บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

งบประมาณ"63" ขอเน้นคุณภาพเยอะๆ

งบประมาณ

ผ่านมติรับหลักการวาระแรกไปเรียบร้อยสำหรับ ร่างพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 (ต.ค.62-ก.ย.63) วงเงิน  3.2 ล้านล้านบาท ขาดดุล 43.6 แสนล้านบาท ด้วยคะแนนเสียง เห็นด้วย 251 เสียง 


โดย ส.ส.ฝายค้านงดออกเสียง 234 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุม 488 คน เรียกว่าเป็นไปตามคาดหมาย ไม่มีพลิกโผแต่อย่างใด ซึ่งจะว่าไปแล้วประเด็นสำคัญของการอภิปรายคราวนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า ผ่านหรือไม่ผ่าน แต่สิ่งสำคัญน่าจะอยู่ตรงเรื่องการของบของแต่ละกระทรวงมากกว่า 


อย่างบางกระทรวงที่ของบฯเพิ่มกันจนเกิดข้อสงสัยว่าประเทศไทย จำเป็นกับการต้องใช้งบประมาณในด้านนี้มากถึงขนาดนั้นหรือไม่ เช่น กระทรวงกลาโหม ที่ของบฯ เพิ่มขึ้น 6.22 พันล้านบาท โดยปีงบประมาณนี้ ขอเพิ่มอยู่ที่ 2.33 แสนล้านบาท จาก 2.27 แสนล้านบาท เมื่อปีงบฯ 62 233,353,433,300 บาท และ "กองทัพบก" เป็นหน่วยงานในกลาโหมที่ขอเพิ่มงบประมาณมากที่สุด จาก 1.11 แสนล้านบาท เป็น 1.13 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 2.3 พันล้านบาท ซึ่งขอมากขนาดนี้ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดคำถามตามนี้ว่า สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ กับงบฯขนาดนี้ มันใช่แล้วหรือ 


 สำหรับกระทรวงกลาโหม ถือเป็น 1 ใน 4 กระทรวงหลักที่ได้งบประมาณสูงสุดนอกจาก กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 3.68 แสนล้านบาท น้อยกว่าปี 62 อยู่ 386.74 ล้านบาท รองลงมา กระทรวงมหาดไทย จำนวน 3.53 แสนล้านบาท มากกว่าปี 62 อยู่ 2.52 หมื่นล้านบาท  และกระทรวงการคลัง จำนวน 2.49 แสนล้านบาท มากกว่าปี 62 อยู่ 6.71 พันล้านบาท  


ขณะเดียวกันยังมีการจัดสรรงบกลาง อีกจำนวน 5.18 แสนล้านบาท มากกว่าปี 62 อยู่ 4.72 หมื่นล้านบาท ซึ่งงบปี 63 นี้ได้มีการประมาณงบกลางไว้ 12 รายการ โดยมีรายการ 1 ใน 12 รายการ เป็นเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ซึ่งรัฐบาลมีอำนาจในการอนุมัติจำนวน 96,000 ล้านบาท  


ถือว่าครบถ้วนกระบวนความสำหรับงบประมาณรายจ่ายปี 63 แต่ละกระทรวง ทบวง กรม ได้งบฯ ตามที่ขอ ส่วนงบกลาง ซึ่งก็คือ รายจ่ายที่ตั้งไว้เพื่อจัดสรรให้ส่วนราชการและหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐนำไปใช้ได้นอกจากงบประมาณที่ได้รับปกติ รวมทั้งรายจ่ายที่ตั้งไว้เป็นค่าใช้จ่ายเฉพาะเรื่องที่มีการกำหนดไว้เป็นรายจ่ายงบกลาง ก็ได้ตั้งไว้เบ็ดเสร็จเรียบร้อย แม้ในหลายๆส่วนจะถูกฝ่ายค้ายหยิบยกมาค้านและไม่เห็นด้วยกับจำนวนเงินที่จัดสรรออกมาก็ตาม   


อย่างไรก็ดี แม้งบประมาณรายจ่ายปี63 จะผ่านการลงมติไปแล้วในวาระแรก แต่กว่ากระบวนการทุกอย่างจะเสร็จสิ้นและรัฐบาลสามารถใช้งบฯ มาบริหารประเทศได้ ก็ต้องรอไปจนถึงปลายเดือนมกราคม ปี63 เพราะตามไทม์ไลน์จากนี้ เมื่อผ่านวาระแรก ต้องเข้าสู่วาระที่ 2-3 โดยการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อพิจารณาอีกรอบ และเมื่อผ่านจากขั้นกรรมาธิการแล้ว วันที่ 8-9 ม.ค. 63 สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฯ ในวาระดังกล่าว 


หากผ่านการลงมติจากสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 3 แล้ว วันที่ 20 ม.ค. 63 ขั้นตอนวุฒิสภาก็จะให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยวุฒิสภาจะต้องให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบภายในยี่สิบวัน นับแต่วันที่ร่างพระราชบัญญัตินั้นมาถึง  โดยจะแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ มิได้ ถ้าพ้นกําหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าวุฒิสภาเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัตินั้น


โดยคาดว่าวันที่ 27 ม.ค. 63 คือวันที่กระบวนการทั้งหมดจะเสร็จเรียบร้อย จากนั้นสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป


เพราะฉะนั้นด้วยขั้นตอนที่บอกไปนั้น ต่อให้งบประมาณผ่านแล้ว แต่ระยะเวลาที่ล่าช้าออกไปกว่า 4 เดือน หรือจะบอกว่าเป็น "งบข้ามปี" ก็ไม่ผิด จึงเป็นเรื่องที่เราต้องมาดูว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีการเบิกจ่ายงบฯ อย่างไรเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเฉพาะบรรดางบลงทุนต่างๆ เพื่ออัดฉีดเงินเข้าระบบในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตรงเป้าที่สุด 


อย่าลืมว่าเศรษฐกิจปีนี้ ที่คาดว่าโตได้ไม่เกิน 3% จะกลายเป็นโจทย์ยากสำหรับปีหน้า หากการเบิกจ่ายงบประมาณไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ เนื่องจากนับๆดูแล้ว รัฐบาลมีเวลาใช้จ่าบงบฯ ประมาณ 8 เดือนเท่านั้น เบิกจ่ายอย่างไรให้ตรงเป้า และวัตถุประสงค์  
  

งบประมาณ ไม่ใช่สักแต่ใช้ แต่ต้องบริหารจัดการให้คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพ เพื่อที่ประเทศจะเดินหน้าได้โดยไม่สะดุด อย่างที่ท่านนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย้ำในตอนปิดประชุมว่า งบประมาณรายจ่ายปี63 นี้  มุ่งหวังให้ประเทศมีความมั่นคง ประชาชนมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ส่วนจะมั่งคั่ง และยั่งยืนทั่วถึงหรือไม่นั้น ก็ต้องดูว่างบฯ ที่แต่ละกระทรวงขอไว้นั้น ท่านกระจายลงไปถึงประชาชนโดยเท่าเทียมแค่ไหน  ไม่ใช่เน้นปริมาณ แต่หาคุณภาพไม่ได้ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh