต่สถานการณ์กระหน่ำ ซ้ำเติมเศรษฐกิจโลกทั้งนั้น 

       ขณะที่เศรษฐกิจไทยนั้น ก็อย่างที่รู้ๆกันว่าปีนี้แค่ประคองตัวให้ปีนี้ผ่านไปได้ แบบไม่มีบาดแผลก็ถือว่าเก่งแล้ว เพราะมองมุมไหน รัฐบาลใหม่คงเข้ามาพลิกฟื้นอะไรไม่ได้มากนัก ต่อให้เข็นยาแรงออกมากระตุ้นก็น่าจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะภาพใหญ่ ภาพรวมไม่ดีเอาเสียเลย นี่ขนาดแบงก์ชาติถึงกับยอมลดดอกเบี้ยให้แล้ว ก็หวังว่าจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง ทั้งเรื่องค่าเงิน เรื่องการกระตุ้นกำลังซื้อ  การใช้จ่าย ซึ่งเชื่อว่าการลดครั้งนี้ในปีนี้ของแบงก์ชาติ ไม่น่าจะเป็นการลดแค่ครั้งเดียว 
        เช่นเดียวกับอีกหลายๆ ประเทศที่แน่นอนว่าจะต้องทยอยลดดอกเบี้่ยนนโยบายกันอีกหลายประเทศ อย่างน้อยก็เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้กับประเทศของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง  







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh