บทความแนะนำ

5 ข้อควรระวังก่อนซื้อหุ้น IPO

5 ข้อควรระวังก่อนซื้อหุ้น IPO

หุ้น IPO กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง แต่ใช่ว่าหุ้น IPO จะแจกกำไรอยู่ร้ำไป ยามขาดทุนก็เจ็บหนักไม่เบา ดังนั้น มาดู 5 ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจเข้าซื้อหุ้น IPO
 

*** หุ้น IPO กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง
 

ล่าสุด หุ้น IPO กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง หลังเมื่อวานนี้ (15 มิ.ย.65) หุ้น TEKA เพิ่งเข้าซื้อ - ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นครั้งแรก พร้อมกับให้ผลตอบแทนสูงราว 43.47% ถ้าเทียบจากราคา IPO กับ ราคาเปิดซื้อ - ขายวันแรก

อย่างไรก็ตาม หลังจาก TEKA แจกกำไรในช่วงเช้าไปแล้ว ราคาหุ้นดังกล่าว กลับมาปิดซื้อ - ขายวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา ด้วยราคา 4.94 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นระดับราคา ที่ต่ำกว่าราคาเปิด ณ ช่วงเช้าถึง 25% เลยทีเดียว


*** หุ้น IPO ใช่ว่าจะแจกกำไรอยู่ร่ำไป !
 

ซึ่งถ้าเราอ้างอิงราคาปิดซื้อ - ขาย วันแรกของหุ้น TEKA หรือหุ้น IPO ตัวก่อนหน้า ก็จะพบว่า มีหุ้น IPO จำนวนไม่น้อย ที่หลังจากแจกกำไรให้นักลงทุนที่จองหุ้น IPO ในช่วงเช้าไปแล้ว กลับมาเชือดคืนในช่วงเย็นวันนั้นเลย เพราะราคาหุ้นกลับมาปิดต่ำกว่าราคาเปิดซื้อ - ขาย วันแรก หรือ บางตัวอาจปิดต่ำกว่าราคาจองก็มี

จากปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้นักลงทุนมือใหม่หลายคน ที่จองซื้อหุ้น IPO ไม่ทัน เกิดคำถามว่า ถ้าเราซื้อหุ้น IPO หลังจากผ่านราคาเปิดซื้อ - ขายวันแรกไปแล้ว หุ้นจะยังมีความน่าสนใจอยู่หรือไม่ ? และ จะต้องมีข้อควรระวังอย่างไรบ้าง ถ้าไม่อยากติดดอย 
 

*** เปิด 5 ข้อควรระวัง ก่อนซื้อหุ้น IPO 
 

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯแนะนำ 5 ข้อควรระวัง เกี่ยวกับการซื้อหุ้น IPO ที่นักลงทุนควรรู้ไว้ ถ้าไม่อยากติดดอยดังนี้ 

1.อย่าซื้อหุ้น IPO โดยไม่รู้จักหุ้น : ตลาดหลักทรัพย์ฯระบุว่า หลักการเริ่มต้นซื้อหุ้น IPO ก็เหมือนหุ้นทั่วๆไป คือ อย่าเข้าไปซื้อโดยที่ไม่รู้จักบริษัทนั้นดีพอ หรือ ซื้อเพียงเพราะได้ชื่อว่าเป็นหุ้น IPO ก็อาจจะทำให้คาดว่า จะได้กำไรสูงในระยะถัดไป โดยหลักคิดแบบนี้ ถือว่า เป็นความเสี่ยงต่อการเข้าลงทุนอย่างมาก

ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนำว่า ก่อนจะเข้าซื้อหุ้น IPO ทุกครั้ง เราก็ยังต้องติดตามข้อมูลข่าวสารของหุ้น IPO ตัวนั้นๆอย่างละเอียดเสียก่อน โดยข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้เลย คือ เขาประกอบธุรกิจอะไร, ลูกค้าหลักคือใคร, ความจำเป็นของสินค้าที่ขายอยู่ที่ระดับไหน อุตสาหกรรมยังเติบโตต่อได้หรือไม่ รวมถึง ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 - 5 ปี โดดเด่นแค่ไหน เป็นต้น

2. ประเมินมูลค่าที่แท้จริงให้ออก : การพิจารณาหามูลค่าที่แท้จริงของบริษัทนั้น เบื้องต้นมือใหม่อาจใช้วิธีอ้างอิงราคาเหมาะสมของโบรกเกอร์ต่างๆก่อน เพราะโดยปกติถ้าเราเป็นเจ้าของบริษัทที่จะขายหุ้น IPO เราก็ย่อมอยากได้เงินจำนวนมากเหมือนกันถูกมั้ย ?

จากความต้องการในส่วนนี้ ทำให้โบรกเกอร์หลายแห่งมองว่า ราคาจองซื้อหุ้น IPO ยุคนี้ ส่วนใหญ่มักจะขายกันแพงกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งเมื่อราคาจองซื้อแพงแล้ว พอหุ้นเข้ามาซื้อ - ขายวันแรก ก็จะยิ่งมีแรงเก็งกำไรขึ้นไปอีก ยิ่งทำให้ราคาหุ้นแพงขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง 

แต่พอหุ้นเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯสักพัก ราคาหุ้นของบริษัทนั้นๆ ก็จะวิ่งกลับไปสู่พื้นฐานที่แท้จริง และจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบดังกล่าว ในกรณีที่ไม่มีปัจจัยบวก หรือ ลบใหม่ๆ มาส่งผลต่อราคาหุ้น ซึ่งถ้าเราพลาดซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาแตะขอบฟ้าแล้ว ยามเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัวลงหามูลค่าที่แท้จริง ก็เป็นเรื่องยาก ที่ราคาหุ้นจะกลับสู่จุดเดิมที่เราเคยซื้อ

3.หุ้น IPO เข้ามาในตลาดหุ้นเพื่ออะไร ? : วัตถุประสงค์การเข้ามายังตลาดหุ้น ก็พอจะบอกได้กลายๆเหมือนกันว่าหุ้นตัวนี้ พอจะเติบโตต่อไปได้หรือไม่ในระยะยาว ซึ่งการพิจารณาในส่วนนี้ เราอาจวัดได้จาก วัตถุประสงค์ของการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้เป็นเกณฑ์ประกอบการตัดสินใจ

สำหรับบริษัทที่มีวัตถุประสงค์เข้ามาในตลาดหุ้น เพื่อต้องการระดมทุนไปชำระหนี้ หรือขาดทุนสะสม ประกอบกับ เป็นกิจการที่อิ่มตัวไปแล้ว และ ไม่สามารถฉายภาพการเติบโตในอนาคตให้เราเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม หรือ สมเหตุสมผล หุ้นประเภทนี้ ก็มีความอันตรายที่เราอาจต้องหลีกเลี่ยงเหมือนกัน

4.เลี่ยงหุ้น IPO ที่เอาเปรียบนักลงทุน : ในข้อนี้มีจุดสังเกต คือ ดูพฤติกรรมของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ว่ามีการขายหุ้นออกมาอย่างหนักตั้งแต่วันแรก หรือช่วงแรกของการเข้าซื้อ - ขายในตลาดหุ้น ทั้งที่ราคาหุ้นยังอยู่ในระดับสูงหรือไม่ ? ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถือว่า จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของหุ้นมาก

หรือในบางกรณี อาจมีการจ่ายเงินปันผลออกมาอย่างหนักหน่วง ก่อนจะกระจายหุ้นแบ่งให้คนอื่นมาร่วมถือหุ้นด้วย ซึ่งถ้าเราพบว่าหุ้น IPO ที่เรากำลังจะเข้าไปลงทุน เคยมีพฤติกรรมคล้ายๆแบบนี้ ก็ให้กาหัวไปได้เลยว่า หุ้นดังกล่าวคงไม่ใช่หุ้นที่ดี และ ควรมองหาหุ้น IPO ตัวใหม่ดีกว่า 

5. หุ้น IPO เหลือ ได้มาง่าย ย่อมน่าสงสัย : โดยปกติหุ้น IPO จะมีอยู่อย่างจำกัด และ จองซื้อค่อนข้างยาก แต่หากพบว่าหุ้น IPO ตัวใด ที่มีโควต้าเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก และ หลุดมาถึงเราง่ายๆ ก็ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ได้เลยว่า อาจจะเป็นหุ้นที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร จึงทำให้ไม่มีความต้องการซื้อ ทำให้หุ้น IPO เหลือเยอะ

สำหรับหุ้น IPO ก็เหมือนการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ที่มีโอกาสเห็นทั้งกำไร และ ขาดทุน แต่สิ่งสำคัญที่สุดก่อนเข้าลงทุน คือ เราต้องเตรียมความพร้อมเรื่องข้อมูล - ข่าวสาร เกี่ยวกับบริษัทที่เราสนใจเป็นอย่างดี เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุนนั่นเอง ...







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh