บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: บรรณาธิการบริหาร
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

pimrapas@efinancethai.com

คนละครึ่งเฟส 5 ... กระตุ้นไม่ถูกจุด

คนละครึ่งเฟส 5 ... กระตุ้นไม่ถูกจุด

     ในที่สุดรัฐบาลก็หนีไม่พ้นต้องคลอดโครงการ "คนละครึ่ง" เฟส 5 ออกมาจนได้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังบอกว่าจะไม่มีอีกแล้ว เพราะไปๆ มาๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ครม.ก็ไฟเขียวโครงการ "คนละครึ่ง" เฟส 5 ออกมาอีกครั้ง เพียงแต่รอบนี้ปรับลดวงเงินเหลือ 800 บาท โดยให้ใช้จ่ายไม่เกิน 150 บาท/วัน เป็นระยะเวลา 2 เดือน เริ่มใช้ 1 ก.ย. นี้ จนถึง 31 ต.ค.นี้ มีกรอบวงเงินรวม 2.12 หมื่นล้านบาท

 

    ทำให้ตั้งแต่เริ่มโครงการคนละครึ่งเฟสแรก เมื่อเดือน ต.ค. ปี 63 จนถึงเฟสล่าสุด รัฐบาลใช้เงินกับคนละครึ่งไปแล้ว 2.34 แสนล้านบาท แถมยังเป็นโครงการที่รัฐบาลเคลมว่า ประสบความสำเร็จ ในการกระตุ้นการใช้จ่าย และเศรษฐกิจของประเทศในช่วงโควิดได้เป็นอย่างดี

    ก็ไม่มีใครเถียงหากรัฐบาลจะบอกแบบนั้น เพราะก็เห็นด้วยว่าคนละครึ่้งมีส่วนช่วยได้มากจริง แต่สำหรับเฟสล่าสุดความจำเป็นในการเข็นโครงการนี้มาใช้ อาจจะไม่มีเท่าครั้งก่อนหน้า เพราะเมื่อดูถึงความสำคัญ และความจำเป็นในบริบทล่าสุด การกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบกว่า 20 ปี หลังจากราคาสินค้าแพงลิบลิ่ว เพราะต้นทุนราคาน้ำมัน และยิ่งเมื่อเทียบกับเงินในรอบนี้เพียง 800 บาท กับระยะเวลา 2 เดือนแล้ว รัฐบาลน่าจะเอาเงินกว่า 2 หมื่นล้านที่กำลังจะใช้ไปนั้น ไปอุดหนุนในส่วนที่น่าจะได้ประโยชน์ในช่วงนี้่มากกว่าหรือไม่ (ถ้าไม่ใช่เรื่องหวังผลคะแนนเสียง)

 

    อย่าลืมว่าตอนราคาข้าวของถีบตัวขึ้นสูงไปหมดทุกอย่าง แม้รัฐบาลจะพร่ำบอกว่าไม่อนุญาตให้ขึ้นก็ตาม ขณะที่ราคาอาหารการกินต่างๆ ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ขยับขึ้นไปหมดแล้ว เพราะไม่สามารถแบกภาระต้นทุนที่ขึ้นไปก่อนหน้านี้ได้ แล้วยิ่งมาเห็นเงินที่รัฐบาลให้มา ต่อให้ใช้วันละไม่ถึง 150 บาทต่อวัน ใช้ยังไงให้ได้ 2 เดือนช่างยากเย็นเหลือเกิน

 

    ในขณะเดียวกัน เดือนก.ย. อีกเหมือนกัน ที่เราๆ ท่านๆ ก็รู้ดีว่า ค่าเอฟที หรือ ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ รอบใหม่ (ก.ย.-ธ.ค.) กำลังจะสร้างปรากฎการณ์ ปรับขึ้นแพงที่สุดในประวัติการณ์ ซึ่งคาดว่าเบื้องต้นจะปรับอัตราเพิ่มไม่ต่ำกว่า 68.66 สตางค์ต่อหน่วย ตามต้นทุนที่แท้จริงจากราคาเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้น ดังนั้นเมื่อรวมกับค่า Ft งวดปัจจุบัน (พ.ค. –ส.ค. 2565) ที่เก็บอยู่ 24.77 สตางค์ต่อหน่วย จะทำให้ค่า Ft โดยรวมในเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2565 อยู่ที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย และเมื่อนำมารวมกับค่าไฟฟ้าฐานประมาณ 3.79 บาทต่อหน่วย จะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมที่ประชาชนต้องจ่ายคือ 4.72 บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2565 ที่ประชาชนจ่าย 4 บาทต่อหน่วย

    ด้วยค่าเอฟทีขนาดนี้ หากเคาะจริงๆ แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เงินเฟ้อในประเทศจะพุ่งขึ้นอีกเท่าไหร่ โดยเฉพาะต้นทุนสินค้าสารพัด สารพัน ซึ่งก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะยังยันอยู่อีกหรือไม่ และเรื่องค่าไฟรอบนี้ บอกเลยไม่ธรรมดา เพราะถ้าขึ้นมาขนาดนี้ กระทบค่าครองชีพทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกำลังซื้อในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 แบบไม่ต้องสงสัย เงิน 800 ไม่น่าจะช่วยได้มากนัก และน่าจะกระตุ้นได้ไม่นาน

 

     เพราะฉะนั้นคิดเล่นๆ ในเมื่อรัฐบาลก็รู้อยู่แล้วว่า ราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น จนทำให้ค่าเอฟที รอบที่จะถึงนี้ไม่สามารถอั้นได้อีกต่อไป ดังนั้น เอาเงินจำนวนที่ต้องมาใช้ในคนละครึ่ง มาอุดหนุนในเรื่องนี้ น่าจะดีกว่าหรือไม่ เพราะนอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชนแล้ว ยังจะช่วยพยุงไม่ให้เงินเฟ้อ และเศรษฐกิจในประเทศย่้ำแย่ลงได้ เพราะไหนจะดอกเบี้ยที่ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า กนง.จะขึ้นในเดือนนี้ แล้วยังต้องเจอเด้งที่ 2 จากค่าไฟอีก บอกเลยว่า "จุกอก"
 

    
    ดังนั้น "คนละครึ่ง" คราวนี้ จึงอาจจะกระตุ้นไม่ถูกจุด และไม่รอบด้าน







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh