บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

รอดไม่รอด อภิปรายไม่ไว้วางใจ

รอดไม่รอด อภิปรายไม่ไว้วางใจ

    ในที่สุดพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ตัดสินใจยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่วางใจรัฐบาลในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ โดยใช่ชื่อ "ยุทธการ เด็ดหัว สอยนั่งร้าน" โดยจะเป็นการอภิปรายฯ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ทั้งหมด 10 คน ใน 6 ประเด็นข้อกล่าวหา คือ 

    1 . ความผิดพลาด บกพร่องในการบริหารราชการแผ่นดิน 

    2. จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กระทำผิดต่อกฏหมายและฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม

    3.ทุจริต ส่อทุจริต เอื้อประโยชน์ 
    
    4. ไม่ปฎิบัติตามนโยบายที่แถลงต่อสภา หรือเรื่องที่เคยอภิปรายทักท้วงเอาไว้ 
    
    5. การละเมิดสิทธิมนุษยชน 

    6. การทำลายประชาธิปไตยระบบรัฐสภา

    ซึ่งจะว่าไปทั้ง 6 ข้อกล่าวหาก็อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือเกินความคาดหมาย เพราะก็คาดกันไว้แล้วว่า ฝ่ายค้านน่าจะหยิบยกประเด็นประมาณนี้ออกมาเล่นงานรัฐบาล ส่วนตัวรัฐมนตรีรายบุคคลหลักๆ นั้น ก็หนีไม่พ้น นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีจาก 3 พรรคการเมือง คือ พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ และ ภูมิใจไทย

 

    แต่ที่น่าจับตามอง และน่าสนใจมากกว่าก็คือ การอภิปรายคราวนี้ ฝ่ายค้านจะเอารัฐบาลอยู่หมัด หรือปล่อยหมัดเด็ด น็อคสลบ ได้หรือไม่มากกว่า เพราะล่าสุดเอง ทางรัฐบาลก็ดูเหมือนจะมั่นใจว่าเอาอยู่ และเชื่อว่าจะผ่านศึกอภิปรายครั้งนี้ไปได้ และอยู่ต่อจนครบวาระในปี 2566 อีกทั้งเมื่อดูจากการอภิปรายงบประมาณปี66 ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ นั้น เมื่อดูจากคะแนนเสียงโหวต ที่ผ่านฉลุย แถมยังเจอบรรดางูเห่า จากพรรคฝ่ายค้านมาร่วมวงโหวตรัฐงบฯ ให้อีกนั้น ก็ชักไม่แน่ใจจริงๆ ว่า ฝ่ายค้านจะเอาชนะโหวตไปได้ง่ายๆ

    เพราะเอาเข้าจริง ต่อให้มีเรื่องกินแหนงแคลงใจ ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกันมา แต่พอถึงเวลา ส.ส. ก็อยากจะอยู่กันในครบวาระ ดังนั้นจะมาหักหลัง หรือกลับลำไม่โหวตให้พรรคร่วมฯ ด้วยกัน ก็คงจะไม่ใช่ ดังนั้นอภิปรายครั้งนี้ หากจะอยากจบเกมแบบให้รัฐบาลตกม้าตาย ยุบสภาไปเลยนั้น ฝ่ายค้านต้องหาข้อมูล และทำงานหนักมากกว่าเดิมหลายเท่า

    อย่างไรก็ดี รัฐบาลเองก็ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ความนิยมที่เคยได้รับก็ลดลงไปไม่น้อย โดยเฉพาะการบริหารในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ยิ่งกับผลการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ที่หลายต่อหลายฝ่ายมองว่า การชนะของผู้ว่าชัชชาติ แบบถล่มทลายมันสะท้อนให้เห็นได้ชัดว่า ประชาชนรู้สึกอย่างไร เพราะฉะนั้น รัฐบาลเองก็อย่าชะล่าใจเช่นเดียวกัน และที่สำคัญอย่าดูถูกประชาชน เพราะแม้จะผ่านศึกครั้งนี้ไปได้ การบริหารประเทศในช่วงที่ทุกอย่างดูจะวิกฤติ ก็ยังเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ และพารัฐนาวาลำนี้ ผ่านไปให้ได้

 

    ส่วนฝ่ายค้านนั้น เชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้ ก็คงจะตั้งใจเป็นพิเศษ และใช้โอกาสที่มีทำหน้าที่ในสภาและตีแผ่การบริหารงานของรัฐบาล ที่คิดว่าผิดพลาดออกมาให้ประชาชนรับรู้ให้มากที่สุด ชนะ หรือไม่ชนะ ก็ถือว่าเต็มที่แล้ว ส่วนประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ นั้น ก็คงใช้โอกาสในการจะเลือกว่า อนาคตของประเทศควรไปทางไหน







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh