บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

เลือกตั้งสหรัฐฯร้อน ลุ้นรับไบเดน...จบไหมทรัมป์?

เลือกตั้งสหรัฐฯร้อน  ลุ้นรับไบเดน...จบไหมทรัมป์?

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้ น่าจะกลายเป็นการเลือกตั้งที่วุ่นวาย และร้อนระอุที่สุดในประวัติศาสตร์ไปเสียแล้ว เพราะป่านการนับคะแนนในอีดหลายรัฐยังไม่เสร็จเรียบร้อย ต้องรอคะแนนทางไปรษณีย์ที่ส่งกันเข้ามาจากหลายรัฐ 

 

การลงคะแนนทางไปรษณีย์นี้ เป็นชนวนที่จุดประเด็นเรื่องทุจริต หรือโกงการเลือกตั้งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หยิบยกขึ้นมาโจมตี เพราะก่อนหน้านี้ทรัมป์คัดค้านมาตลอดกับการลงคะแนนเลือกตั้งแบบนี้ เพราะมองว่าสามารถทุจริตกันได้ง่าย โดยไม่สนหน้าอินทร์ หน้าพรหมว่าประเทศกำลังเผชิญกับการระบาดอย่างหนักของโควิด
                        
ยิ่งล่าสุด (6 พ.ย.63) ที่บทความนี้ออกมา คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง หรือ Electoral Votes ของโจ ไบเดน ยังนำหน้าทรัมป์อยู่ 264-214 คะแนน แถมยิ่งนับคะแนนจาก ไปรษณีย์ที่ส่งเข้ามาเรื่อยๆ ก็ดูเหมือนคะแนนของไบเดนจะแซงหน้าทรัมป์ในสวิงสเตทที่ยังเหลืออีกเสียด้วย อย่างเช่นมิชิแกน วิสคอนซิน ที่ไบเดนชนะไปแล้ว ขณะที่เพนวิลวาเนีย จอร์เจีย ที่ยังนับคะแนนไม่เสร็จ ก็ถูกไบเดนตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ เรียกว่ายิ่งนับคะแนนไบเดนก็ยิ่งแซง เลยทำให้ทรัปม์ตีรวน และป่วนหนักเข้าไปอีก
 
โดยเฉพาะการฟ้องศาลให้นับคะแนนบางรัฐใหม่ เพราะเชื่อว่าตัวเองถูกโกง ซึ่งทรัมป์ยืนกระต่ายขาเดียวว่าหากยกเลิกการนับคะแนนเลือกตั้งจากไปรษณีย์เขาจะชนะแน่นอน (แบบนี้ก็ได้เหรอ) เท่านั้นยังไม่พอ ยังบอกด้วยว่าจะไม่ยอมรับคะแนนที่มาจากไปรษณีย์เด็ดขาด เพราะคะแนนที่ถูกต้องคือการลงคะแนนในคูหาเลือกตั้ง ทรัมป์ตั้งแง่ทุกอย่าง และค้านทุกเรื่องที่จะส่งผลเสียต่อการไม่ได้นั่งประธานาธิบดีอีกสมัย ทำตัวประหนึ่งอันธพาล หรือพวกขี้แพ้ชวนตี  "หากไม่ชนะ ตลาดหุ้นจะพังพินาศ" 
                       

ด้วยพฤติกรรมแบบนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ขณะนี้สหรัฐฯ จะมีการประท้วงและมีผู้ชุมนุมในหลายๆ เมือง แถมหลายๆ แห่งยังมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ เผาทำลาย พังร้านค้า ซึ่งหากผลการเลือกตั้งออกมาครบและสรุปว่าโจ ไบเดน จะได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 นั้น งานนี้สหรัฐฯคงลุกเป็นไฟ เพราะการไม่ยอมรับในผลการเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ และหากมีการฟ้องศาล และศาลรับเรื่อง ก็อาจทำให้กระบวนการต่างๆ ในการรับตำแหน่งของไบเดน ช้าออกไป โดยคาดว่ากระบวนการตัดสินของศาล น่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 40 วัน ในกรณีที่รับคำร้อง

 อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ไบเดน ชนะแบบทิ้งห่าง หรือชนะขาด เพราะล่าสุดตอนที่กำลังเขียนอยู่นี้ คะแนนไบเดน ในเพนซิลวาเนีย (20 คะแนน)  และจอร์เจีย (16 คะแนน)  กำลังไล่ทรัมป์มาติดๆ และถ้าสามารถเอาชนะได้ จะทำให้ไบเดนมีคะแนนเพิ่มมาอีก 36 คะแนน และเมื่อบวกกับเนวาด้าอีก 6 คะแนน เท่ากับ 42 คะแนนจะทำให้ไบเดน ชนะแบบที่ทรัมป์ไม่น่าจะหาเหตุ หรือข้ออ้างได้อีก เพราะฉะนั้นในช่วง 1-2 วันจากนี้ จนกว่าคะแนนอย่างเป็นทางการจะออกมาก็น่าจะมองเห็นแล้วว่า ใครจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่

 กรณีของไบเดนนั้น หากเขาได้เป็นประธานาธิบคนต่อไป เขาจะยังจะเป็นประธานาธิบดี ที่ได้คะแนน Popular Votes ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ อีกด้วย  โดยล่าสุดไบเดน ได้คะแนนส่วนนี้สูงถึง 73.44 ล้านคะแนน หรือคิดเป็น 50.5% ของประชากรสหรัฐฯ ที่มาลงคะแนนเลือกตั้ง             
                      


คนไทยลุ้นเลือกตั้งสหรัฐฯ ไม่แพ้การเลือกตั้งในประเทศ เพราะเราต้องยอมรับการเลือกตั้งผู้นำมหาอำนาจของโลก มักมีผลต่อเศรษฐกิจของโลกไม่น้อย จะบอกว่ามากก็ไม่แปลก เพราะเราก็เห็นว่าช่วง 4 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกต้องเจอกับอะไรมาบ้าง หนักหนาสาหัสแค่ไหน โดยเฉพาะเรื่องสงครามการค้า ที่ปั่นป่วนไปทั่วโลก ไม่เว้นทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน ตลาดการค้าระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนผู้นำ จึงต้องลุ้นกันหนัก ยิ่งบ้านเรา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เรารู้พิษสงของโดนัลด์ กันเป็นอย่างดี 

ดังนั้น หากไบเดนมา เศรษฐกิจ การค้า การลงทุนก็น่าจะดูดีกว่าทรัมป์ โดยเฉพาะเรื่องนโยบายการค้าที่จะมีความประนีประนอมมากกว่าทรัมป์อยู่แล้ว เนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของเดโมแครตค่อนข้างเปิดกว้าง และเป็นมิตรกว่า จึงเห็นได้ว่าทันทีที่คะแนนของไบเดน ขึ้นนำ ตลาดหุ้นบ้านเราเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา บวกแรงกว่า 40 จุดกันเลยทีเดียว 
                     
แต่ระยะยาวจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องดูกันนานๆ เพราะกว่าประธานาธฺิบดีคนใหม่จะสาบานตน ก็ต้องรอไปถึง ม.ค. ปีหน้า การบริหารเศรษฐกิจ รวมไปถึงนโยบายหลักใหม่ๆ ถึงจะออกมาเป็นรูป เป็นร่าง ซึ่งถึงเวลานั้นก็อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง 
                    
ส่วนตอนนี้ลุ้นคะแนนกันไปก่อน ซึ่งวันหยุดนี้ เราคงจะได้เห็นโฉมหน้าชัดๆ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh