บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

การบินไทย บินไม่ไหวแล้ว ?

การบินไทย บินไม่ไหวแล้ว ?

ทุกครั้งที่พูดถึงการบินไทย เรารักคุณเท่าฟ้า ก็มักจะจบลงตรงที่ว่า การบินไทยจะไปทางไหนดี จะรอดหรือไม่ จะไหวรึเปล่า ยิ่งหลังจากสถานการณ์โควิด-19 กระหน่ำซ้ำเติมจนต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการด้วยแล้ว สถานภาพของการบินไทยยิ่งไปกันใหญ่ 


ล่าสุดแม้จะเข้าสู่การพิจารณาของศาลล้มละลายกลางแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเหลือวันที่ศาลกำหนดนัดไต่สวนคำร้องอีก 1 วัน คือ อังคารที่ 25 ส.ค.นี้โดยจะซึ่งเป็นฝ่ายผู้คัดค้านที่นำพยานเข้าเบิกความต่อศาล โดยนัดแรกก็มีเจ้าหนี้รายย่อยยื่นคัดค้านไปแล้วรวม 16 ราย


ส่วนการไต่สวนเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมาถือว่าผ่านไปได้ค่อนข้างราบรื่น เพราะฉะนั้นการบินไทยนจึงหวังว่าหากกระบวนการไต่สวนเสร็จสิ้นและศาลมีคำสั่งให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการ พร้อมตั้งคณะผู้ทำแผนที่การบินไทย เพื่อเดินหน้าเจรจาเจ้าหนี้โดยเร็ว ซึ่งคาดว่ากลางเดือนหน้า หรือเดือนก.ย.ก็จะรู้ผลว่า ศาลจะรับหรือไม่รับ


 งานนี้น่าจะฝากความหวังไว้ที่ศาล เพราะถ้ารับแผนฯ ก็เท่ากับต่อลมหายใจให้กับการบินไทยได้ เพราะเอาเข้าจริง ตอนนี้การบินไทยมีเงินสดหมุนเวียนที่สามารถนำมาใช้จ่ายเป็นค่าบริหารจัดการและจ่ายเงินเดือนพนักงานได้แค่ภายในเดือนต.ค. 63 เท่านั้นเอง


โดยล่าสุด ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2563 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเหลือเพียง 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งแม้ว่าช่วงที่ผ่านมา นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ จะพยายามลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องแต่ก็ไม่ช่วยเท่าไหร่


อย่างไรก็ดี มาตรการเพิ่มรายได้นั้นก็แทบจะไม่มีเข้ามา เพราะรายได้หลักจากค่าบัตรโดยสารยังมีเข้ามาน้อย มีแค่การเปิดบินเที่ยวบินพิเศษขนส่งคนกลับสู่ภูมิลำเนา แต่เที่ยวบินที่สร้างรายได้จริงๆ คือเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ปกติยังเปิดไม่ได้ ยิ่งต่างประเทศยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะกว่าจะเปิดบินได้คงต้องรอไปปีหน้า เนื่องจากต้องรอให้มีการผลิตและใช้วัคซีนได้ก่อน ส่วนรายได้จากการขายอาหารของครัวการบิน และฝ่ายซ่อมบำรุงมีเข้ามาไม่มาก


อีกทั้งการลดค่าใช้จ่ายก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งการปรับลดเงินผู้บริหาร หรือการให้พนักงานหยุดงานโดยไม่รับเงินเดือน ซึ่งรายงานข่าวระบุว่าปัจจุบันการบินไทยสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายงด้านบุคลากร รวมทั้งสิ้น 261 ล้านบาท/เดือนเท่านั้น


เพราะฉะนั้นถ้าหากศาลไม่อนุมัติแผนก็มีหวังที่เราอาจจะเห็นการบินไทย ปลดพนักงานเพราะไม่สามารถจ่ายเงินเดือนให้ได้ เว้นแต่ศาลฯอนุมัติแผน ก็จะกู้เงินมาเพิ่มได้ทันในเดือนต.ค. แต่ก็อย่างว่าอีก การกู้เงินเพื่อมาจ่ายค่าตอบแทนพนักงานจำนวนมากนั้น คงไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมนัก หากการบินไทย ยังไม่ยอมปรับลดขนาดที่ใหญ่โตมโหฬารลงไปได้ก่อน เพราะลำพังแค่เงินเดือนพนักงานยังไม่มีจ่าย การชำระหนี้เงินกู้อื่นๆ ก็แทบไม่ต้องพูดถึงเลย


งานนี้เป็นเรื่องโคตะระยาก หนี้สินกว่า 3.2 แสนล้านบาท คิดเป็น 68.3% เป็นหนี้ระยะยาวที่ครบกำหนดชำระภายใน 1 ปี 19.6% เป็นหนี้หมุนเวียน และ 12.1% เป็นหนี้ไม่หมุนเวียน ขณะที่สินทรัพย์ที่มีอยู่ 3.1 แสนล้าน คิดง่ายๆ ขายสินทรัพย์หมดก็ยังไม่พอใช้หนี้ การบินไทยจะทำยังไง นั่นเป็นหน้าที่ที่ผู้บริหารต้องบริหาร จัดการอย่างรอบคอบ หากต้องการให้สายการบินแห่งชาติแห่งนี้กลับมาได้อีกครั้ง แม้จะไม่เหมือนเดิม


ทั้งนี้ ทั้งนั้น การจะกลับมาได้ ทั้งองค์กรต้องร่วมแรง ร่วมใจกัน เหมือนที่เจแปนแอร์ไลน์เคยทำได้มาแล้ว ซึ่งทั้งองค์กรจะต้องยอมเสียสละไม่มากก็น้อย และพร้อมใจกันทำให้สายการบินกลับมาได้ นั่นคือภารกิจ ที่ต้องทำร่วมกัน เพราะตอนนี้เท่าที่เห็น การบินไทย บินแทบไม่ไหวแล้ว


 ก็ได้แต่หวังว่า การบินไทย จะสามารถฟื้นฟูและผ่านช่วงเหตุการณ์เลวร้ายไปได้ ส่วนจะนานแค่ไหน ก็คงต้องลุ้นว่าวัคซีนจะเสร็จเมื่อไหร่ เพราะดูท่าแล้ว โควิดคงอยู่อีกนาน  







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh