บทความแนะนำ

หุ้นที่ถือ ประกาศเพิ่มทุน ต้องทำไงบ้าง ?

หุ้นที่ถือ ประกาศเพิ่มทุน ต้องทำไงบ้าง ?

สำหรับผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงตลาดหุ้นมานาน คงคุ้นเคยกับการเพิ่มทุนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เป็นอย่างดี แต่สำหรับนักลงทุนมือใหม่ อาจยังไม่ทราบในรายละเอียดมากนัก ว่าภายหลังการเพิ่มทุนของบจ. จะเป็นอย่างไรต่อไป ?

แต่ก่อนที่เราจะไปกังวลกับปัญหาที่จะตามมามากมายขนาดนั้น แอดจะขอปูพื้นความรู้เกี่ยวกับการเพิ่มทุนให้นักลงทุนมือใหม่ก่อนแล้วกันเนอะ 

โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า การเพิ่มทุน (Capital Increase) คือ การที่บริษัทออกหุ้นใหม่ หรือที่เรียกว่า"หุ้นเพิ่มทุน" เพิ่มเติมจากหุ้นเดิมที่มีอยู่แล้ว 

ซึ่งบริษัทจะนำ"หุ้นเพิ่มทุน" เสนอขายให้ผู้สนใจ เช่น ผู้ถือหุ้นเดิม, ผู้ลงทุนสถาบัน หรือ ผู้ลงทุนทั่วไป ซึ่งสิทธิประโยชน์ของหุ้นเพิ่มทุนจะเหมือนกับหุ้นเดิมของบริษัททุกประการ

สำหรับวัตถุประสงค์ที่บริษัทต่างๆประกาศ"เพิ่มทุน"นั้นก็แตกต่างกันออกไป แต่มักจะมีเหตุผลหลักวนๆอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น นำไปขยายกิจการ เพื่อคาดหวังการเติบโตในอนาคต, นำไปใช้หนี้ ทำให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลด หรือ นำไปล้างขาดทุนสะสม เพื่อให้บริษัทมีกำไร และสามารถจ่ายเงินปันผลได้ เป็นต้น 

เมื่อนักลงทุนมือใหม่เเห็นภาพชัดมากขึ้นว่า การ"เพิ่มทุน"จะต้องมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินดังกล่าวไปใช้ ระบุให้นักลงทุนอย่างเราทราบด้วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องไตร่ตรองอย่างละเอียด ว่า เงินที่เราจะจ่ายไปนั้น คุ้มค่าจริงหรือไม่ ?

เพราะการ"เพิ่มทุน" จะทำให้ จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น แต่ราคาหุ้นจะลดลง หรือที่เรียกว่า "Dilution Effect" นั่นเอง อีกทั้ง ยังทำให้กำไรต่อหุ้น (Earning per Share : EPS) ลดลง เนื่องจากกำไรสุทธิเท่าเดิม แต่ตัวหาร คือ จำนวนหุ้น ดันเพิ่มมากขึ้น 

พออ่านมาถึงตรงนี้ นักลงทุนมือใหม่หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าหลัง"เพิ่มทุน" ราคาหุ้นจะลดลง กำไรต่อหุ้นก็จะลดลงด้วย แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป ในกรณีที่บริษัทที่เราถือหุ้นอยู่ ดันประกาศ"เพิ่มทุน"ซะงั้น !

ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนำว่า การตัดสินใจว่าเราจะใช้สิทธิซื้อหุ้น"เพิ่มทุน"หรือไม่ ? มีหลักการตัดสินใจ 3 อย่าง ดังนี้ 

1.ถามตัวเองก่อนตัดสินใจ : พยายามตอบให้ได้ทุกคำถามว่า การเพิ่มทุนของบริษัทเป็นการรบกวนเงินในกระเป๋าของเราหรือไม่?, ถ้าราคาตกจะทำอย่างไร ขายทิ้ง หรือ ยังรอ ให้ขึ้นได้? และ ถ้ารอได้ จะรอจนถึงเมื่อไหร่?

2.ตรวจสอบวัตถุประสงค์การเพิ่มทุนให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ : หากวัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนชัดเจน มั่นใจว่าเงินที่จ่ายไปจะทำให้ธุรกิจเติบโต ราคาหุ้นจะกลับขึ้นมาใหม่ เราควร"ใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน"

แต่หากวัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุนไม่ชัดเจน หรือบริษัทไม่สามารถคลายความสงสัยบางอย่างได้ เราก็ไม่ควรลงเงินเพิ่ม เพราะจะเสียเวลาในการรอคอยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาเสียเปล่า ๆ 

3.ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท : เมื่อตัดสินใจซื้อหุ้น"เพิ่มทุน"ไปแล้ว อย่าลืมติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทว่าคืบหน้ามากน้อยแค่ไหน กิจการเจริญเติบโตขึ้นหรือไม่ หากบริษัทไม่สามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ ก็เป็นหน้าที่ของเรา ที่ต้องตัดสินใจว่าจะถือหุ้นของบริษัทนี้ต่อ หรือขายทิ้งเพื่อมองหาหุ้นบริษัทใหม่แทน

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ฝากทิ้งท้ายว่า สำหรับนักลงทุนที่มอง"การเพิ่มทุน" เป็นภาระของตัวเอง อยากให้มองทุกอย่างให้รอบคอบเสียก่อน เพราะบางครั้งการ"เพิ่มทุน" อาจทำให้บริษัทได้กำไรมากกว่าเดิม ธุรกิจขยับขยายได้มากขึ้น สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้

ดังนั้น การมองโลกเพียงแง่มุมเดียว จึงอาจทำให้เราเสียโอกาสที่ดีไปอย่างน่าเสียดาย จึงจำเป็นต้องทบทวนสิ่งต่างๆที่ตลาดหลักทรัพย์ฯแนะนำอย่างรอบคอบ และตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ...







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh