บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

อย่าฝืนธรรมชาติ …..

อย่าฝืนธรรมชาติ …..

     เป็นไปตามคาด หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% และยังส่งสัญญาณว่าจะขึ้นอีกครั้งก่อนปิดท้ายปีนี้ 

     เท่านั้นยังไม่พอปีหน้าจะขึ้นอีกอย่างน้อยๆ ก็ 3 ครั้ง หลังจากเศรษฐกิของสหรัฐฯ มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง โดยเฟดประมาณการว่าจีดีพีสหรัฐฯปีนี้ จะขยายตัวเพิ่มเป็น 3.1% จาก 2.8% เป็น 3.1% และได้เพิ่มประมาณการจีดีพีปีหน้าเป็น 2.5% จาก 2.4%  ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เฟดจะยังคงเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย และนั่นเท่ากับว่ายิ่งเฟดขึ้นดอกเบี้ยมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่เงินไหลออกก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
     ขณะที่เฟด ขึ้นเอา ขึ้นเอา แต่กลับมาดูฟากฝั่งแบงก์ชาติบ้านเรา กลับยังคงเดินหน้านโยบายทางการเงินด้วยการคงดอกเบี้ยต่อไป และเป็นการคงไว้ครั้งที่ 27 เข้าให้แล้ว ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1.5% อย่างเหนียวแน่นที่สุด ถึงแม้จะมองว่าความจำเป็นในการใช้อัตราดอกเบี้ยแบบผ่อนคลายในระดับต่ำ จะจำเป็นน้อยลงก็ตาม แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่าจะขึ้นเมื่อไหร่ เพราะ กนง. ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย
    จะว่าไปแล้ว เรื่องขึ้นหรือไม่ขึ้นนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ ที่แบงก์ชาติโดย กนง. จะต้องพิจารณาอยู่แล้ว เพียงแต่ในภาวะเช่นนี้เหมาะสมแค่ไหน หากยังตรึงดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปยาวนานแบบที่เป็นอยู่ เพราะตามความเป็นจริงแล้ว แนวโน้มดอกเบี้ยกำลังจะเป็นช่วงขาขึ้นแล้วหรือไม่ เมื่อมองจากตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ทั้งจีดีพี  ทั้งตัวเลขการบริโภคภายใน การใช้จ่ายประชาชน ตามนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐบาลเอง  รวมไปถึงการใช้จ่ายจากการลงทุนของเอกชน และการจ้างงาน อีกทั้งเมื่อมองไปที่หนี้ภาคครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงแล้ว ดังนั้นตามหลักแล้วก็น่าจะถึงเวลาที่แบงก์ชาติควรจะปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้วไม่ใช่หรือ ส่วนข้ออ้างว่าเงินเฟ้อยังต่ำหรือต้องการรักษาระดับต่ำไว้ก็ยิ่งใช้ไม่ได้ เมื่อมองภาพรวมตอนนี้ เพระหากไม่อยากให้เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นก็น่าจะเป็นตัวสกัดที่ดีได้ ซึ่งเชื่อว่า กนง. ทุกท่านทราบดี
     ต่อให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อภิศักดิ์ จะบอกว่าไม่อยากให้ขึ้นเพราะจะเป็นภาระกับประชาชน หรือแม้แต่กลัวเงินจะไหลเข้าเร็ว จนค่าบาทแข็ง และกระทบเศรษฐกิจในที่สุดนั้น แต่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาจริงๆ เราจะฝืนคงดอกเบี้ยกันอีกทำไม เพราะหากส่วนต่างดอกเบี้ยของเรากับต่างประเทศ ยังคงถ่างขึ้นเรื่อยๆ คราวนี้เราควรจะกลัวเรื่องเงินไหลออกมากกว่าจะเกรงมีเงินไหลเข้า เพราะเมื่อถึงภาวะที่เหมาะสม แต่เรากลับดำเนินนโยบายการเงินแบบย้อนแย้งกับความจริง
    ที่เขียนมาไม่ได้อยากจะเชียร์ให้ แบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย เพราะหากขึ้นก็เท่ากับว่าต้นทุนหลายๆ ด้านพุ่งขึ้นตามไปด้วย แต่ก็เชื่อว่าคนผ่อนบ้าน คนทำธุรกิจ ก็น่าจะรู้ทางออก หาทางป้องกันความเสี่ยงกันไว้บ้างแล้วนั่นแหละ

     เพราะฉะนั้นการประชุม กนง. ที่ยังเหลืออีก 2 ครั้งในปีนี้ คือวันที่ 14 พ.ย. และ 19 ธ.ค. เชื่อว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่คณะกรรมการเสียงส่วนใหญ่จะเห็นพ้องให้ขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจจะเป็นการขึ้นส่งท้ายปีเลยก็ได้              







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh