บทบรรณาธิการ

โดย
พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน

: กองบรรณาธิการ
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

honghern@efinancethai.com

วัดใจแบงก์พาณิชย์ หลัง กนง.ขึ้นดอกเบี้ย

วัดใจแบงก์พาณิชย์ หลัง กนง.ขึ้นดอกเบี้ย

    ในที่สุดก็อั้นไม่ไหว สำหรับคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของแบงก์ชาติ ที่ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปเรียบร้อย 0.25% มาอยูีที่ 1.75% ต่อปี 
    
    การขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีกันเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นไปตามที่คาดเอาไว้ ว่ายังไงการประชุม กนง. ที่เหลือของปีนี้น่าจะขึ้นดอกเบี้ยได้เสียที ทั้งที่ส่วนใหญ่ไม่อยากจะให้ขึ้น เพราะนั่นหมายถึงต้นทุนของผู้กู้จะปรับขึ้นทันทีตามดอกเบี้นนโยบาย โดยเฉพาะคนที่กำลังผ่อนบ้าน หรือกำลังจะยื่นขอกู้ ส่วนใครที่รีไฟแนนซ์ไปแล้วและใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ก็ถือว่ารอดตัวไป 
    เหตุผลที่ กนง. ขึ้นดอกเบี้ย เพระเห็นว่าดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน อีกทั้งช่วงที่ผ่านมาก็มีส่วนช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวในระดับที่สอดคล้องกับศักยภาพและกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแล้ว เพราะฉะนั้นความจำเป็นในการพึ่งพานโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเลยมีน้อยลง อีกทั้งเพื่อสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต  ในขณะที่เศรษฐกิจภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการบริโภคภาคเอกชน รายได้ครัวเรือนนอกภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้นและกระจายตัวมากขึ้น ซึ่ง กนง. ยืนยันว่าการขึ้นดอกเบี้ยแม้จะมีผลกระทบบ้าง แต่คงไม่มากนัก เพราะมองว่ากลุ่มภาคครัวเรือนมีสัดส่วน 1 ใน 3 ที่ใช้ดอกเบี้ยลอยตัวจะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย อีกทั้งบางส่วนสินเชื่ออสังหาฯ ก็ยังเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ด้วย 

    การขึ้นดอกเบี้ยของ กนง. คราวนี้ สอดคล้องกับของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ที่ประกาศขึ้น 0.25% มาอยู่ที่ 2.25-2.50% ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ก็เป็นไปตามคาดไม่มีอะไรพลิกโผเช่นเดียวกัน และก็ถือว่าการขึ้นมารอบนี้ของ กนง. นอกจากปัจจัยในประเทศแล้ว ส่วนหนึ่งก็คือเรื่องฟันด์โฟลว์  เพราะก่อนหน้านี้ที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยเมื่อคราวก่อน หลายฝ่ายกังวลว่าอาจจะกระตุ้นให้เงินทุนไหลออก แต่สำหรับครั้งนี้แรงกระเพื่อมจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดน่าจะลดลง เพราะระยะห่างของดอกเบี้ยเฟด และ กนง. ก็ไม่ได้ถ่างออกจากกันมากและน่าจะส่งผลดีช่วยไม่ให้บรรดานักลงทุนต่างชาติขายหุ้นเพื่อเอาเงินออกนอกประเทศ
     ทั้งนี้ทั้งนั้นดูเหมือนว่าการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีของ กนง. หรือแบงก์ชาติดูไม่ถูกที่ ถูกทาง หรือถูกจังหวะเวลาซักเท่าไหร่ เพราะมาปรับขึ้นเอาช่วงที่เศรษฐกิจประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่หลายคนมองว่าไม่ดีเลยด้วยซ้ำ ถึงต่อให้ตัวเลขจีดีพีเติบโตก็ตาม แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ตัวเลข เมื่อดูจากความเป็นจริงที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูง โดยเฉพาะประชาชนหรือคนที่มีรายได้น้อย ที่ปากกัดตีนถีบชักหน้าไม่ถึงหลัง คนค้าคนขายก็บอกว่า เงินทองฝืดเคือง ต่อให้รัฐบาลแจกบัตรคนจน จ่ายค่าโน่นนี่นั่นให้ ก็ช่วยได้ไม่มากนัก หนำซ้ำแบงก์ชาติยังมาขึ้นดอกเบี้ยเป็นการซ้ำเติมเข้าไปใหญ่ ในทางตรงข้ามอัตราเงินเฟ้อในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ ราคาน้ำมันโลกที่ลดลงต่อเนื่อง จึงดูไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยที่มาขึ้นดอกเบี้ยในช่่วงแบบนี้ 
    แบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย แต่กลับกันก็ลดเป้าจีดีพีลงเหลือ 4.2% จากโต 4.4% มันก็เลยดูจะย้อนแย้งยังไงชอบกล ต่อให้บอกว่าหั่นเป้าเพราะส่งออกไม่ดี แต่การบริโภคภายในดีก็เถอะ มันดูค้านความรู้สึกยังไงๆ ชอบกล 
    ส่วนที่จะถูกใจกับนโยบาย กนง. ก็คงจะเป็นธนาคารพาณิชย์ทั้งหลาย ที่การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะทำให้แบงก์รับประโยชน์ไปเต็มๆ เพราะแค่ กนง. ประกาศปุ๊ป หุ้นแบงก์ก็พาเหรดขึ้นปั๊ปเพราะเราๆ ท่านๆ ก็รู้ดีว่า แบงก์ฯ จะได้รายได้จากดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแบงก์ขนาดใหญ่ ที่น่าสนใจเหลือเกินว่าจากนี้จะขยับอัตราดอกเบี้ยตามแบงก์ชาติหรือเปล่า เรียกว่าวัดใจกันเลย
        เพราะการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเท่ากันเป็นการเปิดทางให้แบงก์ฯ ขึ้นตามด้วย ต่อให้นายแบงก์ใหญ่บางคนจะออกมายืนยันว่าไม่ปรับตามแน่ บรรดาลูกหนี้แบงก์ทั้งหลาย ก็คงต้องทำใจกันไว้แต่เนิ่นๆ และเตรียมรับมือภาระที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh