บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

ไหวมั๊ยทรัมป์

ไหวมั๊ยทรัมป์

สถานการณ์ในสหรัฐอเมริกาตอนนี้ ต้องบอกว่าสุ่มเสี่ยงและอันตรายอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะต่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพราะเหตุการณ์ที่กระหน่ำเข้ามารอบด้าน อาจกระทบต่อคะแนนเสียงของทรัปม์เป็นอย่างมากในการเลือกตั้งเดือนพ.ย.นี้ 


หลังจากสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับการติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อเกือบ 2 ล้านคน และตายไปแล้วกว่าแสนคน และนำโด่งอย่างต่อเนื่องเสียด้วย แม้ล่าสุดเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เริ่มจะกลับมาคลายล็อกในบางส่วนแล้วก็ตาม 


แต่ก็ใช่ว่าในปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจทั้งหมดจะกลับมาฟื้นตัวได้รวดเร็ว เห็นได้จากจำนวนคนว่างงานในสหรัฐฯ เดือน พ.ค. ที่คาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นใกล้ๆ ระดับ 20% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงสุดในรอบ 90 ปีเลยทีเดียว  ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่พญาอินทรีจะกางปีกและผงาดขึ้นมาได้ในเร็ววัน 


เท่านั้นยังไม่พอ  ล่าสุด สดๆร้อนๆ ก็คือการประท้วงของคนอเมริกันต่อกรณีของ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีที่เสียชีวิตระหว่างการจับกุมของตำรวจผิวขาว จนเกิดความไม่พอใจต่อคนผิวสีทั่วประเทศ และกลายเป็นประเด็นเหยียดผิวที่ปะทุรุนแรงไปทั่วสหรัฐฯ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา และยังลุกลามขยายวงไปบ้างประเทศในยุโรปด้วย โดยเฉพาะในฝรั่งเศส 
                  

ขณะที่ทรัมป์ ซึ่งถูกโควิดจู่โจมมาก่อนหน้านั้นหลายเดือน แม้ตัวเลขผู้ป่วยอาจลดลงบ้างก็ตามจนนำไปสู่การคลายล็อกดาวน์ในหลายเมือง แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อการประท้วงรุนแรงขึ้น หลายเมืองที่คลายล็อกจากโควิด ก็ต้องกลับมาประกาศภาวะฉุกเฉินจากเหตุการประท้วง และยังดูจะหนักข้อขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อมีการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน ทั้งที่การแพร่ระบาดของโควิด ควรที่ทุกฝ่ายจะต้องเว้นระยะห่าง และหลีกเลี่ยงการชุมนุมด้วยซ้ำ เจอแบบนี้เข้าไป ก็ไม่รู้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงได้อย่างไร 


หนำซ้ำปฏิกิริยาของผู้นำสหรัฐ ก็ดูไม่ยินดียินร้าย แถมยังแข็งกร้าวประกาศว่าพร้อมจะใช้กำลังกับผู้ชุมนุมด้วยนั้น ดูแล้วไม่น่ารักเอาเสียเลย และยิ่งเพิ่มความไม่พอใจให้กับประชาชนอเมริกันมากขึ้น ทั้งผิวสี ผิวขาว 


ตอนนี้กระแสความไม่พอใจในตัว โดนัลด์ ทรัมป์ มีเพิ่มขึ้นมาอีกรอบ ทั้งจากกลุ่มต่อต้านเดิม และกลุ่มใหม่ ซึ่งแม้ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาทรัมป์ พยายามจะอาศัยเรื่องชาตินิยม ด้วยการโจมตีไปทีจีนว่าเป็นต้นเหตุให้คนอเมริกันติดเชื้อโควิด แต่พอมาเจอกรณีของจอร์จ ฟลอยด์ เข้าไป ก็ดูจะเข้าทางฝั่งของเดโมแครต ในการหาเสียง ยิ่งหลายต่อหลายครั้ง ที่ทรัมป์ มักจะพังเพราะปาก และอารมณ์ของตัวเอง ก็ยิ่งเป็นเหตุให้แม้แต่ อดีตประธานานธิบดีบารัค โอบามา ใช้เหตุการณ์นี้มาโจมตีทรัมป์ 


หรือแม้แต่ "มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก" ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook ที่ระบุว่า  “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อันยาวนานของการเหยียดเชื้อชาติ ความไม่เป็นธรรมในสังคมอเมริกัน” ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สังคมอเมริกันยังมีคนบางส่วนที่เหยียดสีผิว แม้แต่ประธานาธิบดีทรัมป์เองที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของคนขาว  


ดังนั้นสถานการณ์ตอนนี้ จึงลำบากต่อทรัมป์ไม่น้อย ไหนจะต้องรักษาคะแนนเสียงจากกลุ่มผู้สนับสนุนเดิม ที่จากเหตุการณ์และสถานการณ์การระบาดในปีนี้ จึงไม่แน่นักว่าจะทำได้มากแค่ไหน ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่อีกจำนวนมาก และฟากฝั่งคนผิวสี รวมไปถึงหลากหลายสีผิวที่มีสัญชาติอเมริกันนั้น ไม่ได้อยู่ข้างทรัมป์อยู่แล้ว ไหนจะปากตัวเองพาจนอีก ล้วนแต่ทำให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีในเดือนพฤศจิกายนนี้ไม่ง่าย หากในช่วงประมาณ  4-5 เดือนจากนี้ สถานการณ์ต่างๆ ไม่คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น                            


" ไหวมั๊ยทรัมป์ " จึงน่าจะเป็นวลีทีเหมาะสมที่สุดกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ 

                 
ตอนนี้ จะว่าไปแถวๆนี้ ตอนนี้ก็มีหลายคนตั้งคำถามเหมือนกันนะว่า "ไหวมั๊ยลุง" นี่ก็รุมเร้าไม่แพ้กัน เพราะไหนจะเรื่องโควิด ตอนนี้ก็มามีเรื่องการมุ้งในพรรคการเมืองอีก แม้จะบอกว่าไม่เกี่ยว แต่ใครจะไปเชื่อ ป้ายหน้าจะมีปรับ ครม. กันหรือไม่ ก็ต้องคอยลุ้นกัน 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh