บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ลดไม่ลด ถามใจ ธปท.

ลดไม่ลด ถามใจ ธปท.

วันพุธที่ 24 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ ต้องถือเป็นวันวัดใจคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. อีกครั้ง กับการตัดสินใจว่าจะลดดอกเบี้ยหรือคงไว้เท่าเดิม 


จากก่อนหน้าที่ตัดสินปรับลดไป 0.25% ในการประชุมเมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากเศรษฐกิจซบเซาอย่างหนัก เพราะการแพร่ระบาดไปทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ลดไม่ได้แล้ว ดังนั้นเครื่องมือทางการเงินจึงจำเป็นต้องนำออกมาเป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ 

                      
เพราะฉะนั้นการประชุมที่กำลังจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า จึงน่าลุ้นมากว่า กนง.จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งติดกัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งหากลดอีกครั้ง 0.25% ก็จะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศลดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.25% จากระดับ 0.50% ในตอนนี้ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ดูยังไงก็ไม่น่าจะฟื้นตัวกลับมาได้เร็วในปีนี้แน่ๆ 


แม้ล่าสุดรัฐบาลจะทยอยปลดล็อคดาวน์ ให้กิจกรรมและร้านค้าต่างๆ กลับมาให้บริการได้แล้วก็ตาม โดยเฉพาะล่าสุดการออกมาตรการหรือแพ็กเกจกระตุ้นการท่องเที่ยว ที่ซบเซาอย่างหนักถึงจะเป็นเพียงการเที่ยวภายในประเทศก็ตาม เพราะนี่ถือเป็นอีกหนึ่งรายได้หลักที่จะช่วยผลักดันไม่ให้จีดีพีตกต่ำ ดำดิ่งไปมากกว่าที่คาดการณ์กันไว้ การลดดอกเบี้ยคราวนี้ จึงมีความสำคัญไม่น้อย    

                       
โดย บล.หยวนต้า วิเคราะห์ได้น่าสนใจกับ 5 ปัจจัยที่จะทำให้ กนง.ปรับลดดบ. ประกอบด้วย  

(1) ผลประชุมครั้งก่อนระบุชัดว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวมแย่กว่าคาดการณ์เดิม ซึ่งครั้งนี้หยวนต้าคาดว่าจะมีการปรับลดประมาณการ GDP2563 ลงจาก -5.3% ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อการปรับลดดอกเบี้ย
     
(2) เดือน มิ.ย.-ก.ค. 63 เป็นช่วงรอยต่อของนโยบายการคลัง ทั้งเป็นช่วงสิ้นสุดการให้เงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เป็นเวลา 3 เดือน และเป็นช่วงที่รัฐบาลมีการระดมเงินทุนเพื่อไปใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท การรักษาระดับต้นทุนทางการเงินจึงมีผลต่อการหล่อเลี้ยงสภาพคล่องให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวม
         
(3) อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ โดยเงินเฟ้อทั่วไป พ.ค. 63 ติดลบ -3.4% YoY ต่ำสุดในรอบ 10 ปี 10 เดือน ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐาน +0.01% YoY เมื่อลดดอกเบี้ย 25 bps. อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังเป็นบวก 

(4) การลดดอกเบี้ยจะช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่ กนง. เริ่มกังวลในการประชุมครั้งก่อน   

(5) พฤติกรรรมการซื้อตราสารหนี้ของกองทุนในประเทศและนักลงทุนต่างประเทศ คล้ายกับรอบการลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งก่อน คือมีการเร่งซื้อในช่วง 5 วันทำการก่อนประชุม  
                       

อย่างไรก็ดีหลายโบรกเกอร์ ก็มองว่า กนง.อาจจะคงดอกเบี้ยในครั้งนี้เช่นกัน เช่น โนมูระ และโกลเบล็ก เพราะเชื่อว่า กนง.ไม่น่าจะรีบลดดอกเบี้ย เพราะต้องรอประเมินตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 รวมถึงลุ้นว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะส่งผลต่อเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหน อีกทั้งดอกเบี้ยในปัจจุบันก็อยู่ในระดับต่ำแล้ว จึงอาจทำให้ กนง.ยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในรอบนี้ 
                       

แต่ลดไม่ลด คนตัดสินใจก็คือ กนง. หรือแบงก์ชาติ เพราะบางทีก็อาจจะอยากเก็บกระสุนไว้ใช้ในยามฉุกเฉินไม่รีบร้อยจนเกินไป เพราะในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลก็ใช้ทั้งนโยบายการเงิน การคลัง และออกมาตรการสนับสนุนต่างๆ มาช่วยบรรเทาไปค่อนข้างมาก อีกทั้งล่าสุดยังมีมาตรการที่จะต้องให้ ธปท. เข้าสั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ นอนแบงก์ ลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชน และผู้บริโภคอีก ดังนั้นการลดดอกเบี้ยนโยบายจึงอาจจะเก็บไว้สำหรับการประชุมรอบหน้าดีกว่า 
                        

ลดรอบนี้ อาจจะดีต่อใจผู้ประกอบการบางกลุ่ม บรรเทาการแข็งค่าของเงินบาท สกัดเงินไหลเข้า หรือแม้แต่ช่วยประชาชนให้มีภาระต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง เพราะเท่ากับต้องกดดันให้แบงก์พาณิชย์ลดดอกเบี้ยในระบบลงไปด้วยอีก แต่ถ้าจะรอให้มาตรการที่เพิ่งทยอยออกมาต่างๆ เริ่มเห็นผลว่าจะต้องไปต่อ อย่างไรหรือไม่ ก็น่าจะทำให้แบงก์ชาติ มีเครื่องมือเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน 
                        

อย่าลืมว่าโควิดยังไม่หมด ก็อย่าเพิ่งนับความเสียหายทางเศรษฐกิจ เพราะความเสียหายมันยังเปิดเผยตัวออกมาไม่หมด







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh