บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

โควิด-19 พิฆาตโลก ...เรื่องจริงที่คล้ายบทภาพยนตร์

โควิด-19 พิฆาตโลก ...เรื่องจริงที่คล้ายบทภาพยนตร์

สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ล่าสุดยังคงมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และประเด็นที่น่าหวาดหวั่นที่สุดก็คือการแพร่กระจายนอกประเทศจีน ต้นตอการระบาด ที่พบมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้ปรากฎว่าเหลือเพียงทวีปแอนตาร์คติคเท่านั้น ที่ยังไม่พบการติดเชื้อ    

 

 รายงานล่าสุด( 28 กุมภาพันธ์) ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เพิ่มเป็น 2,858 ราย พบผู้เสียชีวิตนอกจีนแผ่นดินใหญ่ 70 ราย ที่ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ไต้หวัน อิหร่าน เกาหลีใต้ และอิตาลี โดยมีผู้ติดเชื้อทั่วโลก 83,106 ราย มีผู้รักษาหายแล้ว 36,525 ราย อัตราการเสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 3.43% ขณะที่อัตราการรักษาหายเพิ่มสูงขึ้นเป็น 43.95% หรือกว่า 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด

 

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่ตลาดหุ้นทั่วโลกตกต่ำ ดำดิ่ง กันถ้วนหน้าเชื่อว่าแม้แต่ตอนช่วงซับไพร์มหรือวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ หุ้นยังไม่ตกหรือแพนิค หนักหน่วงขนาดนี้ด้วยซ้ำ เพราะรอบนี้ขึ้นชื่อว่าเรื่องโรคระบาดที่ชี้เป็นชี้ตายคนได้ มันหวาดผวากว่าเรื่องหนี้เยอะแยะ 

 

อย่าง SET Index บ้านเราอาทิตย์นี้ อาทิตย์เดียว ดัชนีแนวรับลงไปเรื่อยๆ  ตั้งแต่ 1,450 1,400 1,350 จนล่าสุด ณ ตอนที่กำลังเขียนอยู่นี้ ก็ลุ้นจะหลุดแนวรับ 1,330 หรือไม่ และบอกไม่ได้เลยว่าดัชนีจะลงไปจุดต่ำสุดตอนไหน เพระขนาดว่าต่ำแล้ว แต่ก็อาจจะมีต่ำลงอีก เพราะฉะนั้นใครที่คิดว่าซื้อหุ้นถูกแล้ว ก็อาจจะมีถูกกว่าอีก

 

ไม่เฉพาะตลาดหุ้น ที่โดนหนักสุดๆ ก็คือเศรษฐกิจโลกนี่แหละ เพราะรอบนี้มันสะเทือนทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นการค้า การลงทุน ซึ่งในสสนของการค้านั้น มีรายงานว่าตอนนี้สินค้าส่งค้างตกค้างอยู่ในท่าเรือเต็มไปหมด เพราะขาดแคลนตู้คอนทนเนอร์อย่างหนัก เนื่องจากจีนถือเป็นศูนย์กลาง การขนส่งทั้งผู้ส่งออก นำเข้า สำคัญของโลก 

 

ในขณะที่สายเดินเรือและผู้ให้บิรการโลจิสติกส์ และขนส่งสินค้าของจีนยังไม่สามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ นอกจากจะขาดแคลนคอนเทนเนอร์  ยังเกิดความแออัดในท่าเรืออีกด้วย 

 

เท่านั้นยังไม่พอ มูดี้ส์ เพิ่งออกบทวิจัยว่า โควิด-19 มีโอกาสมากถึง 40% ระบาดทั่วโลก และอาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจทั่วโลกถดถอย เนื่องจากในปัจจุบันเศรษฐกิจโลกมีความเปราะบางเป็นอย่างมาก หลังเศรษฐกิจจีนหยุดชะงัก ซึ่งส่งผลโดยตรงทั้งในด้านอุตสาหกรรม 

 

หรือการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยว หลังสายการบินทั่วโลกยกเลิกเส้นทาง ไปยังประเทศจีน ขณะที่ทวีปยุโรปก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันเมื่อมิลาน ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของยุโรป กลายเป็นศูนย์กลางของการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 

จะเห็นว่าตอนนี้หลายๆ ประเทศเริ่มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการอัดฉีดงบประมาณพิเศษเข้าสู่ระบบ เพราะประเมินแล้วยังไงการระบาดคราวนี้คงจะมีอยู่อย่างน้อยก็อาจจะ 2-3 เดือน ...มีเงินสดในมือก็ถือเงินสดไว้บ้าง ซื้อทองไว้บ้าง เพราะในภาวะเช่นนี้สินทรัพย์เสี่ยงน้อยยังไงก็ปลอดภัย 

 

ส่วนขาช้อปของถูก และชอบเสี่ยง ก็หวังกันว่า SET Index ที่ปรับลงไปแรงน่าจะมีของดีราคาถูก ปรากฎให้เห็นเยอะ แล้วก็พลิกวิกฤติเป็นโอกาส เลือกหุ้นพื้นฐานดีเข้าพอร์ต ลงทุนระยะยาวกันก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก 

 

สภาพการณ์แบบนี้ เห็นแล้วก็นึกถึงหนังโรคระบาดเรื่องหนึ่ง "Contagion"หรือที่มีชื่อไทยว่า "สัมผัสล้างโลก" ที่ออกฉายเมื่อเดือนกันยายน 2554 หรือเกือบ 10 ปีที่แล้ว แต่ยิ่งดูมันก็ยิ่งเหมือนเหตุการณ์ในปัจจุบันเหลือเกิน หนำซ้ำต้นกำเนิดยังแพร่มาจาก "ค้างคาว" ที่จับพลัดจับพลูไปแพร่เชื้อในเล้าหมู 

 

ความวายวอดในหนัง เกิดขึ้นทันที่ เมื่อหมูที่ติดเชื้อถูกชำแหละไปให้กับภัตตาคารแห่งหนึ่งในมาเก๊า ที่บังเอิญซะเหลือเกินที่เชฟของภัตตาคารแห่งนี้ เป็นคนเชือดเนื้อหมูกับมือ แล้วดันไม่ล้างมือให้สะอาดออกไปจับมือ สัมผัสกับนางเอกของเรื่อง และนางเอกก็ดันไปเข้าบ่อน สัมผัสคนโน่น คนนี่มากมาย จนกลายเป็นต้นตอกระจายไปทั่วโลก 

 

เมื่อทั้งนางเอกและคนในบ่อนเดินทางกลับประเทศตัวเอง ที่มีทั้งในอเมริกา ญี่ปุ่น ฮ่องกง  และภาวะก็เริ่มเลวร้ายลงเรื่อยๆ กระทั่งพบว่าเป็นเชื้อไวรัสโรคระบาดพันธุ์ใหม่ ที่มีชื่อว่า MEV-1 จะแฝงเข้าไปแอบอยู่ในร่างกายมนุษย์ 

 

 หนังฮอลลีวู้ดกับความเป็นจริงมันช่างตรงกันเกินไป แถมในที่สุดเมื่อผลิตวัคซีนออกมา คนที่ได้ประโยชน์สุดๆ ก็คือบริษัทยากับผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานที่รับผิดชอบ แถมหนังยังทิ้งท้ายไว้น่าคิดอีกต่างหาก ใครไม่เคยดูลองไปหาดู หรือเชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะดูกันแล้ว ... บางทีในหลายๆ ทฤษฎี วิกฤตโลก ก็อาจจะเป็นโอกาสของคนบางกลุ่ม 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh