บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

งบประมาณติดหล่ม-รัฐบาลชัตดาวน์ -ศก.อันตราย

งบประมาณติดหล่ม-รัฐบาลชัตดาวน์ -ศก.อันตราย

 กลายเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ไม่เล็กไปเสียแล้ว สำหรับความผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยของส.ส.ผู้ทรงเกียรติที่ทำเรื่องไม่สมควรด้วยการลงมติแทนกัน จนอาจทำให้งบประมาณปี 63 (ต.ค.62-ก.ย.63) ล่าช้าออกไปอีก 

 


เพราะงานนี้หากมีการตีความว่างบประมาณปี 63 เป็นโมฆะจริง ก็อาจทำให้การใช้งบฯ ล่าช้าไปอีก 2-3 เดือน เผลอๆ กว่าจะเบิกจ่ายก็ล่วงเลยไปถึงไตรมาส 2 โน่นเลย แบบนี้แย่ยิ่งกว่าแย่ เศรษฐกิจที่บอกว่าแย่ๆ น่าจะเข้าขั้นตรีฑูตก็ตอนนี้ 

 


เพราะถ้าเบิกจ่ายงบฯ มาใช้ไม่ได้ โดยเฉพาะงบลงทุนแล้วนั้น รัฐบาลจะไปหาเงินที่ไหนมากระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุน และการใช้จ่ายในประเทศ 

              

ขนาด ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ยังยอมรับตรงๆ ว่าไม่รู้จะใช้งบฯ ปีนี้ได้เมื่อไหร่ จากปัจจุบันที่ก็ช้ามา 4 เดือนแล้ว และยิ่งถ้าต้องยืดออกไปอีก เพราะต้องการตีความกฎหมายก็อาจจะทำให้รัฐบาลมีเวลาในการใช้จ่ายงบประมาณแค่ 4 เดือนเท่านั้นเอง 

 


กลายเป็นเรื่องใหญ่มากจนไม่รู้ว่ารัฐบาลจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร อย่าลืมว่าตอนนี้ประเทศยังใช้งบประมาณปี 62 อยู่เลย ทั้งที่จริงๆ เราควรจะเบิกจ่ายงบฯปี 63 ตั้งแต่เมื่อตุลาคมที่ผ่านมาด้วยซ้ำ แม้จะล่าช้าจนข้ามปี แต่อย่างน้อยหากเป็นไปตามไทม์ไลน์เดิมว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ปลายเดือนนี้ หรือต้นเดือนก.พ. ก็ยังพอรับไหว เพราะรัฐบาลยังมีเวลาใช่้จ่ายเงินอีก 8-9 เดือน แต่พอมาเจอปัญหางบฯ ติดหล่มอย่างนี้เข้าไป ก็คงได้แต่ภาวนากันแล้วละ เพราะงานนี้มีโอกาสมากจริงๆ ที่งบประมาณปี 2563 จะโมฆะ 

 

 

เท่านั้นยังไม่พอ ที่น่าเป็นห่วงที่สุด ก็คือเอาเข้าจริงตอนนี้รัฐบาลมีเงินที่เหลือใช้ จากการนำงบฯปีก่อนมาใช้ไปพลางๆอยู่ 500,000 แสนล้านบาท ซึ่งว่ากันว่าจะใช้ได้จนถึงเดือนมีนาคมนี้เท่านั้น แบบนี้เท่ากับว่าหากเงินหมดหลังเดือนมีนาคมไปแล้ว บรรดาเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าวัสดุ ครุภัณฑ์ต่างๆ ก็จะไม่สามารถเบิกจ่ายได้ เพราะถือว่าเกินครึ่งหนึ่งของวงเงินงบประมาณไปแล้ว เพราะขณะนี้รัฐบาลได้ใช้เงินไปแล้ว 1 ล้านล้านบาท จากวงเงินงบฯปี 63 ที่ 3.2 ล้านล้านบาท            

 


ดังนั้นปรากฎการณ์"รัฐบาลชัตดาวน์" จะเกิดขึ้นทันที และน่าจะถือเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แถมนอกจากรัฐบาลจะชัดตดาวน์ไม่พอแล้ว เศรษฐกิจประเทศก็อาจจะร่อแร่ไปด้วย เพราะไม่สามารถเบิกจ่ายไปลงทุนได้ ซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่า ไม่ต้องคิดว่าจีดีพีที่คาดว่าจะโตประมาณ 2.8% จะหดหายไปอีกเท่าไหร่ อะไรที่เคยคิดว่าจะดี อาจจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที  

 


แถมเรื่องประเด็นความชัดเจนเรื่องนี้ ไม่บอกก็รู้ว่า อะไรที่ไม่ชัดเจนย่อมจะกระทบต่อตลาดหุ้นไปด้วยในตัว ยิ่งประเด็นนี้น่าจะเป็นประเด็นที่นักลงทุนต่างชาติไม่ชอบเสียเดียว เพราะเกี่ยวโยงสอดคล้องกับการเมืองเข้าไปอีกด้วย เพราะฉะนั้นตราบใดที่เรื่องงบฯไม่ชัดเจน การเคลื่อนไหวของ SET Index จะขึ้นก็คงขึ้นไม่เต็มที่ จะหวัง 1600 จุดก็น่าจะยากเข้าไปอีก 

 

 

นี่แหละหนาประเทศไทย กับความพลาดพลั้งของ ส.ส. ไม่กี่คน ที่อาจกำลังนำพาประเทศชาติตกเหวได้ง่ายๆ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh