บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

มีแต่เรื่องร้ายๆ

มีแต่เรื่องร้ายๆ

 พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก หรือ ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรกจริงๆ สำหรับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในเวลานี้ 

 

โดยเฉพาะเรื่องปัญหา NPL หรือสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ที่ปีนี้คาดว่ายังไงก็หนีไม่พ้นตัวเลขที่ต้องเพิ่มขึ้น จากปัญหาการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการชำระหนี้ของลูกหนี้ธนาคาร  ซึ่งไตรมาส 3 นี้ประเมินว่าผลการดำเนินงานก็ยังไม่น่าจะออกมาดีนัก และ NPL ที่จะปูดขึ้นมาอีก ซึ่งยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง เพราะระยะเวลาพักหนี้รายย่อย และ SME กำลังจะหมดลง 

 

บล.ทิสโก้ มองว่า สิ้นปี 63 คาดว่า NPL จะเพิ่มขึ้นเพราะมาตรการพักหนี้ทยอยหมดลง โดยคาดว่า NPL ไตรมาส 2/63 อยู่ที่ 3.98% และคาดว่าทั้งปี 63 NPL จะอยู่ที่ 4.27% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 62 ที่อยู่ 3.75%   
                     

 

แต่ดูเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ประเด็น NPL ดูเด็กไปเลย เมื่อมาเจอกระแสถอนเงินการเมือง (แบนบางแบงก์ )  และ หนักสุดก็น่าจะเป็นข่าวเรื่องแบงก์  4 แห่งไปมีชื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการโอนเงินที่น่าสงสัยในเครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมของสหรัฐฯ เลยทำให้ราคาหุ้นแบงก์ถูกถล่มอย่างหนัก โดยเฉพาะหุ้นแบงก์ใหญ่ที่มีชื่อเข้าไปพัวพัน  

 

เรียกว่าแบงก์ไทยตอนนี้เจอข่าวลบต่อเนื่อง ไม่หยุดไม่หย่อนเลยทีเดียว ตั้งแต่วันจันทร์ที่้ผ่านมาจนถึงล่าสุด ดัชนีหุ้นกลุ่มแบงก์ (SETBANK) ลดลงไปแล้วกว่า 4%

 
 

เห็นแล้วก็ได้แต่เหนื่อยใจ เพราะเท่าที่ประเมินแล้วว่าเชื่อว่าปีนี้ทั้งปีกลุ่มแบงก์ คงมีปัจจัยลบมากระทบเป็นระยะๆ ให้ได้ลุ้น ได้ตื่นเต้นกัน 

 

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องร้ายๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีข่าวดีเสียเลยสำหรับแบงก์พาณิชย์ เพราะทาง บล.หยวนต้า ก็มีมุมมองที่ดีต่อแบงก์ โดยคาดว่าผลงาน Q3/63 จะดูดีกว่า หลังจากการตั้งสำรองลดลง - รายได้ค่าธรรมเนียมฟื้น ขณะที่ผล Stress Test ในเดือน ต.ค.นี้ ยังมีลุ้นผ่านได้อีก ซึ่งก็จะเปิดทางให้สามารถกลับมาปันผลได้อีกครั้ง โดยหยวนต้า เชียร์แบงก์ใหญ่อย่าง BBL และแบงก์ขนาดกลาง TISCO
       

 

แต่ SETBANK ที่ปรับลง 43.3%YTD เทียบกับ SET ที่ลดลงเพียง 19.7%YTD ยังคงสะท้อนความกังวลต่อศักยภาพทำกำไรที่ต่ำลง และความเสี่ยงที่ NPL จะเริ่มปรับตัวขึ้นในช่วงปลายปีหลังโครงการพักชำระหนี้ทยอยครบกำหนดในเดือน ก.ย.-ต.ค. ทำให้ยังคงความระมัดระวังและให้น้ำหนักลงทุนเพียง “Neutral” จนกว่าจะเห็นสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น


 เพราะฉะนั้นหากมองในแง่ดี ข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับแบงก์ ก็ยังน่าจะเป็นเรื่องระยะสั้น แต่หากมองตรงกันข้าม นักลงทุนก็ยังไม่แน่ใจว่าข่าวร้ายจะหมดไปแล้วจริงๆ หรือไม่ เพราะฉะนั้นใครมีหุ้นแบงก์ในมือ ก็ต้องทำใจร่มๆ เพราะมองยังไงปีนี้ หุ้นกลุ่มนี้ก็ไม่ใช่ Sunrise สำหรับการลงทุน แต่ต้องมองกันยาวๆ ยาวแค่ไหนนั้นก็คงต้องมองข้ามปีนี้ไปเลย 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh