บทความแนะนำ

ดอกเบี้ยสูงขึ้น กระทบการลงทุนอย่างไร ?

ดอกเบี้ยสูงขึ้น กระทบการลงทุนอย่างไร ?

ดอกเบี้ยสูงขึ้น ทำให้การลงทุนในหุ้น - กองทุน มีความน่าสนใจลดลง เพราะผลตอบแทนสินทรัพย์ปลอดภัยสูงขึ้น แต่นอกจากผลตอบแทนที่ลดความเย้ายวนลง จะมีปัจจัยใดกระทบอีกบ้าง ส่วนการลงทุนช่วงนี้ควรทำเช่นไร ต้องติกตาม !


*** หุ้นขาลง รับเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น
 

ช่วงนี้ ถือว่า เป็นอีก 1 จังหวะที่นักลงทุน คงต้องกลับมาทบทวนพอร์ตฯของตัวเองมากขึ้น หลังจากที่ผลตอบแทนราคาหุ้นหลายๆบริษัท ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ตามทิศทางการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทย (SET Index)

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ SET Index ช่วงนี้ อยู่ในทิศทางขาลง เพราะกำลังถูกปัจจัยลบ อย่างการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอัตราเร่งของธนาคารกลางสำคัญๆของโลก เพื่อสกัดปัญหาเงินเฟ้อเร่งตัว กดดันนั่นเอง

ทิศทางดอกเบี้ยทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้น จึงทำให้สินทรัพย์เสี่ยง อย่างหุ้นมีราคาปรับตัวลงสวนทางกัน  


*** ผลตอบแทนต่ำ แล้วมีอะไรกระทบอีก ?
 

อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น นอกจากจะทำให้ความน่าสนใจของตลาดหุ้นลดลง จากผลตอบแทนสินทรัพย์ปลอดภัยที่สูงขึ้นแล้ว ยังกดดันต่อการประเมินมูลค่า และผลการดำเนินงานของหลายๆบริษัทอีกด้วย 

โดยข้อมูลจาก"มอร์นิ่งสตาร์ฯ" ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จะกระทบต่อการประเมินมูลค่าหุ้นในอนาคตให้มีมูลค่าลดลง เนื่องจากกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้รับ มีมูลค่าลดลงจากการถูกคำนวณด้วยอัตราคิดลด ที่มีอัตราสูงขึ้น ตามอัตราดอกเบี้ย

โดยปกติ บริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูง มักจะมียอดขายที่เติบโตสูง แต่ก็ไม่แน่ว่าจะมีอัตรากำไรที่สูง บริษัทเหล่านี้ จึงมีความผันผวนจากการประเมินมูลค่าที่สูงกว่าบริษัทที่มีความมั่นคงของรายได้ และมีการจัดการต้นทุนได้ดีกว่า 

นอกจากนี้ ระดับการก่อหนี้และอัตราการทำกำไรก็มีผลต่อการประเมินมูลค่ากิจการเช่นกัน ซึ่งบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูง จะถูกให้ความสำคัญที่ยอดขายของกิจการต่อเนื่อง ซึ่งตลาดหุ้นมักซื้อขายโดยขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของนักลงทุนเป็นหลัก

ดังนั้น ความเชื่อมั่นที่เปลี่ยนแปลงในภาวะอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนไป จะมีผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้นเหล่านี้อย่างมาก นอกจากนี้ บริษัทที่มีความสามารถในการทำกำไรต่ำและก่อหนี้เป็นจำนวนมาก จะมีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นตามภาวะดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ต้นทุนในการออกตราสารหนี้ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งส่งผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้นเช่นกัน


*** ลงทุนเช่นไร วันที่ดอกเบี้ยขึ้น ?
 

ส่วนการลงทุนในภาวะเช่นนี้ "มอร์นิ่งสตาร์ฯ" แนะนำว่า เราต้องเข้าใจสถานะการลงทุนของตัวเองให้ดีก่อน หากลงทุนในกองตราสารหนี้ที่เป็น Passive fund (อายุตราสารที่ลงทุนเฉลี่ยจะยาว) แม้ในอดีตอาจให้ผลตอบแทนที่ดี

แต่จากนี้ไปอาจได้รับผลตอบแทนที่ลดลง แต่ก็ยังนับว่ามีการกระจายความเสี่ยงได้ดี หากรับความเสี่ยงได้มากขึ้นก็อาจลงทุนใน Active fund ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมต่อสภาวะการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ 

และหากแนวโน้มตลาดหุ้นแย่ลงและเงินทุนไหลเข้าตราสารหนี้ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงจะทำให้ราคาหรือมูลค่าตราสารหนี้ระยะยาวปรับเพิ่มขึ้น การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ จึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงได้ดีอีกทาง

ขณะที่ การลงทุนในตราสารทุน ต้องเข้าใจสถานะการลงทุนว่าปัจจุบันลงทุนในหุ้นคุณค่าหรือหุ้นเติบโตสูง กองทุนที่ลงทุนเป็น Active หรือ Passive และที่สำคัญต้องกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ไม่เน้นไปที่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมากไป 

ทั้งนี้ หากที่ผ่านมามีการลงทุนในหุ้นที่เป็น Growth Companies ซึ่งได้รับผลตอบแทนที่ดีมาตลอดในอดีต แต่ตอนนี้อาจต้องหันกลับมาดู Value Stock ที่ราคาหุ้นในตลาด ยังไม่สะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงกันบ้าง







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh