บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

สัปดาห์หน้า ลุ้นหนักแน่นอน

สัปดาห์หน้า ลุ้นหนักแน่นอน

      วุ่นวายที่สุดตอนนี้ คงหนีไม่พ้นการเมืองหลังเลือกตั้ง นี่ขนาดผ่านไปแล้วกว่า 1 เดือน แต่ก็ยังวุ่นวายไม่จบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนับคะแนน การฟ้องร้อง หรือแม้แต่บางเขตที่ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ 

     เรียกได้ว่าตั้งแต่ 24 มีนาคม จนถึงตอนนี้ มีเรื่องวุ่นวายรายวันให้ลุ้นกันว่า หลังประกาศผลอย่างเป็นทางการวันที่  9 พ.ค. หรือสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้ จะเรียบร้อยแค่ไหน เพราะตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าการนับคะแนน และผลอย่างทางการที่จะออกมาในสัปดาห์หน้า  จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้ากันได้อย่างจริงจังซะที เพราะหากไม่มีปัญหา หรือเรื่องราวฟ้องร้องกันอีก ทุกฝ่ายยอมรับคะแนนที่ออกมา และที่สำคัญยอมรับความเป็นจริง การจัดตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศก็ควรจะเกิดขึ้นเสียที 
    บอกเลยว่าตอนนี้ เป็นห่วงว่าหากการเมืองไม่จบ ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เศรษฐกิจประเทศที่ตอนนี้ดูทรงแล้วไม่ค่อยจะดีนัก อาจจะยิ่งแย่ติดหล่มไปต่อกันไม่ได้ เพราะหากยิ่งลากยาวออกไปเรื่อยๆ การลงทุนต่างๆ อาจจะชะลอออกไป เพราะนักลงทุนไม่มั่นใจ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคต่างๆ โครงการเมกะโปรเจ็กต์ รวมไปถึงอภิมหาโปรเจ็กต์อย่าง EEC ที่หวังจะดึงเม็ดเงินต่างชาติได้กว่าแสนล้าน ก็คงต้องรอถ้ารัฐบาลใหม่ยังไม่มี 
    ไม่ต้องคิดอะไรมาก  เห็นการทยอยออกมาหั่นตัวเลขจีดีพีของหลายๆ หน่วยงานตอนนี้ก็บอกเลยว่าน่าเป็นห่วง ขนาดหน่วยงานรัฐ อย่างสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ออกมาหั่นเป้าจีดีพีปีนี้ พร้อมๆกับแบงก์ชาติ โดยยอมรับโดยดุษฎีเลยว่า จีดีพีอาจจะโตแค่ 3.8% จากประมาณการเดิมที่ 4%  เพราะประเมินแล้วว่าเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าต่างก็ชะลอตัว จนส่งผลต่อการส่งออกในปีนี้ ที่อาจจะโตแค่ 3% เท่านั้น ไหนจะปัจจัยเสี่ยงเรื่องสงคราการค้า สหรัฐ-จีน อีก  ดังนั้นเมื่อภาพรวมไม่ดีแบบนี้ หากการเมืองในประเทศยังไม่ลงตัว ไร้ข้อสรุป และยืดเยื้อออกไป ก็พลอยจะมีส่วนฉุดเศรษฐกิจในปีนี้ไปด้วย ต่อให้รัฐบาลจะงัดเอามาตรการประชานิยมออกมาช่วยกระตุุ้นอย่างไร ก็คงช่วยได้ไม่มากพอ เพราะจะให้จีดีพีเติบโต มันต้องมีตัวช่วยอื่นๆ มาสนับสนุนด้วย 
       ขณะที่ตลาดหุ้นเอง ก็ลุ้นการเมืองไม่แพ้กัน ต่อให้ SET Index ในช่วงนี้ที่แม้ว่าจะเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังการันตีไม่ได้ว่าหากการเมืองในประเทศ ยังไม่มีเสถียรภาพ แถมยังร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งใกล้วันประกาศผลอย่างเป็นทางการดูเหมือนจะยิ่งมีเรื่องร้องเรียน ฟ้องร้องกันหนักขึ้น  เพราะฉะนั้นจะขึ้นก็ขึ้นไม่สุดเสียที เพราะนักลงทุนก็ยังรีรอ เพราะอย่าลืมว่าการเมืองไทยนั้นวุ่นวาย และน่าปวดหัวเหลือเกิน ความหวังจะเห็นดัชนีฯ ไปไกลถึง 1800 จุด ก็คงจะยาก เอาแค่ 1700-1750 จุด ยังต้องลุ้นกันหนักเลยด้วยซ้ำ   
 
      อย่างไรก็ดี ล่าสุด บล.เอเซียพลัส ก็ยังคงมีมุมมองที่ดีกับเรื่องการเมืองอยู่ โดยมองว่าแม้ในช่วงที่รอการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง จะปรากฎเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้ง กกต. , ผู้ตรวจการแผ่นดิน และ ศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการจัดการเลือกตั้งใหม่ – นับคะแนนใหม่ ในหลายหน่วยเลือกตั้ง แต่ก็ยังเชื่อว่ากำหนดการหลักๆ ที่ถูกวางไว้จะยังไม่เปลี่ยนแปลง โดย กกต. ยังยืนยันที่จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 95% (475 คน) ภายในวันที่ 9 พ.ค. 2562  และหากเป็นไปตามกำหนดการดังกล่าวก็จะเห็นความต่อเนื่องของเหตุการณ์ตามที่กำ
หนดใว้ในกฎหมายคือ ภายใน 3 วัน นับจากการประกาศรับรองผล จะมีการประกาศรายชื่อ ส.ว. 250 คนที่ได้รับการแต่งตั้ง และภายใน 15 วัน นับจากการประกาศรับรองผล หรือ 24 พ.ค.2562 จะเป็นการเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเห็นการเริ่มต้นกระบวนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ค. 2562 หากกระบวนการต่างๆ ดังกล่าวมาข้างต้นดำเนินไปด้วยความราบรื่นก็น่าจะทำให้เห็น Fund Flow ไหลกลับเข้ามาสู่ตลาดหุ้นไทยได้
        แต่ก็ยังตั้งข้อสังเกตุ ในประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในช่วงนี้ คือ การประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งตัวเลขขั้นต่ำที่จะประกาศจะอยู่ที่ 475 คน ซึ่งก็หมายความว่าอีก 25 คน จะยังไม่ถูกประกาศรับรอง เท่ากับว่าจะมี ส.ส. เพียง 475 คน ที่จะได้ใช้สิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และหากตัด ส.ส. ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร และ รองประธานฯ ซึ่งปกติจะไม่โหวต ก็น่าจะทำให้มีจำนวน ส.ส. ที่จะลงคะแนนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 472 คน องค์ประกอบดังกล่าวอาจทำให้การรวบรวมเสียงข้างมากในส่วนของ ส.ส. ทำได้ยากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ คะแนนเสียง จาก ส.ว. มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งผู้ที่จะถูกโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า ครึ่งหนึ่งของทั้ง 2 สภาคือ 376 เสียงขึ้นไป
                       
       เห็นแบบนี้ เราๆ ท่านๆ ก็เตรียมตัวลุ้นอย่างเป็นทางการเช่นกัน ตั้งแต่สัปดาห์เป็นต้นไปเลยทีเดียว เพราะหาก กกต. ไม่สามารถประกาศรับรองรายชื่อได้ รับรองว่าวุ่นวายกันแน่ หรือถ้าประกาศรับรองแล้วไม่ได้รับการยอมรับจากบรรดาพรรคการเมืองก็วุ่นวายอีก เพราะฉะนั้นที่ต้องลุ้นกันจริงๆ จังๆ ก็คือ ขอให้ทุกอย่างราบรื่นและเป็นไปตามไทม์ไลน์ ที่กำหนดไว้แต่แรก เพื่อให้ประเทศไทย มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารกันเสียที อย่าได้มีปัญหาใดๆ อีกเลย 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh