efinancethai

บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

[email protected]

จีดีพีไทย ... สาละวันเตี้ยลง

จีดีพีไทย ... สาละวันเตี้ยลง

 

จนแล้วจนรอด ตัวเลขจีดีพีหรือเศรษฐกิจบ้านเราก็ยังไม่ฟื้นตัว เพราะจากตัวเลขที่สภาพัฒน์แถลงเมื่อวันจันทร์  (20 พ.ค.)  ที่ผ่านมา จีดีพีไตรมาสแรก หรือ Q1/67 เติบโตเพียงแค่ 1.5%  ของเราเติบโต 1.5% ถือต่ำกว่าไตรมาส 4/2566 ที่ขยายตัว 1.7% และดีกว่า 1.1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดยตัวเลขหลักๆ ที่ยังทำให้จีดีพีบ้านเราโตได้มาจากการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ยังเติบโตดีอยู่ และแรงหนุนจากการการท่องเที่ยว 
                      

 

นอกจากนั้น ก็แทบจะไม่เหลืออะไรมาให้ซัพพอร์ตตัวเลขเศรษฐกิจเลย ถึงแม้ว่าจีดีพีจะออกมาดีกว่าที่คาด แต่ก็ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากการลงทุนภาครัฐที่หดตัวลงอย่างหนัก จากการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ที่ล่าช้าถึงเดือนเม.ย. 2567  กระทบไปหมดทั้งภาคก่อสร้าง อุตสาหกรรม ที่ยังคงชะลอลงต่อเนื่อง
                      

 

เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อหันมาดูที่ผลผลิตทางการเกษตร ก็ออกมาสู่ตลาดน้อยจากผลกระทบของอากาศที่ร้อนจัดและภัยแล้ง  และการส่งออกไทยที่หดตัวจากปีก่อน  
                      

 

เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จีดีพีของเราในโค้งแรกปีนี้ จะติดอันสุดท้ายเมื่อเทียบกับอีก 5 ชาติอาเซียนที่เป็นคู่แข่งทางการค้าและการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ที่โต 5.7% ฟิลิปปินส์  5.7% อินโดนีเซีย 5.1% มาเลเซีย เติบโต 4.2%  และสิงคโปร์ ที่โต 2.7%  

 

เรารั้งท้ายเพื่อนบ้านแบบน่าตกใจ น่าเป็นห่วง และน่าใจหาย ขณะที่เศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้แล้ว แต่จีดีพีของเรากลับยังไม่เข้าสู่ระดับก่อนเกิดโควิดได้เลย หนำซ้ำยังมองไม่เห็นอนาคตว่าจะดีขึ้นเมื่อไหร่ เพราะหากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการอื่นๆ มากระตุ้นเศรษฐกิจจริงจัง นอกจากหวังพึ่งแต่ดิจิทัล วอลเล็ต 

 

ขณะที่ความสามารถในการแข่งขันของไทยเริ่มลดลง ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจชัดเจนมากขึ้น ทั้งสัดส่วนการลงทุนต่อจีดีพีทรงตัวที่ระดับ 20-25% ต่อจีดีพีมาโดยตลอด แถมยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่นการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ ทำให้วัยแรงงานลดลง ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เกินระดับ 80% ต่อจีดีพี  
                          

 

ยังไม่พอมูลค่า FDI หรือการลงทุนโดยตรงก็ชะลอลงอย่างต่อเนื่อง (ส่วนหนึ่งต่างชาติหันไปลงทุนอินโดนีเซีย เวียดนามเพิ่มขึ้น)  
                  

 

สิ่งเหล่านี้สะท้อนได้ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังมีระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำลง และอาจไม่สามารถกลับไปสู่ระดับการเติบโต ที่ระดับ 5-6% ได้อีก







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh