บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

ตลาดหุ้นสิ้นปี ยังมีความหวัง

ตลาดหุ้นสิ้นปี ยังมีความหวัง

     เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้แล้ว ปีนี้ต้องยอมรับเลยว่าหนักหนาสาหัส สากรรจ์ จริงๆ โดยเฉพาะปัญหาเงินเฟ้อทั่วโลก ที่ทำเอาเศรษฐกิจเสี่ยงถดถอยกันไปหมด และกระทบอย่างทั่วถึง ยิ่งสหรัฐฯ ใช้มาตรการขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ ก็ยิ่งกระทบต่อประเทศอื่นๆ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยทำให้เงินไหลออก หนุนดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น ไม่เว้นแม้แต่เงินบาทของเรา ที่อ่อนค่าจนแตะ 38 บาทไปแล้ว

 

    ส่วนบรรยากาศการลงทุนนั้น ไม่ต้องสงสัยเลย เพราะปัจจัยทั้งหมดนี้ ทำให้ Senteiment ตลาดไม่ดีเอาเสียเลย SET Index บ้านเราก็เช่นกัน จากที่ทะลุ 1,700 จุดไปเมื่อช่วงต้นปี ก็ไม่เห็นวี่แววอีกเลย แถมช่วงที่ข่าวเงินเฟ้อพุ่งแรงๆ นั้น ยังหวาดเสียวว่าจะหลุด 1,500 จุด เสียด้วยซ้ำไป
แต่ก็ยังดีที่ SET Index ยังสามารถประคองตัว จนผ่านจุดนั้นมาได้ 

    และตอนนี้ก็เริ่มมามีลุ้นว่าช่วงที่เหลืออีก 3 เดือนของปีนี้ จะผ่าน 1,600 จุดไปได้มากน้อยแค่ไหน หรือจะทะลุไปที่ 1,700 จุดได้เลยหรือไม่ เพราะจะว่าไปแล้วไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาส เมื่อดูจากแนวโน้มเงินไหลเข้าจากต่างชาติ ที่ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะแม้แนวโน้มส่วนใหญ่ช่วงปลายปี มักจะมีการขายปรับพอร์ตลงทุนจาก นักลงทุนต่างชาติ และบรรดากองทุน แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ที่ตลาดหุ้นปลายปีจะวิ่งได้แรง

 

    อย่างล่าสุด ที่ บล.เอเซียพลัส เปิดแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา คาดการณ์ว่า SET Index สิ้นปีนี้แตะ 1,730 จุด เพราะเชื่อว่าได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว เงินบาทชะลอการอ่อนค่า และฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง

    โดย เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย ASP บอกว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเติบโต 3.6% จากแรงหนุนการเปิดประเทศที่ทำให้ภาคการบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยวฟื้นตัว ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐที่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุน มากกว่าการเยียวยาหลังผ่านช่วงโควิด-19 รวมถึงดุลบัญชีเดินสะพัดที่น่าจะปรับตัวดีขึ้น

    ส่วนเงินเฟ้อ คาดว่าหลายประเทศมีแนวโน้มผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับลงใกล้เคียงกับช่วงต้นปี และจะทำให้แรงกดดันต่อการใช้นโยบายการเงินเชิงรุกของธนาคารกลางต่างๆลดลง โดยเฉพาะเฟดที่ตลาดคาดช่วงที่เหลือของปีจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-1.25% และปีหน้าอีก 0.25% ก่อนจะลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง

    ขณะที่ทิศทางค่าเงินบาทในช่วงไตรมาส 4/65 เชื่อว่าจะชะลอการอ่อนค่าจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่ลดลงตามราคาพลังงานที่ปรับลง ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบของการขาดดุลการค้า เช่นเดียวกับดุลบริการที่จะดีขึ้นตามตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น

 

    เห็นแบบนี้แล้ว ก็ต้องบอกว่าตลาดหุ้นสิ้นปี ยังมีความหวังอยู่ เพราะจะว่าไปแล้วหลายๆ ปัจจัยยังคงสนับสนุนการลงทุน และเชื่อว่าเมื่อความกังวลต่างๆ เริ่มลดลง ทั้งจากปัจจัยภายนอก และภายใน เมื่อนั้น Sentiment ตลาดก็จะกลับมาดีเอง







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh