บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

การเมืองไทย …. ไปไหนดี

การเมืองไทย …. ไปไหนดี

            เหลืออีก 38 วัน สำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะถึงในวันที่ 24 มี.ค. และถือเป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 28 นับตั้งแต่ประเทศไทยจัดการเลือกตั้งมา หลังจากการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2557 เรียกว่าว่างเว้นกันไป 5 ปี หรือถ้าจะบอกจริงๆ แล้วน่าจะนานกว่าด้วยซ้ำ หากไม่นับว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 57 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จนนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมืองอยู่พักใหญ่  และเป็นสาเหตุให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้ามายึดอำนาจการปกครอง จนถึงปัจจุบัน
            ต้องบอกว่าการเมืองบ้านเรา ผ่านร้อน ผ่านหนาวมามากมายนับครั้งไม่ถ้วน เช่นเดียวกับผ่านการปฏิวัติ รัฐประหารมาก็หลายครั้ง 80 กว่าปี หลังปฏิรูปการปกครองเมื่อปี พ.ศ. 2475 และสำหรับการเมืองในปัจจุบันนี้ก็เช่นกัน หลังบิ๊กเซอร์ไพร์สเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การยื่นยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ซึ่งล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องจาก กกต. ไว้แล้ว โดยจะพิจารณาในวันที่ 27 ก.พ. 62 นี้
            การมีอยู่ หรือไม่มีของ ทษช. หลังจากนี้  อาจไม่สำคัญเท่ากับว่า การเมืองไทยจากนี้ไป จะออกมาอย่างไร ความกังวลเรื่องความรุนแรง การทะเลาะเบาะแว้งต่อจากนี้จะมีอีกหรือไม่เป็นสิ่งที่เชื่อว่าทุกคนคิด แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า หลังเลือกตั้งเสร็จแล้ว พรรคการเมืองไหนจะบริหารประเทศ จะเปลี่ยนขั้ว สลับข้าง กันอย่างไร หากพลังประชารัฐ (พปชร.) ชนะการเลือกตั้งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และแน่นอนว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง คงไม่ใช่ปัญหาเพราะการบริหารประเทศ จะสามารถบริหารได้ต่อเนื่องจากที่ทำอยู่แล้ว
            แต่กรณีหากไม่สามารถกุมเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งได้ เพราะอย่าลืมว่า พรรคเพื่อไทย ยังคงคุมฐานคะแนนเสียงข้างมากจากประชาชนในแถบอีสาน เหนือ และภาคกลางบางส่วนอยู่ แม้ว่าจะมีอดีต ส.ส. เพื่อไทยหลายคนยกโขยงไปอยู่ พปชร. แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่อาจประมาทได้  เพราะพรรคการเมืองหลายๆ พรรค ทั้งภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนา หรือแม้แต่พรรคอนาคตใหม่ ของพ่อน้องฟ้า ก็พร้อมเสมอที่จะซบเพื่อไทย กรณีมีเสียงข้างมาก นี่ยังไม่รวมพรรคเพื่อชาติ ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นอีกหนึ่งเครือข่ายของเพื่อไทย
            จะเหลือก็แต่พรรคเก่าแก่ ประชาธิปัตย์  (ปชป.) ที่รอบนี้มาแบบนิ่งๆ เงียบๆ หรือจะมาโชว์ทีเด็ดตอนโค้งสุดท้ายก็ไม่แน่ แต่ก็อีกไม่รู้ว่าหลังๆ ประชาชนเริ่มที่จะเบื่อๆ กับนโยบายการเมืองของพรรคสีฟ้า แล้วอยากจะเปลี่ยนมาเลือกพรรคใหม่ๆ บ้างหรือเปล่า ซึ่งต้องบอกเลยว่าการเลือกตั้งนี้ น่าจะเป็นตัววัดอนาคตของพรรคแห่งนี้ไม่มากก็น้อย เพราะการประกาศจุดยืนชัดเจนว่า ไม่สนับสนุนเผด็จการ ก็เท่ากับไม่อยู่ฝั่ง พปชร. และก็แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง หาก พปชร. ได้ตั้งรัฐบาล ประชาธิปัตย์ ก็จะเป็นฝ่ายค้าน  แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้น หากพรรคส่วนใหญ่ที่ไม่ต้องการให้ พปชร. กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง ความเป็นไปไม่ได้ ก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะความแน่นอน คือความไม่แน่นอนเสมอ บางทีเราอาจจะเห็นประชาธิปัตย์ จับมือกับเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลก็เป็นได้ เพราะนี่คือการเมืองไทย 
            ส่วนใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการจัดตั้งรัฐบาล เสียง 250 ส.ว. น่าจะเป็นเสียงที่มีน้ำหนักไม่น้อยต่อการโหวตเลือก แล้วไปบวกกับ 500 ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง ก็จะพอประเมินได้ว่าใครจะมา ใครจะไป 
            เพราะฉะนั้นที่จั่วหัวไว้แต่แรก การเมืองไทยจะไปไหนดีนั้น คงต้องโฟกัสที่การจัดตั้งรัฐบาล จะไปดี หรือไม่ดี ก็ต้องมาดูกันตรงนี้ ใครบอกว่าเบื่อการเมือง รำคาญเพราะทุกๆ ครั้งก็เหมือนเดิม เชื่อว่าทุกๆคนพอถึงเวลาจริงๆ ก็คงเลือกที่จะออกไปเลือกตั้งกันอีกซักครั้ง อย่างน้อยก็ได้ใช้สิทธิในฐานะประชาชนคนหนึ่ง  เกิดมาเป็นคนไทย อยู่ประเทศไทย บางทีก็ต้องรับให้ได้ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากฝั่งไหน (หรือไม่) ขอแค่บริหารประเทศให้ดี (ได้มั๊ย)







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh