บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

เคอร์ฟิว มีก็เหมือนไม่มี

เคอร์ฟิว มีก็เหมือนไม่มี

ในที่สุดเมื่อวันพฤหัสบดี (2 เม.ย.) ที่ผ่านมา ท่านนายกฯประยุทธ จันทร์โอชา ก็อดรนทนไม่ไหว จนต้องประกาศเคอร์ฟิวทั่วราชอาณาจักรไทย ห้ามประชาชนออกนอกบ้านตั้งแต่เวลา 4 ทุ่มถึงตี 4 ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 เมษายนนี้ เป็นต้นไป  


ส่วนจะบอกว่าช้าไป หรือจะบอกว่าเคอร์ฟิวเวลานี้มันจะเอาอยู่เหรอ ก็ประกาศไปแล้ว ดีกว่าไม่ประกาศเลยไง รัฐบาลคงอยากบอกแบบนี้ แต่ประชาชนก็คิดเหมือนกันว่า กว่าจะคิดได้ ทั้งๆที่การประกาศเคอร์ฟิวน่าจะเริ่มทำพร้อมๆ กับการล็อกดาวน์กรุงเทพ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมาแล้วหรือไม่ 
                     

 เท่าที่ดูการประกาศมาตรการของรัฐบาลในช่วง  2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ บอกเลยว่าค่อนข้างอึดอัดกับการประกาศแบบขยักขย่อน ค่อยเป็นค่อยไป ทำทีละขั้นตอน ทั้งที่เมื่อดูจากสถานการณ์ปัจจบันแล้ว ไม่ควรจะเป็นแบบนั้น ตั้งแต่ประกาศล็อกดาวน์ แล้วกลับไม่คิดถึงเรื่องการควบคุม และป้องกัน แรงงานที่ไม่งานทำ จนทำให้เกิดปรากฎการณ์ทั้งแรงงานไทย แรงงานต่างด้าว แห่แหนกันกลับต่างจังหวัด  จนกลายเป็นการกระจายเชื้อไปทั่ว เหมือนที่มานั่งปวดหัวกันอยู่ตอนนี้ 
                      

พอการแพร่ระบาดเริ่มมากขึ้น เริ่มกระจายเป็นวงกว้างไปหลายจังหวัก รัฐบาลก็ออกมาตรการมาอีกรอบ และล่าสุดเมื่อดูแล้ว การให้คนอยู่บ้าน หรือทำงานที่บ้าน หรือมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมดูยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร จำนวนผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลงตามเป้าหมาย แถมจำนวนผู้ติดเชื้อในต่างจังหวัดยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกต่างหาก จึงเป็นที่มาของการประกาศเคอร์ฟิวในที่สุุด 
                      

การระบาดของโควิด-19 ไม่ใช่สถานการณ์ที่รัฐบาลจะต้องทำแบบค่อยเป็น ค่อยไป หรือห่วงหน้า พะวงหลัง กลัวโดนด่าประชาชนด่า กลัวผู้ประกอบการไม่พอใจ กลัวธุรกิจเจ๊ง กลัวเศรษฐกิจถดถอย เพราะเท่าที่เป็นอยู่มันก็แทบไม่มีอะไรดีแล้ว ถ้าตัดสินใจเด็ดขาด ทำแบบเจ็บแต่จบ คนด่า ก็น่าจะด่าแล้วจบหากผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ เราคงไม่อาจจะไปเปรียบเทียบกับการชัตดาวน์ของจีน เพราะแค่ให้ล็อกดาวน์เรายังทำแบบลักปิดลักเปิดอยู่เลย
                      

เพราะฉะนั้นถ้าถามว่า แล้วประกาศเคอร์ฟิวจะทำให้การระบาดลดลงหรือไม่ ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วไม่น่าจะได้ผลชะงักนัก เพราะถ้าจะให้เคอร์ฟิวเข้มและแรงกว่านี้ รัฐบาลน่าจะประกาศห้ามออกจากบ้านเร็วกว่า 4 ทุ่มมากกว่า อาจจะ 6 โมงเย็นไปเลยด้วยซ้ำ คนจะได้รีบกลับบ้าน 4 ทุ่มช้าเกินไป หลายคนยังอยู่บนถนน ยังไม่รีบร้อนออกจากที่ทำงาน จะเคอร์ฟิวทั้งทีก็ควรจะเด็ดขาด เข้มข้น และเคร่งครัดมากกว่าแค่ 4 ทุ่มนะคะ บางคนยังบอกด้วยซ้ำไปว่า เคอร์ฟิวแบบนี้แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย ฮาร์ดคอร์กัน 24 ชั่วโเลยมั๊ย มีเวลาแค่เฉพาะออกไปซื้อของใช้จำเป็นก็พอ


ส่วนใครจะบอกว่า ทำก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เรื่องนั้นมันก็จริง เพียงแต่มาตรการและการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ประชาชนอยากเห็นคือ จริงจังมากกว่าที่เป็นอยู่ จะล็อกดาวน์ จะชัตดาวน์ ก็ทำให้มันจริงจัง ทำให้มันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำทันที ไม่ใช่ทำแล้ว ขอดูสถานการณ์อีก แล้วค่อยมายกระดับอีกรอบ ซึ่งก็ขยักไว้ก่อนอีกเหมือนที่เป็นอยู่ ต้องรอให้ตัวเลขคนป่วย คนตายมันมากกว่านี้อีกเท่าไหร่ ถึงจะตัดสินใจแก้ปัญหาให้มันจบทีเดียว ไม่ใช่อาทิตย์นี้คนป่วยไม่ลด อาทิตย์หน้าก็รีวิวเคอร์ฟิว ปรับเวลากันอีกรอบอีกหรือไม่  เพื่อ....


ตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกทะลุล้านคนไปแล้ว ขอเราเองก็น่าจะทะลุ 2 พันคนเร็วๆ นี้แน่นอน เพราะฉะนั้นความรวดเร็วในการแก้ปัญหาจริงต้องมาก่อน ไม่ใช่ละล้าละลังอย่างที่เป็นอยู่ และเห็นใจบรรดาร้านรวงที่เขาปิดไปก่อนหน้าตั้งเกือบ 2 อาทิตย์แล้วด้วย 
                        

ขณะที่ตลาดหุ้นที่ดูเหมือนจะบวกรับข่าวเคอร์ฟิวนั้น เอาเข้าจริงก็น่าจะบวกจากการเปิดกองทุน SSF มากว่ารึเปล่า ราคาหุ้นที่ลงมามากขนาดนี้ ก็ย่อมเป็นจังหวะที่ SSF จะเข้ามาลงทุน และมีส่วนในการพยุงดัชนีไว้  

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh