นายิบ บูเคเล..ราชันย์ปราชญ์แห่ง El Salvador เปลี่ยนประเทศไปอย่างไร?
“เอลซัลวาดอร์” ประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในอเมริกากลาง มีพื้นที่พอๆ กับจังหวัดเชียงใหม่ของไทย ประชากรส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินพื้นฐานโดย ใน 100 คนมีแค่ 30 คนเท่านั้นที่บัญชีธนาคาร
นอกจากนี้ ประชากรมากกว่า 1 ใน 4 ของประเทศมีชีวิตอยู่ในความยากจน และเงินโอนจากชาวเอลซัลวาดอร์ที่ไปทำงานในต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่าเทียบเท่ากับ 20% ของ GDP
ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อคนไกลบ้านต้องโอนเงินกลับสมมุติ 10,000 บาทถึงคนที่บ้านแค่ 9,000 เพราะตัวกลางหักไปแล้ว 10% ส่วนกรณีคนในประเทศเองถ้าจะกู้เงินหรือจะทำบัตรเครดิต ส่วนใหญ่ทำไม่ได้ เพราะไม่มีบัญชีกับธนาคาร
***เอลซัลวาดอร์ สู่ประเทศที่ติดอยู่ในความสนใจของโลก
จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อ “นายิบ บูเคเล” ได้รับชัยชนะเป็นประธานาธิบดีเมื่อปี 2562 เปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปีจากเดิมที่เป็นการชิงอำนาจระหว่างสองพรรคใหญ่
บูเคเล ผู้ซึ่งสร้างแบรนด์ให้ตัวเองในฐานะ "เผด็จการที่เท่ที่สุดในโลก" บูเคเล ผู้ซึ่งสร้างแบรนด์ให้ตัวเองในฐานะ "เผด็จการที่เท่ที่สุดในโลก" เขาได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในประเทศ โดยเฉพาะการไล่ปราบปรามอาชญากรรม เรียกคืนความสงบสุขและความปลอดภัยให้กับประชาชนบนแผ่นดินเอลซัลวาดอร์ ก่อนที่ต่อมาเขาจะนิยามตัวเองใหม่ว่า "ราชันย์ปราชญ์”
แต่เรื่องที่ชาวโลกจับตามองจบแทบจะกลบเรื่องอื่นๆ ที่เขาทำ คือการผลักดันกฎหมายรองรับบิตคอยน์ในฐานะ “เงิน” เป็นประเทศแรกของโลก เพื่อที่จะแก้ไขสองเรื่องใหญ่คือ 1.ต้นทุนการโอนเงินเพราะว่าบิตคอยน์ไม่ต้องผ่านตัวกลางหลายทอดเหมือนระบบธนาคาร และ 2.การเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยการเปิดบัญชีบิตคอยน์
แม้ว่าประชาชนไม่ได้ชื่นชอบตามเขาไปเสียทั้งหมด แต่สุดท้าย “บิตคอยน์” ก็ได้กลายมาเป็นเงินตราที่ถูกต้องตามกฎหมายในวันที่ 7 กันยายน 2564 เป็นประเทศแรกในโลก
พาดหัวข่าวเรื่องนี้แพร่กระจายไปทั่วโลก “บูเคเล” เองก็ฉลาดในการเดินเกมเขาประกาศแผนสร้าง "เมืองบิตคอยน์" ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพ เชื่อมั่นว่าการเคลื่อนไหวนี้จะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเป็นประโยชน์ต่อชาวเอลซัลวาดอร์
บูเคเลสร้างแบรนด์ประเทศเป็น "ดินแดนแห่งการโต้คลื่น ภูเขาไฟ และกาแฟ" ดึงดูดนักท่องเที่ยวรวมถึงผู้สนใจในคริปโทเคอร์เรนซีให้มาเยือนแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งอย่าง "Bitcoin Beach"
ไม่เพียงเท่านี้ เอลซัลวาดอร์ยังได้เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติ อย่างการประกวด Miss Universe 2023 ซึ่งบนเวทีนี้มีสาวงามจากไทย "แอนโทเนีย โพซิ้ว" คว้ารองอันดับ 1 ไปครอง
***การยอมรับบิตคอยน์ในฐานะ “เงิน” ที่แรกของโลก
ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น เพราะหลังจากกฎหมายรองรับบิตคอยน์มีผลบังคับใช้แล้ว ก็มีทั้งกระแสถูกโจมตี เช่น ประเทศจะล้มละลายเพราะขาดทุนจาก Bitcoin ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกโรงเตือนว่าไม่ควรให้บิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือคนในประเทศบางส่วนก็ออกมาประท้วง
มีบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจจากนิตยสาร TIME สื่อเก่าแก่ระดับโลก ที่เพิ่งจะเผยแพร่การพูดคุยกับ “บูเคเล” เมื่อเร็วๆ นี้ นับเป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกของบูเคเลกับนักข่าวต่างชาติในรอบ 3 ปี
ในฐานะนโยบายของประเทศกลยุทธ์นี้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะการลงทุนบางส่วนของเงินสำรองแห่งชาติของเอลซัลวาดอร์ในบิตคอยน์ ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก หรือแม้กระทั่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
เขายอมรับว่าบิตคอยน์ "ยังไม่มีการนำมาใช้ในวงกว้างอย่างที่คาดหวัง" มีประชากรเอลซัลวาดอร์น้อยกว่า 12% ที่เคยใช้บิตคอยน์ทำธุรกรรมอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
แต่สิ่งที่ได้ผลคือการสร้างประเทศใหม่ในสายตาชาวโลก เพราะมันทำให้ “เอลซัลวาดอร์” กลายมาเป็นที่รู้จักบนแผนที่โลกในด้านอื่น แทนที่จะเป็นภาพของเมืองหลวงแห่งการฆาตกรรมเหมือนในอดีตที่ผ่านมา
"มันสร้างแบรนด์ให้เรา นำการลงทุนมาให้เรา และนำการท่องเที่ยวมาให้เรา" บูเคเล กล่าว
***มุมมองผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศ
ความปลอดภัยในประเทศจากนโยบายปราบปรามอาชญากรรมที่เข้มงวดของเขา มาพร้อมกับต้นทุนทางการเงินที่สูงมากสำหรับเอลซัลวาดอร์ ภายใต้การนำของบูเเคเล หนี้สาธารณะของประเทศพุ่งสูงขึ้นเกินกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 84% ของ GDP ขณะที่เศรษฐกิจของเอลซัลวาดอร์ยังคงอยู่ในสภาวะที่ไม่แข็งแรง
Christine Wade นักวิชาการ วิทยาลัยวอชิงตันในรัฐแมริแลนด์ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศเอลซัลวาดอร์มองว่า เขากำลังสร้างปราสาททรายโดยนโยบายด้านความมั่นคงนี้มีราคาแพงอย่างมากสิ่งนี้ทำให้ไม่มีความยั่งยืนทางการเงินและอนาคตของบูเคเลจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการแก้ไขปัญหานี้
Will Freeman นักวิชาการด้านการศึกษาละตินอเมริกาประจำ Council on Foreign Relations กล่าวว่า “บูเคเล” จำเป็นต้องทำข้อตกลงกับ IMF เพื่อเข้าถึงตลาดการเงินระหว่างประเทศอีกครั้ง และจัดหาเงินทุนมาเพื่อใช้หนี้สาธารณะ อุปสรรคประการหนึ่งคือการเดิมพันในบิตคอยน์ และอีกประการหนึ่งคือข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ที่ไม่ให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นหรือตรวจสอบได้
***บทสรุป อนาคตของเอลซัลวาดอร์ ประเทศบิตคอยน์
วันที่ 7 กันยายน 2024 เป็นวันที่ครบรอบ 3 ปี ของการมีกฎหมายรองรับบิตคอยน์เป็นสกุลเงิน ผลงานของ “บูเคเล” ทำให้เอลซัลวาดอร์เป็นที่รู้จักของชาวโลกด้วยพาดหัวข่าวเกี่ยวกับบิตคอยน์ เขาประสบความสำเร็จด้านการตลาดโดยที่ประเทศไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินไปกับการประชาสัมพันธ์ แต่ในอีกมุม ก็ยังมีความกังวลของนักวิชาการเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศ การเดิมพันกับบิตคอยน์ และหนี้สาธารณะที่พุ่งสูง
ระยะเวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่ที่แน่ๆ เอลซัลวาดอร์ก็ได้กลายมาเป็นกรณีศึกษาให้กับหลายประเทศทั่วโลกไปแล้ว
ปัจจุบัน เอลซัลวาดอร์กลายเป็นอันดับ 5 ของประเทศที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก จำนวนการถือครอง 5,748 BTC หรือ 0.027% ของปริมาณอุปทานสูงสุดที่ 21 ล้าน BTC
สำหรับในประเทศไทย บิตคอยน์ไม่ใช่เงินตรา แต่มีสถานะเป็น “สินทรัพย์ดิจิทัล” ประเภทคริปโทเคอร์เรนซีภายใต้ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2561
Ref :
https://treasuries.bitbo.io/
https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?release=y&ref=M&id=Z2txMDRkSEV5NGM9
https://time.com/7015598/nayib-bukeles-iron-fist-el-salvador/
------------------------------------------------
*การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน