บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

KERRY หุ้นขวัญใจมหาชน ตัวต่อไป ?

KERRY หุ้นขวัญใจมหาชน ตัวต่อไป ?

ในที่สุด “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” ก็ประกาศยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เสนอขายหุ้นไอพีโอ 300 ล้านหุ้น เตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือว่าเร็วกว่าที่คาดไว้ หลังจากมีข่าวเตรียมตัวมาตั้งแต่ปลายปีก่อน 


จะว่าไปแล้วการประกาศเตรียมตัวเป็นบริษัทจดทะเบียนเพราะน่าจะเห็นเป็นโอกาสที่ดีสำหรับขนส่งสีส้ม เมื่อดูจากการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ชที่กำลังโตวันโตคืน อีกทั้งการระบาดของโควิด ที่ทำให้คนอยู่บ้าน สั่งของออนไลน์มากขึ้น ก็ยิ่งเป็นเรื่องดีสำหรับธุรกิจของเคอรี่ ในช่วงนี้เข้าไปอีก


เคอรี่แจ้งวัตถุประสงค์การใช้เงิน เพื่อการขยายเครือข่ายจัดส่งพัสดุด่วน โดยบริษัทมีแผนการลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ ได้แก่ การเช่าพื้นที่เพื่อเพิ่มจำนวนศูนย์คัดแยกพัสดุ จุดให้บริการ และศูนย์กระจายพัสดุแห่งใหม่ รวมถึงการซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบกิจการ เพื่อตอบสนองความต้องการของการบริการจัดส่งพัสดุด่วนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ใช้ชำระคืนหนี้ธนาคาร และเป็นทุนหมุนเวียน


เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2549 โดยบริษัทแม่เป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์จากฮ่องกง มีชื่อว่า  Kerry Logistics Network Limited หรือ KLN ซึ่งปัจจุบันเป็นบริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่ฮ่องกง เคอรี่เอ็กซ์เพรส จากวันนั้นถึงวันนี้ เคอรี่กลายเป็นยักษ์ใหญ่ขนส่งในประเทศไทย เป็นรองก็แค่ไปรษณีย์ไทยเท่านั้น เพียงแต่เรื่องของความรวดเร็วในบริการต่างกันหลายขุม จนทำให้เคอรี่ได้รับความนิยมจากคนไทยในเวลาที่ค่อนข้างรวดเร็ว เพราะสามารถตอบโจทย์เรื่องการขนส่งในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี


แม้ตอนนี้เคอรี่เริ่มมีคู่แข่งหลายเจ้าเข้ามาเปิดตลาดขนส่งแข่งด้วย ไม่ว่าจะค่ายสีเหลือง สีแดง หรือขนส่งต่างประเทศบางเจ้าที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย อย่างจริงจัง จนพักหลังๆเคอรี่ก็เริ่มจะได้รับผลกระทบไปบ้าง โดยเฉพาะการแข่งขันตัดราคากันเห็นๆ เพราะพักหลังคนให้บริการ โดยเฉพาะพ่อค้า แม่ค้าสินค้าออนไลน์หลายรายที่เริ่มมองว่าค่าส่งของเคอรี่แพงกว่าเจ้าอื่นแล้ว


แต่อย่างไรก็ดี แม้ราคาอาจแพงบ้าง แต่ด้วยความชำนาญ และประสบการณ์ในการขนส่ง ตลอดจนจุดเด่น และซิกเนเจอร์ของเคอรี่ที่มีการจัดส่งพัสดุด่วน โดยการจัดส่งภายในวันถัดไป ซึ่งครอบคลุมกว่า 99.9% ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศ ทำให้เคอรี่ยังคงได้เเปรียบคู่แข่งรายอื่นๆ


เคอรี่มีการเติบโตก้าวกระโดดมาก จากปี 2556 มียอดการจัดส่งพัสดุเพียง 10,000 ชิ้น/วัน มาเป็น 800,000 ชิ้น/วัน ในปี 2561 และล่าสุดในปี 2562 บริษัทได้ทำลายสถิติด้วยยอดจัดส่งถึง 2,000,000 ชิ้น/วัน โดยเฉลี่ยปัจจุบันยอดจัดส่งต่อวันไม่ต่ำกว่า  1.1-1.2 ล้านชิ้น จากแรงหนุนทั้งของอีคอมเมิร์ช และยุค New Normal ที่ผู้บริโภคนิยมสั่งของออนไลน์เพิ่มขึ้น


ขณะที่การเติบโตของกำไรนั้น ปี 2557 มีกำไรสุทธิ 19.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมาเป็น 134.71 ล้านบาท ในปี 2558 เติบโตเกือบ 600% และเติบโตต่อเนื่องมาอยู่ที่ 307.93 ล้านบาทในปี 2559 หรือเติบโตอีก 128% และเพิ่มเป็น 732.99 ล้านบาท ในปี 60 หรือ 138% และปี 61 กำไรเติบโตอีก 61% มาอยู่ที่ 1.18 พันล้านบาท ส่วนปี 62 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.32 พันล้านบาท และล่าสุด 6 เดือนแรกปี 63 มีกำไรสุทธิ 737.97 ล้านบาท


ซึ่งน่าสังเกตุว่ากำไรในปี 60-62 เริ่มเติบโตในระดับที่น้อยลง ไม่ก้าวกระโดดเหมือนก่อน เป็นเพราะธุรกิจของเคอรี่เริ่มอื่มตัวแล้วหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจไม่ใช่ประเด็นที่ว่า การเข้าตลาดจะให้อะไรผู้ถือหุ้นได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ที่ปัจจุบันถือ Kerry ที่ 23% และหลัง IPO จะมีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 19%


บล.เคทีบี ประเมินว่า หุ้นเคอรี่มีโอกาสที่จะเข้าเทรดใน SET ทันภายในปลายปีนี้ถึงต้นปี  64 ซึ่งจะช่วย unlock asset value ซึ่งจากข้อมูลใน Bloomberg คาดการระดมทุนในครั้งนี้ จะระดมทุนได้อย่างน้อยที่ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 6,058 ล้านบาท โดยจำนวนหุ้น IPO อยู่ที่ 300 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 17.24% หากอิงตามข้อมูล Bloomberg ราคา IPO จะอยู่ที่ 20 บาท (2021E PER 20x) อิงการเติบโตของ Net profit ของเคอรี่ที่ 20% YoY


ทั้งนี้ หากราคา IPO 20 บาท จะคิดเป็น market cap 35,139  ล้านบาท หรือเพิ่มมูลค่า VGI ที่ 0.78 บาท ทุก 1 บาท ของราคา IPO ที่ขึ้น จะเพิ่มมูลค่าให้ VGI ที่ 0.03 บาท นอกจากนี้ บล.เคทีบี มองว่า ปัจจัยดังกล่าวจะเป็นบวกต่อ BTS เช่นกัน เนื่องจากมีสัดส่วนถือหุ้นใน VGI ที่ราว 66% โดยประเมินราคาหุ้น VGI ที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 1 บาท จะเป็น upside ต่อราคาหุ้น BTS ราว 0.40 บาท


นั่นคือมุมมองที่โบรกเกอร์มองประโยชน์ที่ผู้ถือหุ้นอย่าง VGI จะได้รับจากการเข้าตลาดของเคอรี่ ซึ่งก็ช่วยหนุนให้หุ้นพุ่งกระฉูดในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา


ส่วนนักลงทุนจะได้อะไรจากเคอรี่ ที่กำลังจะเข้าตลาดนั้น เชื่อว่าความคาดหวังสูงแน่นอน เมื่อมองจากตลาดขนส่งสินค้า และพื้นฐานของเคอรี่ ในปัจจุบัน แต่ว่าเคอรี่เข้าตลาดตอนนี้ช้าไปหรือป่าว ทั้งที่ควรจะเข้าตอนกำไรพีค เมื่อ 2 ปีก่อนนั้น ตอบได้ไม่ชัดเจน เพราะ 2 ปีก่อนยอมรับเลยว่า IPO ไม่ค่อยจะรุ่งเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับช่วงเวลานี้ที่ดูท่าเหมือนจะกลับมาได้ เรื่องแบบนี้จึงอยู่จะจังหวะเวลา และแต้มบุญของบริษัทที่จะเข้าตลาดฯด้วย

ใครจะไปรู้ว่า Kerry อาจเป็นหุ้นขวัญใจมหาชนตัวต่อไปก็ได้ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh