บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

คนละครึ่ง เรือธงดันเศรษฐกิจไทยโค้งสุดท้าย

คนละครึ่ง เรือธงดันเศรษฐกิจไทยโค้งสุดท้าย

สัปดาห์นี้ หลายหน่วยงานเริ่มที่จะออกมาปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปีนี้ดีขึ้น เริ่มจากสภาพัฒน์ หรือ สศช. ที่ออกมาปรับเป้าจีดีพีเหลือติดลบ 6% จากเดิมคาดว่าจะติดลบประมาณ 7-7.5% ขณะที่กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย ปรับเพิ่มจีดีพีไปก่อนหน้านี้แล้ว  


กระทรวงการคลัง คาดว่าจีดีพีปีนี้จะติดลบลดลงเหลือประมาณ 7.7% ส่วนแบงก์ชาติ คาดติดลบเหลือ 7.8% จากเดิมคาดติดลบอยู่ที่ 8.1% ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มตัวเลขที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกระทรวงการคลังนั้น เตรียมตัวที่จะปรับจีดีพีอีกครั้งราวๆ เดือนมกราคมปีหน้า ทั้งนี้ก็เพราะว่าตัวเลขจีดีพีในไตรมาสที่ 3 ติดลบน้อยกว่าคาดที่ 6.4% ซึ่งน้อยกว่าไตรมาส 2 ที่หดตัวมากกว่า 12% จากผลกระทบเต็มๆของการล็อกดาวน์

อย่างไรก็ดี เมื่อดูแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ที่เราได้การบริโภค จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ทยอยออกมา รวมไปถึงตัวเลขการส่งออกที่เริ่มดีขึ้น จึงทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี ก็น่าจะดีขึ้นตามลำดับ และเกื้อหนุนให้ตัวเลขทั้งปีติดลบน้อยลง


ต้องบอกว่าประเทศไทยของเรานั้นค่อนข้างโชคดี ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็ว และดีกว่าหลายๆ ประเทศในโลก ทั้งเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาดซึ่งสามารถจำกัดวงได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ขณะที่ด้านเศรษฐกิจนั้น การคลายล็อกดาวน์ทำได้ทันท่วงที มีการกระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวในประเทศ จนสามารถทำให้การบริโภคภายในฟื้นตัวได้ค่อนข้างดี

อย่างเช่นโครงการล่าสุดทั้งโครงการคนละครึ่ง ช็อปดีมีคืน รวมไปถึงโครงการก่อนหน้าเราเที่ยวด้วยกันที่ขยายเวลาออกไปอีก ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการคนละครึ่ง ซึ่งต้องบอกว่าฟีเวอร์มากๆ เพราะกลายเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ และช่วยได้ตรงจุด ทั้งพ่อค้า แม่ค้ารายย่อย ที่ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โครงการนี้ช่วยดันยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัว ขณะที่ประชาชนก็จับจ่ายใช้สอยได้คล่องมือ วิน-วิน ทั้งคนซื้อคนขาย เรียกว่าลงทะเบียนกันเต็มอัตรา และมีแนวโน้มที่รัฐบาลจะเปิดเฟส 2 อีก


ใครจะไปคิดแค่วันละ 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือ 3000 บาทต่อคน แต่พอ 10 ล้านคนรวมกัน จำนวนเงินที่ลงไปสู่ระบบไม่น้อยเลย บวกกับจำนวนร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการอีก “คนละครึ่ง” ก็เลยเห็นผลรวดเร็ว

ซึ่งล่าสุด ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจของ ม.หอการค้าไทย ประเมินว่าการเปิดลงทะเบียนโครงการนี้ จะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบรวมกว่า 6 หมื่นล้านบาท และสร้างเงินหมุนเวียนในระบบประมาณ 1 แสนล้านบาท และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวประมาณ 0.7-1% และหากประเมินทั้ง 3 มาตรการรวมกันคือ คนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน และเราเที่ยวด้วยกัน จะสามารถดันเศรษฐกิจในเศรษฐกิจไตรมาสที่ 4 ให้ขยายตัวได้ประมาณ 2-3% ซึ่งอาจทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกปี 2564 มีโอกาสกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้


โดยหอการค้าไทย คาดว่าจะเริ่มเห็นความเชื่อมั่นผู้บริโภคและเศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาส 2 ของปี 64 ทำให้การเติมเงินเข้าไปอีก 60,000 ล้านบาท จะช่วยเป็นหลักประกันให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นได้ และหากอัดมาตรการดีๆ อย่างต่อเนื่อง จะทำให้เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวเป็นบวกได้ในไตรมาสที่ 1 ปีหน้า จากที่คาดว่าจะเป็นไตรมาส 2

 

โครงการดีเราก็ชม ซึ่งก็ยอมรับว่าทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลออกแบบโครงการนี้ได้ตรงใจประชาชนค่อนข้างมาก และก็สามารถช่วยประชาชนได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งหากเทียบกับ ชิม ช้อป ใช้ก่อนหน้านี้ บอกตรงๆ ว่า โปรเจ็กนี้ดีกว่าเยอะ และเผลอๆ “คนละครึ่ง” นี่แหละ จะเป็นเรือธงดันเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายของปีนี้ให้ลืมตาอ้าปากได้ และผลักดันให้เศรษฐกิจทั้งปีลดน้อยกว่าที่เราคาดไว้







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh