บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

THAI ซิลลิ่งไม่ได้ช่วยอะไร...จะฝ่าวิกฤตไหวหรือไม่ สำคัญกว่า

THAI ซิลลิ่งไม่ได้ช่วยอะไร...จะฝ่าวิกฤตไหวหรือไม่ สำคัญกว่า

กลายเป็นหุ้นซิ่งมาแรงในช่วงสัปดาห์นี้ สำหรับหุ้นการบินไทย (THAI) เพราะซิลลิ่งติดๆ กัน 5 วัน จากระดับราคาที่ 3 บาทต้นๆ  ขึ้นมาอยู่ระดับ 6.35 บาท 


จะว่าไปแล้วราคาหุ้น THAI ที่ดีดมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากกระแสข่าวดีหลากหลายที่คาดว่าจะเข้ามาต่อลมหายใจให้สายการบินแห่งชาติรายนี้ โดยเฉพาะข่าวลือว่าจะมีกลุ่มเจ้าสัวของไทยเข้ามาซื้อหุ้นเพื่อฟื้นฟูกิจการ รวมทั้งกรณีที่กระทรวงการคลังผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่พร้อมจะเข้ามาโอบอุ้มไม่ให้การบินไทยเจ๊งคามือ โดยหาแนวทางฟื้นฟูธุรกิจทั้งกู้เงิน เพิ่มทุน และหาผู้ร่วมทุนรายใหม่แทนกองทุนวายุภักษ์ กระหน่ำเข้ามาให้ราคาหุ้น THAI ในช่วงนี้ร้อนแรงเหลือเกิน 


แต่ในความเป็นจริงที่สวนทางกับราคาหุ้น เราต่างรู้กันดีกว่า การบินไทยกำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนัก โดยเฉพาะการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ที่ส่งผลกระทบกับธุรกิจการบินอย่างหนัก และรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี เราแทบจะไม่เคยเห็นภาพเครื่องบินจอดนิ่งๆ ในสนามบินเยอะขนาดนี้มาก่อน เพราะหลายประเทศทั่วโลกล็อกดาวน์ ปิดประเทศ จนทำให้สายการบินไม่สามารถให้บริการได้อีก ไม่เว้นแม้แต่การบินไทย ที่ประกาศหยุดบินไปเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา และตามมาด้วยการหั่นเงินเดือนพนักงานทุกระดับ ตั้งแต่ 50% ขึ้นไป เพื่อกู้สถานการณ์ในปัจจุบัน 
                    

ในส่วนของหุ้น THAI ในมุมของผู้ถือหุ้นนั้น เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยก็คงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นดีใจกับราคาหุ้นที่ขึ้นมา เพราะมันลงไปจนชินชา เจ็บจนไม่รู้ว่าจะจบตอนไหน หลายคนติดอยู่บนดอยหาทางลงไม่เจอ และทำใจกันไปแล้ว แต่สิ่งที่ผู้ถือหุ้นสนใจมากกว่าสิ่งอื่นใดก็คือ วิกฤตคราวนี้การบินไทยจะฝ่าฟันไปไหวหรือไม่ เพราะต่อให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ กระทรวงการคลังจะบอกว่า "เราไม่ทิ้งกัน" แต่ด้วยสภาพที่เห็นและเป็นอยู่ ใครเห็นก็ต้องส่ายหน้าทั้งนั้น คลัง ต้องใส่เงินเข้าไปอีกเท่าไหร่ถึงจะพอโอบอุ้ม ต่อให้ผู้บริหารจะพยายามลดต้นทุน ค่าใช้จ่ายยังไง ก็คงไม่เพียงพอ 


 หยิบยกบทวิเคราะห์ จาก บล.เคจีไอ ประเมินชัดเจนว่า Q1/63 ผลประกอบการโดยรวมของ THAI จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ เพราะการการระบาดของ COVID-19 ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว คาดว่าจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงราว 30% YoY ในเดือน ก.พ.63 ขณะที่ cabin factor จะปรับลดลงเหลือ 70% เทียบกับเป้าหมาย 80% ในฤดูกาลท่องเที่ยว 
                     

เคจีไอ ยังกังวลถึงฐานะการเงินของบริษัท โดยมี net DE เท่ากับ 12.5 เท่า ณ สิ้นปี 2562 (เพิ่มขึ้นจาก 7.4 เท่า ณ สิ้นปี 2561) เมื่อพิจารณาแนวโน้ม 1H63 จึงคาดว่าฐานะการเงินจะอ่อนแอลงไปอีก ในขณะที่ผลประกอบการเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา การบินไทยก็ขาดทุนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท 
                     

ล่าสุด  บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่แนะนำ BEARISH กลุ่มการบิน เพราะมองว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 รุนแรงกว่าคาด ทำให้หลายประเทศมีมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และหลายสายการบินทั่วโลกประกาศยกเลิกเส้นทางบินระหว่างประเทศเป็นระยะเวลา 1-2 เดือนเป็นอย่างน้อย 


จึงคาดปี 2563 กลุ่มการบินมีผลขาดทุนสูงถึง -66,416 ลบ. จากปีก่อนหน้ามีกำไร 12,861 ลบ. คาดจุดต่ำที่สุดของผลประกอบการอยู่ในช่วง Q2/63 โดย THAI (U.R.) มีความเสี่ยงสูงที่สุดในกลุ่มฯ อาจต้องปรับโครงสร้างส่วนทุนภายใน 1H63
 

 เห็นแบบนี้แล้วบอกเลยว่า ธุรกิจสายการบินปีนี้เข้าขั้นตรีฑูตไปแล้ว เพราะต่อให้โควิดจะคลี่คลาย ไม่ว่าจะอย่างเร็วภายในครึ่งปีแรก หรืออย่างช้า ไตรมาส 3 เป็นต้นไป ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้กับการสููญเสียอย่างมหาศาลรวมกันเป็นหลักล้านล้านขึ้นไปแน่นอน  สายการบินไหนที่ไม่แข็งแกร่งพอ ก็จำเป็นต้องรับสภาพและปิดตัวเองไป 


ซึ่งเราก็ไม่อยากจะเห็นสายการบินแห่งชาติของไทย ที่รักคุณเท่าฟ้า มาแต่อ้อนแต่ออก จะต้องล่มสลายหายไป อย่างที่บอกตอนแรกว่า รัฐบาลก็คงไม่ยอมให้เกิดขึ้นแบบนั้น แต่หากการบินไทย ยังคงขาดทุนต่อเนื่อง อยู่เรื่อยๆ ก็จะเป็นคำถามที่ค้างคาใจว่าแล้วคราวนี้ รัฐบาลจะทำอย่างไรต่อไป จะอุ้มต่อไปเรื่อยๆ หรือไม่ 


ภาวะวิกฤตแห่งชาติ หรือต้องบอกทั่วโลกในขณะนี้ เป็นภาระอันหนักอึ้งของผู้บริหารการบินไทย รวมไปถึงกระทรวงการคลัง ว่าจะฝ่าวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร และจะไปไหวหรือไม่  และถ้าไม่ไหวจะสละเรือหรือไม่ บางทียังไม่ทันจบโควิดด้วยซ้ำ หลายธุรกิจก็จบไปก่อนเรียบร้อย 
                      

ฝากไว้ให้คิดเล่น ๆ ...







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh