บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

วิกฤตในวิกฤต

วิกฤตในวิกฤต

 ช่วงนี้เรามักจะเห็นคำว่า "วิกฤต" ถี่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งวิกฤตโควิด วิกฤตตลาดหุ้น วิกฤตเศรษฐกิจ และที่ถี่มากๆ ตอนนี้ก็คงหนีไม่พ้น "วิกฤตศรัทธา" ซึ่งน่าจะเป็นวิกฤตที่แก้ได้ยากเสียด้วย เพราะเป็นวิกฤตที่มาพร้อมกับความรู้สึก 

 


 เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ตอนนี้ กำลังเริ่มเป็นแบบนี้ เมื่อดูจากข่าวรายวันของบ้านเมืองเราในทุกวันนี้  จริงๆ แล้วก็ไม่อยากจะคุยเรื่องนี้กันเยอะ เพราะยิ่งคุย ยิ่งเขียน ก็ยิ่งเสียความรู้สึก โดยเฉพาะประเด็นการแก้ปัญหาของรัฐบาลกับเรื่องโควิด-19 ที่นับวันจะยิ่งสร้างความคลางแคลงใจมากขึ้นเรื่อย  

 


ไม่ว่าจะเป็นปัญหาระดับชาติอย่างเรื่องหน้ากากอนามัย ที่วันดีคืนดี ก็จะเจอประเด็นซุกไว้ใต้พรมออกมาเรื่อย ๆ หรือเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาด ที่หากสังเกตุดีๆ ตอนนี้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในอัตราเร่ง 

 


 ขนาดเรื่องรัฐบาลประกาศเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวกลุ่มเสี่ยงใน 3 ประเทศ และ VOA ของอีก 18 ประเทศ กับเสียงบ่นที่แทบจะออกมาเป็นเสียงเดียวว่า "ช้าไปแล้ว" สุดท้ายก็มากลับลำไม่ยกเลิกอีกซะงั้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเหลือเกินที่อาจนำประเทศไทยเข้าสู่เฟส 3 แม้รัฐบาลจะย้ำแล้วย้ำอีกว่ายังไม่เข้า แต่เราจะมั่นใจได้แค่ไหนกัน 

 


 จริงๆ แล้วการยกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวต่างชาติ ทั้งที่ควรจะเริ่มทำตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่กลับปล่อยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาโดยไม่มีการกักกันตัว เพียงแค่ขอความร่วมมือ ซึ่งแทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลย เพราะจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาก่อนหน้านี้มีไม่น้อย 

 


นั่นคือความเสี่ยงของคนในประเทศ ที่พวกท่านคิดช้ากันเหลือเกินกว่าจะลงมือดำเนินการ ทั้งที่จริงควรจะสั่งห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศด้วยซ้ำ แม้อาจจะดูเป็นมาตการรุนแรง แต่นั่นก็น่าจะเป็นทางเลือกที่หลายๆ ประเทศเริ่มเอาออกมาใช้ ทั้งอิตาลีที่ปิดประเทศกันเลย หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา 

 

 

 วิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้กลายเป็นมหันตภัยโรคระบาดที่เรามองไม่เห็น จากก่อนหน้าคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนก็น่าจะคลี่คลาย แต่ไปๆมาๆ ตอนนี้ดูท่าจะลากยาวยันครึ่งปีแรก เพราะฉะนั้นแทบไม่ต้องคิดเลยว่า เศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว จะวิกฤตแค่ไหน เรียกว่าวิกฤตซ้ำซ้อน - วิกฤตในวิกฤติ จนทำให้นานาประเทศในขณะนี้ ต่างออกมาตรกรกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมไปถึงธนาคารกลางหลายประเทศ ก็ใช้นโยบายการเงินลดดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อชะลอการตกต่ำของเศรษฐกิจ

 

 

 ส่วนตลาดหุ้นแทบไม่ต้องพูดถึง จากดัชนีกว่า 1,500 จุดเมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนนี้หลุด 1,200 จุดไปเรียบร้อบ ใช้เวลาร่วม 2  เดือนกว่าๆ เท่านั้น ไปไวเหลือเกิน และไม่รู้ว่ากว่าจะฟื้นกลับมาระดับเดิมได้ต้องใช้เวลาอีกเมื่อไหร่ 

 


เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ หุ้นยังลงวันเดียว 10%  ไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มี.ค. ที่่ผ่านมา ต่อวันศุกร์อีกกว่า 10 %  จนหลุด 1,000 จุดมาแถวๆ 970 จุด ต่ำสุดในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ปี 54  จนตลาดหลักทรัพย์ต้องใช้ระบบ เซอร์กิต เบรกเกอร์ หยุดการซื้อขายชั่วคราวครึ่งชั่วโมงในรอบ 12 ปี แบบ 2 วันติดซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์    

 


อย่างล่าสุด บล.กสิกรไทย ออกมาประเมิน  5 กรณี สมมติฐานตลาดหุ้นกับ COVID-19 โดยระบุว่า  1.ค้นพบวัคซีนต้าน COVID-19 SET Index ฟื้นตัวสู่ระดับ 1,630 จุด  2.ค้นพบยาต้านที่ใช้ต้านได้เป็นอย่างดี SET Index ฟื้นตัวสู่ระดับ 1,445 จุด 3.หลายประเทศสั่งปิดเมือง ห้ามกิจกรรมการท่องเที่ยว  ระดับ 1,297  4.กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ปิดเมืองเต็มรูปแบบ 14 วัน ระดับ 1,177 และ 5.สถานการณ์ยืดยาว การแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้น อยู่ที่ระดับ 921 

 


จากนี้ก็คงต้องภาวนาขอให้โลกควบคุมโควิด-19 โดยเร็ววัน เพราะอย่างที่เห็นว่า SET Index ที่หลุด 1,000 จุดลงมาครั้งนี้ เป็นสัญญาณอันตรายจริงๆ  และที่แน่ยิ่งกว่าแน่ก็คือสารพัดวิกฤตที่เกิดขึ้นตอนนี้ ก็หวังว่าจะผ่านพ้นไปได้ในไม่ช้าเช่นเดียวกัน เพราะคำว่าวิกฤต ยังไงก็เป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ ไม่มีใครอยากให้เกิดทั้งนั้น 
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh