Crypto Verse

ICO โตหรือตัน?

ICO โตหรือตัน?

 

ข่าวการเตรียมเสนอขายโทเคน “สิริ ฮับ” ของบริษัท เอสพีวี 77 จำกัด ได้จุดกระแสให้เราได้ยินคำว่า ICO กันอีกครั้ง หลังจากที่คำนี้ห่างหายไปจากวงการคริปโทเคอร์เรนซีอยู่หลายปี และถูกแทนที่ด้วยชื่อเรียกการระดมทุนที่เกิดขึ้นตามยุค ตามสมัยของมัน อย่างเช่น  STO ,IEO และ IDO เป็นต้น  

 

คำว่า ICO ในยุคเฟื่องฟูปี 2561 ได้ทำให้ใครหลายคนต้องบาดเจ็บไปมาก เพราะท้ายที่สุดแล้วกระแสของมันก็ดับลงไปพร้อมๆ กับสารพัดโปรเจกต์หลอกลวง หรือบางโปรเจกต์แม้ไม่ได้หลอกลวงแต่ทำไม่สำเร็จตามแผน เพราะสมัยก่อนนั้น มักจะเป็น ICO ในลักษณะของ “Project Based ICO” หรือการระดมเงินทุนเพื่อนำเงินไปพัฒนาโครงการ (ซึ่งยังไม่ได้เกิดขึ้น) และเมื่อโครงการสำเร็จผู้ถือโทเคนก็จะได้สิทธิ์ในการใช้สินค้าและบริการนั้นๆ หรือเรียกว่าเป็น Utility Token 

 

การมาของโทเคน “สิริ ฮับ” โดยบริษัท เอสพีวี 77 จำกัด จึงทำให้เราได้ยินคำว่า ICO กันอีกครั้ง

แต่ทว่ารูปแบบของ “สิริ ฮับ” จะแตกต่างจาก ICO ยุคก่อน เพราะเป็นลักษณะของ “Asset Backed ICO” กล่าวคือ ระดมเงินทุนเพื่อไปลงทุนในโครงการที่เกิดรายได้แล้ว มีกระแสเงินสดแล้วนั่นเอง ซึ่งการมีกระแสรายรับแล้วหมายความว่า ผู้ถือโทเคนจะได้สิทธิ์ในส่วนแบ่งรายได้นั้นด้วยตามสัดส่วนการถือโทเคน (คล้ายๆ กับถือหุ้นแล้วได้ปันผล) หรือเรียกว่าเป็น Investment Token  

 

อย่างไรก็ตาม นับเป็นความท้าทายของบริษัทผู้ออกโทเคน ที่กำลังจะเปิดตัวเสนอขายโทเคน 

“สิริ ฮับ” แม้ว่า Investment Token หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจะให้ผลตอบแทนคล้ายกับการถือหุ้น ซึ่งลดความเสี่ยงจาก ICO แบบเดิมที่เป็น Utility Token (ไม่พร้อมใช้) ที่ผู้ซื้อโทเคนอาจไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยจากโทเคนหรือได้ใช้น้อยมากหากโปรเจกต์นั้นไม่สำเร็จ แต่ทว่าการที่กระแสของ ICO อาจไม่ได้น่าสนใจแล้วเมื่อเทียบกับสมัยก่อน  เคสนี้จึงน่าสนใจว่าจะสามารถระดมทุนได้ครบตามแผนหรือไม่     

 

ซึ่งทางบริษัทก็เขียนไว้ในไฟลิ่งว่า อาจจะยกเลิกการเสนอขายโทเคนก็ได้ ถ้าเปิดขายแล้วไม่ได้เงินครบตามเป้า หรือมีสัดส่วนนักลงทุนไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยจะเสนอขายโทเคนละ 10 บาท ระดมทุน 2,400 ล้านบาท

 

นอกจากกระแสของ ICO ที่ไม่ได้บูมเหมือนสมัยก่อนแล้ว ในแง่ของผลตอบแทนที่ให้กับผู้ถือโทเคนก็อาจจะไม่ได้หวือหวานัก หากดูจากประมาณการในไฟลิ่งที่ประมาณ 4-4.5% ต่อปีและสูงสุด 7.25-8.25% (ก่อนหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 15%) แต่ถ้าเทียบกับการสร้างรายได้จากโลกของคริปโทเคอร์เรนซี จะมีอย่างอื่นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า เช่น โลกของ DeFi หรือจะซื้อหุ้นปันผลยีลด์ระดับ 4-5% ต่อปีก็พอมีให้เลือกอยู่แล้วในตลาด

 

ข้อดีที่พอจะมองออกก็คงเป็นการที่ผู้ออกได้ใช้ประโยชน์จาก อสังหาริมทรัพย์ที่มีกระแสรายรับแล้ว มาเป็นสินทรัพย์อ้างอิงในการระดมทุนผ่านการออกโทเคน และนำกระแสรายรับนั้นมาแบ่งให้ผู้ถือโทเคน ซึ่งจะเห็นว่ามันคล้ายกับกอง REITs เพียงแต่ว่าอาจจะยืดหยุ่นกว่าในแง่ที่ว่าสามารถให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือโทเคนดิจิทัลเป็นตัวเงินหรือให้เป็นสิทธิอื่นๆ เช่น สิทธิในการเข้าพักหรือใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์  

 

หากมองในมุมของการเทรดโทเคน (สิริ ฮับ มีแผนจะลิสต์ในตลาดรองด้วย) ดิฉันคิดว่ามันก็ไม่น่าจะต่างจากเวลาที่คนจะเก็งกำไรหุ้นปันผลก่อนวันขึ้นเครื่องหมาย XD แรงเก็งกำไรอาจจะเข้ามาช่วงใกล้ๆ ประกาศจ่ายผลตอบแทน รายไตรมาสคือปีละ 4 ครั้ง 

 

มีบางท่านก็ไปเทียบกับเจฟินคอยน์ในแง่ของราคาโทเคน ซึ่งหากจำกันได้ราคา ICO อยู่ที่ 6.60 บาท และต่ำจองตั้งแต่วันแรกที่เข้าเทรด โดยราคาเพิ่งจะมาสูงกว่า 6.60 บาทในปี64 นี้เอง แต่มันก็เทียบกันได้ยาก เพราะเจฟินคอยน์นั้นเป็นการระดมทุนแบบ Project-based ICO โทเคนยังใช้งานไม่ได้มากเพราะโปรเจกต์ยังไม่เสร็จ แต่ “สิริ ฮับ” มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างกระแสรายได้แล้วคือเป็น Real Estate-backed ICO  ถือไว้มันก็ยังได้ผลตอบแทนทุกไตรมาส  

 

โดยสรุป ICO ตัวนี้จะเป็นดัชนีชี้วัดทิศทางตลาดว่าจะโตหรือจะตัน ซึ่งบริษัท เอสพีวี 77 จำกัด และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในดีลนี้คือผู้กล้าที่จุดกระแส ICO ขึ้นมาอีกครั้งภายใต้กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ก่อนที่ในอนาคตนั้นกฎกติกา จะเข้มงวดมากขึ้นไปอีก! 

 

เพราะ ก.ล.ต.ยังเตรียมจะโยกการกำกับดูแลการออกเสนอขายโทเคนดิจิทัลจากเดิมอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ไปอยู่ภายใต้  พ.ร.บ.หลักทรัพย์ (ฉบับที่7 ซึ่งกำลังแก้ไข)ทำให้ต้องแก้ไข พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ที่เหลืออยู่ซึ่งร่างแก้ไขจะเสร็จในไตรมาส 3 ปีนี้

 

โปรเจกต์ “สิริ ฮับ” ตลาดจะตอบรับดีแค่ไหน ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไป กระแสมันอาจจะดีเกินคาดก็ได้. 

 

-------------------------------------

กราฟิก : ณัฐชนน พูนชัย-Boom

 

*บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย

*ปล.การลงทุนในโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินที่ลงทุนกลับคืน ดังนั้น ก่อนลงทุนผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล และร่างหนังสือชี้ชวน และประเมินความเสี่ยงจากการลงทุนด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งควรตระหนักถึงข้อจำกัดในการเปลี่ยนมือของโทเคนดิจิทัลด้วย สิ่งสำคัญ คือ ไม่ควรลงทุนด้วยเงินทั้งหมดที่มีอยู่ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh