ถ้า Bitcoin Halving ครั้งที่ 5 กำลังจะมาถึงในปี 2028 และเราอยากมี Skin in the Game กับวัฏจักรรอบหน้า คำถามสำคัญคือเราควรเริ่มสะสม Bitcoin ตั้งแต่เมื่อไร?
Bitcoin Halving คือเหตุการณ์ที่รางวัลจากการขุด หรือ Block Reward ลดลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยทุก ๆ 4 ปี และใน 4 รอบที่ผ่านมา Bitcoin สามารถทำจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) ครั้งใหม่ได้ในแต่ละวัฏจักร
หากรูปแบบในอดีตยังเกิดขึ้นซ้ำ การเลือกจังหวะสะสมก่อนที่ตลาดจะเข้าสู่ช่วงปรับตัวขึ้นรอบใหญ่หลัง Halving ก็อาจสร้างความได้เปรียบให้กับนักลงทุน ทั้งในแง่ต้นทุนและการลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อในช่วงที่ราคาปรับขึ้นใกล้จุดสูงสุดของรอบ ซึ่งมักเป็นช่วงที่นักลงทุนหน้าใหม่จำนวนมากเริ่มเข้าสู่ตลาด
คำถามจึงอยู่ที่ว่า “จุดนัดพบ” สำหรับการสะสม Bitcoin รอบนี้อยู่ตรงไหน นักวิเคราะห์ทั้งไทยและต่างประเทศหลายราย เริ่มมองช่วงเวลาที่ตลาดอาจเข้าสู่จุดต่ำของวัฏจักรใกล้เคียงกัน
มาดูกันว่า ทำไมนักวิเคราะห์ถึงมองเช่นนั้น?
ย้อนสำรวจ Halving 4 ครั้งที่ผ่านมาจะพบว่ามีทั้งความเหมือนและความต่างของแต่ละรอบ โดยสิ่งที่เหมือนกันคือจังหวะราคาทั้งช่วงก่อนและหลัง Halving ส่วนที่ต่างคือ “กลุ่มผู้เล่นหลัก” ที่เปลี่ยนไปในแต่ละรอบ
Halving ครั้งที่ 1 : วันที่ 28 พฤศจิกายน 2012 (รางวัลต่อบล็อก 25 BTC)
ครั้งแรกเกิดขึ้นที่บล็อกหมายเลข 210,000 โดยในช่วง 1 ปีก่อนจะถึงวัน Halving ราคาบิตคอยน์อยู่ราวๆ 2.30 ดอลลาร์ก่อนจะพุ่งขึ้นมาที่ 12.35 ดอลลาร์ในวัน Halving หรือ +380% ไม่เพียงเท่านี้ราคายังคงทะยานขึ้นไปอีกจนทำจุดสูงสุดของรอบโดยใช้เวลา 371 วันขึ้นไปแตะ 1,151 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2013 หรือ +9,204% ก่อนจะปรับฐาน -87% จากจุดพีค โดยใช้เวลาปรับฐานนาน 13 เดือน ช่วงที่ตลาดปรับฐานมาพร้อมกับข่าวร้าย “การล่มสลายของ Mt. Gox”
Halving ครั้งที่ 2 วันที่ 9 กรกฎาคม 2016 (รางวัลต่อบล็อก 12.5 BTC)
ครั้งที่สองเกิดขึ้นที่บล็อกหมายเลข 420,000 โดยในช่วง 1 ปีก่อน Halving ราคาอยู่ที่ประมาณ 269 ดอลลาร์และปรับตัวขึ้นกว่ามาที่ 650 ดอลลาร์ในวัน Halving หรือ+141% จากนั้นใช้เวลา 526 วัน (หรือประมาณ 17 เดือนหลัง Halving) สู่จุดสูงสุดของรอบที่ 19,783 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2017 หรือ +2,884% ก่อนจะปรับฐาน -84% จากจุดสูงสุดลงสู่จุดต่ำสุด 3,200 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม 2018 (ใช้เวลาปรับฐานนาน 12 เดือน)
ในช่วงเวลาที่ตลาดปรับฐานมีประเด็นข่าว “การปราบปรามคริปโทฯ ของรัฐบาลจีน” และการล่มสลายของ “ฟองสบู่ ICO”
Halving ครั้งที่ 3 วันที่ 11 พฤษภาคม 2020 รางวัลต่อบล็อก 6.25 BTC
ครั้งที่ 3 เกิดขึ้นที่บล็อกหมายเลข 630,000 โดยราคาก่อน Halving ประมาณ 1 ปีอยู่ที่ 7,208 ดอลลาร์ และขึ้นไปที่ 8,571–8,821 ดอลลาร์ในวัน Halving หรือ +19% ก่อนจะทำจุดสูงสุดของรอบที่ระดับ 69,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2021 ใช้เวลา 548 วัน (18 เดือนหลัง Halving) คิดเป็นผลตอบแทน +644.8% จากนั้นตลาดปรับฐาน -77% สู่จุดต่ำสุด 15,500 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน 2022 (ใช้เวลาปรับฐาน 12 เดือน)
ช่วงนั้นบิ๊กสตอรี่คือ “Fed กลับทิศเป็นการขึ้นดอกเบี้ย” และยังเคราะห์ซ้ำกรรมซัดด้วยการล่มสลายของ “Terra/Luna” ยังไม่จบอีกเพราะจากนั้นโดมิโนต่อไปยังบริษัท “3AC” และกระดานเทรดอันดับสองของโลก “FTX” ล่มสลาย
Halving ครั้งที่ 4 วันที่ 20 เมษายน 2024 รางวัลต่อบล็อก 3.125 BTC
เกิดขึ้นที่บล็อกหมายเลข 840,000 จังหวะราคาก่อน Halving ในช่วง 1 ปีก่อนหน้า (เม.ย. 2023) อยู่ที่ 28,820 ดอลลาร์ และสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวัฏจักร 4 ปีบิตคอยน์โดยราคา “ทำจุดสูงสุดตลอดกาลก่อนถึงวัน Halving” ที่ระดับ 73,000 ดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2024 จากแรงซื้อของกองทุน Spot ETF
ในตอนนั้นนักวิเคราะห์ต่างก็เริ่มมองกันว่า ‘4 Year Cycle’ น่าจะไม่มีแล้ว เพราะถ้ามันยังเป็นไปตามแพทเทิร์นเดิมบิตคอยน์ควรจะทำจุดสูงสุดหลังเหตุการณ์ Halving อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมราคากลับ “หักปากกาเซียน” ปรากฎว่าแพทเทิร์นเดิมยังคงทำงานอยู่ โดยหลังจากเหตุการณ์ Halving ราคาบิตคอยน์พุ่งทะยานทำจุดสูงสุดของไซเคิลที่ 126,210 ในวันที่ 6 ตุลาคม 2025 ใช้เวลา 534 วัน (18 เดือนหลัง Halving) หรือ +97.4% หลังจากนั้นก็ปรับฐาน ก่อนจะร่วงลงมาประมาณ 50% ในปัจจุบันเมื่อเทียบจาก ATH
แต่ละรอบมีความเหมือนและความต่าง
ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าในทุกๆ ไซเคิล มีสิ่งที่เหมือนกันคือระยะเวลาในการสะสมพลังเพื่อ ATH จะอยู่ที่ประมาณ 12–18 เดือนหลังวัน Halving และจะมีรูปแบบของการสะสมพลังก่อนเข้าสู่จุดพีคของรอบ จากนั้นก็ปรับฐานลากยาวและหวนเข้าสู่ระยะสะสมเพื่อเข้าสู่ไซเคิลใหม่วนรอบไปแบบนี้
แต่สิ่งที่แตกต่างคือ “ผลตอบแทน” นับจากวัน Halving ไปยัง ATH ของแต่ละรอบที่ลดลงในทุกวัฎจักรจาก +9,318% +2,884% +644.8% +97.4% ในครั้งล่าสุด เนื่องจากมูลค่าตลาดของบิตคอยน์ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากหลักสิบหลักร้อยล้านดอลลาร์ ปัจจุบันทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ การจะดันให้ราคาเพิ่มขึ้นในเปอร์เซ็นต์เท่าเดิมจำเป็นต้องใช้เงินทุนใหม่ไหลเข้ามาเติมอีกมหาศาล
นอกจากนี้ ยังเป็นระดับความลึกของการปรับฐาน ที่ตื้นลงเรื่อยๆ จากเคยดิ่งหนักจนแทบกลับบ้านเก่า -87% ก็ค่อยๆ ตื้นขึ้นเหลือ -84% , -77% และรอบปัจจุบันนี้ ~50% เนื่องจากมีสภาพคล่องและสถาบันการเงินเข้ามาช่วยพยุง
แล้วปัจจุบันเราอยู่ช่วงไหนของตลาด?
หากอ้างอิงจากแพตเทิร์นในอดีต ปัจจุบันในปี 2026 เรากำลังอยู่ในช่วงปรับฐาน โดย ณ ต้นเดือนสิงหาคม Bitcoin มีราคาอยู่ที่ราว 65,000 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 48% จากจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) และผ่านช่วงปรับฐานมาแล้วประมาณ 9 เดือน
เมื่อเทียบกับสถิติในอดีตที่ช่วงปรับฐานมักกินเวลาราว 12–15 เดือน นั่นหมายความว่า Bitcoin อาจเหลือเวลาอีกประมาณ 3–6 เดือนก่อนเข้าสู่จุดต่ำสุดของรอบ ทำให้กรอบเวลาดังกล่าวอยู่ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2026 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2027 โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายนที่หลายสำนักจับตามองว่าอาจเป็น “จุดนัดพบ” ของวัฏจักรรอบนี้
ถามว่า จุดต่ำสุดคือเท่าไหร่ ?
บรรดาสถาบันและนักวิเคราะห์ชั้นนำอย่าง Galaxy Research, Mudrex, 21Shares และ Michael Terpin ต่างมองไปในทิศทางเดียวกันว่า จุดต่ำสุด (Base Case) ของ Bitcoin ในรอบนี้น่าจะเกิดขึ้นช่วงปลายปี 2026 โดยประเมินไว้ 2 กรอบหลัก คือโซน $50,000–$55,000 ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญ หรือหากเกิดแรงเทขายล้างพอร์ตลึกกว่านั้น ก็มีโอกาสลงไปตั้งฐานบริเวณ $40,000–$46,000 ก่อนจะเริ่มสะสมพลังรอบใหม่
บทสรุป
Bitcoin Halving ครั้งที่ 5 คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2028 (พ.ศ. 2571) ที่บล็อกหมายเลข 1,050,000 โดยรางวัลจากการขุดจะลดลงครึ่งหนึ่ง จากปัจจุบัน 3.125 BTC เหลือ 1.5625 BTC ต่อบล็อก ส่งผลให้จำนวน Bitcoin ที่ออกใหม่ในแต่ละวันลดลงจากประมาณ 450 BTC เหลือเพียง 225 BTC ต่อวัน
Halving ครั้งที่ 5 จึงถือเป็นอีกหนึ่ง “ไมล์สโตน” สำคัญที่ตอกย้ำความขาดแคลนของ Bitcoin ซึ่งมีอุปทานสูงสุดจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ
ในมุมของการลงทุน เหตุการณ์ Halving ยังช่วยให้นักลงทุนใช้เป็นกรอบเวลาในการวางแผนได้ โดยหลายคนเลือกใช้กลยุทธ์ทยอยสะสม หรือ DCA ในช่วงที่ตลาดปรับฐานล่วงหน้าเป็นแรมปี ขณะที่บางคนอาจเลือกรอสะสมในช่วงที่คาดว่าราคาเข้าใกล้จุดต่ำสุดของรอบ
เมื่อดูจากพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาบิตคอยน์ใน 4 รอบจะเห็นได้ว่าการไล่ซื้อในวันที่เกิดเหตุการณ์ Halving หรือหลังจากนั้นอาจไม่ใช่จังหวะที่ได้เปรียบในเชิงต้นทุน เผลอ ๆ อาจกลายเป็นการเข้ามาในช่วงที่นักลงทุนก่อนหน้ากำลังทยอย Exit ก็เป็นได้
ที่สำคัญ ผลตอบแทนนับจากวัน Halving ไปจนถึง ATH ลดลงในทุกวัฏจักร โดยจากไซเคิลแรกที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง +9,318% รอบล่าสุดเหลือเพียง +97.4% และใน Halving รอบที่ 5 ผลตอบแทนก็อาจลดลงไปอีก ตามขนาดมูลค่าตลาดของ Bitcoin ที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
“นั่นหมายความว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนใน Bitcoin จากนี้ไปมีแนวโน้มไม่หวือหวาเหมือนในยุคแรกอีกแล้ว”
References : Info.arkm Bitcoinsuisse coinledger.io Charts.bitcoin Capitalstreetfx tradingkey.com Blog.kraken
————————————–
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น มิได้มีเจตนาให้เป็นคำแนะนำหรือชี้นำในการตัดสินใจลงทุน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยนัย ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม (Do Your Own Research) และพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน