Crypto Verse

จับตาธนาคาร กำลังลุยธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

จับตาธนาคาร กำลังลุยธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

 

ขณะที่วงการสินทรัพย์ดิจิทัลไทยกำลังวุ่นอยู่กับกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างคุณสมบัติผู้ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี ที่จะต้องมีรายได้ต่อปีขั้นต่ำ 1 ล้านบาทขึ้นไป (เพิ่งจะปิดรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา) ฝั่งของผู้เล่นในตลาดการเงินแบบดั้งเดิมอย่าง “ธนาคาร” ยังคงมุ่งหน้าสู่พื้นที่ของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล  

ชัดเจนที่สุดวินาทีนี้ คงหนีไม่พ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) 

ตลาดที่ทั้งคู่จะลงมาเล่นนั้นเป็น “ตลาดแรก” คือขั้นตอนการระดมทุนเสนอขายสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทโทเคนดิจิทัล (Digital Token) ซึ่งผู้สนใจออกจะต้องทำผ่านผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล หรือ ICO Portal 

KBANK ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 ประกาศจัดตั้ง บริษัท คิวบิกส์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจ ICO Portal  ต่อจาก SCB ที่ได้ประกาศจัดตั้ง บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจ ICO Portal ไปเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2564    

ปัจจุบัน ทั้งบริษัทคิวบิกส์ฯ และบริษัทโทเคนเอกซ์ น่าจะอยู่ระหว่างดำเนินการขอความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) จากปัจจุบันซึ่งมีอยู่ 4 บริษัทที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว   

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่มีผู้ประกอบวิชาชีพ ICO Portal ยังไม่มีผู้ประกอบฯ รายใด ที่ได้ให้บริการลูกค้าในการเสนอขายโทเคน แต่เท่าที่ทราบก็มีบางรายอยู่ระหว่างกระบวนการ ซึ่งก็ต้องลุ้นว่าเอกชนรายใด จะเป็นรายแรกที่เสนอขายโทเคนดิจิทัล        

แม้ยังไม่มีการเสนอขาย ICO แต่อย่างน้อย การที่ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง “ธนาคาร” ลงมาในตลาดแรก ก็เป็นการส่งสัญญาณว่ามันน่าจะเดินต่อไปได้ และแบงก์คงจะมีลูกค้าที่สนใจอยากออกโทเคน ซึ่งหากมองในภาพใหญ่ก็น่าจะทำให้ตลาดคึกคักขึ้นในอนาคต 

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ไทยมีการปรับตัวรับกับเทรนด์ของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่การเตรียมรุกเข้าสู่ธุรกิจ ICO Portal เท่านั้น แต่ในโลกของบริการทางการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (Decentralized Finance – DeFi) ที่มีการมองกันว่าจะมาดิสรัปต์ระบบธนาคาร ปรากฎว่า SCB ก็ไม่รอช้าโดดร่วมวงนี้ด้วยเช่นกัน   

SCB ส่งเรือธงอย่าง บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) เดินหน้าเข้าลงทุนในสตาร์ทอัพระยะเริ่มต้นถึงระยะเติบโตทั่วโลกที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีบล็อกเชน, Decentralized Finance (DeFi) และสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะ ด้วยงบประมาณที่ตั้งไว้ 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ล่าสุด “SCB 10X” ในกลุ่มไทยพาณิชย์ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทีม “Alpha Finance Lab” เพื่อร่วมกันค้นคว้าและพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่เกี่ยวกับ DeFi โซลูชั่นแรกที่เปิดตัวมีชื่อว่า “Alpha Homora”    

KBANK  เป็นข่าวใหญ่โตปลายปีที่แล้ว ส่งเรือธงอย่าง บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เข้าเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดทุนอย่าง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์ม “มาร์เก็ตเพลสยุค 4.0” ที่สินค้าจะเป็นอะไรก็ได้ในรูปแบบโทเคนดิจิทัล 

ซึ่ง ICO Portal ที่กลุ่มกสิกรไทยโดย KBTG ตั้งขึ้นล่าสุดนี้ (คิวบิกส์ฯ) จะนำระบบมาเชื่อมกับแพลตฟอร์มที่ตลาดหลักทรัพย์กำลังพัฒนา กล่าวคือ เมื่อให้บริการแก่ลูกค้าในการเสนอขายโทเคนแล้ว ก็จะนำโทเคนตัวนั้นมาลิสต์ในตลาดรอง อันเป็นพื้นที่ที่ ตลท.ใฝ่ฝันอยากเห็นภาพของเศรษฐกิจที่อ้างอิงบนโทเคน (Token Economy) เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม  (ตลท.บอกว่าเปิดรับพาร์ทเนอร์ทุกรายมาช่วยกันพัฒนาระบบนิเวศนี้ เพียงแต่ KBTG เข้าร่วมเป็นรายแรก)      

Special Interview : เปิดวิชัน SET สร้างมาร์เก็ตเพลส 4.0 

นี่คือความเคลื่อนไหวของธนาคารพาณิชย์ไทยที่น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ “ยักษ์ตื่น” พลังในการขับเคลื่อนตลาดจะแรงเสมอ และด้วยความที่อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลก็ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ เราคงต้องดูว่าผู้เล่นแต่ละรายในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งจากโลกเก่า โลกใหม่จะสามารถพาร์ทเนอร์กันได้หรือไม่ อย่างไร หรือใครจะดิสรัปต์ใคร?   

แต่ดิฉันมองว่าในที่สุดแล้ว “คนตัวเล็กตัวน้อย” หรือ “ลูกค้า” อย่างพวกเรานี่แหละค่ะ ที่จะได้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ  

 

ขอให้สนุกและตื่นเต้นไปในจักรวาลแห่ง crypto 

ชัชชญา อังคุลี 

#แอดมินช่า

 

 

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh