บทความแนะนำ

เทคนิคเลือก"หุ้น Defensive"

เทคนิคเลือก

ในยามเศรษฐกิจซบเซา หรือ ขาลง หุ้น Denfensive มักกลับมาได้รับความนิยมทุกครั้ง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และ เทคนิคเลือกหุ้น Denfensive  เข้าพอร์ตลงทุน มีวิธีอย่างไรบ้าง ? โปรดติดตาม !
 

*** หุ้น Defensive มีข้อดีอย่างไร ?
 

หากนักลงทุนลองไล่ดูบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์หลายๆแห่งในช่วงนี้ จะพบว่า ภาพการลงทุนในตลาดหุ้นช่วงนี้ ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไรนัก เนื่องจากมีหลายปัจจัยลบกดดันอยู่ ทั้งเศรษฐกิจที่อาจขยายตัวต่ำกว่าคาด เอย, เงินเฟ้อ เอย หรือแม้แต่การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ เป็นต้น

ขณะที่ ก็มีโบรกเกอร์บางสำนัก เริ่มให้กลยุทธ์การลงทุน เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive กันบ้างแล้ว แต่เคยสงสัยกันไหม ว่า ในยามเศรษฐกิจขาลงทีไร ทำไมนักวิเคราะห์ถึงมักแนะนำให้มองหาหุ้น Defensive เป็นหลัก รวมทั้ง หุ้น Defensive  ที่ดี เขามีวิธีเลือกกันอย่างไร ? บทความนี้ มีคำตอบให้ครบเลย

สาเหตุที่ ทำให้นักวิเคราะห์ มักให้ลงทุนหุ้น Defensive ในช่วงเศรษฐกิจขาลง นั่นก็เพราะว่า หุ้น Defensive  เป็นหุ้นที่มีความถึกทนในทุกสภาวะตลาดหุ้นนั่นเอง ซึ่งจุดเด่นของหุ้นในกลุ่มนี้ คือ เป็นหุ้นพื้นฐานแกร่ง ทำให้ความเสี่ยงการลงทุนต่ำลงด้วย นอกจากนี้ หุ้น Defensive ยังมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยสร้างกระแสเงินสดให้กับนักลงทุนได้อีกด้วย  

ส่วนอีก 1 จุดเด่นที่สำคัญ คือ ในช่วงเศรษฐกิจซบเซา หุ้น Defensive มักจะได้รับผลกระทบน้อยมาก (หรืออาจไม่กระทบเลย) เมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มอื่นๆ เพราะยังมีความต้องการใช้สินค้า หรือ บริการของหุ้นในกลุ่ม Defensive  อยู่ ทำให้กำไรของบริษัท ยังคงเหมือนเดิมกับช่วงภาวะเศรษฐกิจปกตินั่นเอง
 

*** เปิดเทคนิคคัดหุ้น Defensive !
 

ทีนี้ เมื่อทุกคนรู้จักกับหุ้น Defensive กันไปพอสมควรแล้ว ก็คงเริ่มจะอยากรู้แล้วใช่ไหมหล่ะ ? ว่าหุ้น Defensive เข้ามีเทคนิคเลือกกันอย่างไรบ้าง นอกจากเป็นหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมสาธารณูปโภค, อาหาร การแพทย์ เป็นต้น โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ระบุว่า เทคนิคในการเลือกหุ้น Defensive หลักๆนั้น มีด้วยกัน 6 วิธี ดังนี้ 

1.เลือกจากขนาด : ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนำว่า เราควรหลีกเลี่ยงหุ้นที่มีขนาดเล็กเกินไป โดยเราอาจพิจารณาจากมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) เช่น กำหนดเงื่อนไขว่าต้องมี Market Cap. ไม่ต่ำกว่า 8,000 ล้านบาท หรือกำหนดว่าต้องเป็นหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET50 หรือ SET100 อะไรทำนองนี้

2.ความผันผวนต่ำ : Defensive Stocks เป็นหุ้นที่คนมักใช้เรียกแทนหุ้นที่มีความผันผวนของราคาต่ำ เวลาราคาขึ้นก็จะขึ้นน้อยกว่าตลาด เวลาลงก็จะลงน้อยกว่าตลาด หรือหากจะพูดเป็นศัพท์เชิงเทคนิค ก็บอกว่าเป็นหุ้นที่มีค่าเบต้า (Beta) ต่ำ หรือเป็นหุ้นที่มีความผันผวนของราคา เมื่อเทียบกับความผันผวนของดัชนีราคาหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่ำนั่นเอง

3.ภาระหนี้น้อย : อีก 1 ปัจจัยที่สำคัญ ใช้ในการพิจารณาว่าหุ้นนั้นๆ เป็นหุ้น Defensive หรือไม่ ? คือ ต้องมีความเสี่ยงทางการเงินต่ำ สะท้อนได้จากภาระหนี้สินของบริษัทต้องอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้น เราควรเลือกหุ้นที่มีปริมาณหนี้สินไม่สูงกว่าทุน หรือมีอัตราส่วน D/E ต่ำกว่า 1 เท่า นั่นเอง

4.กำไรสม่ำเสมอ : หากหุ้นที่มีการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอก็อาจเป็นตัวบ่งชี้ถึงฝีมือของบริษัทในการบริหารจัดการได้ว่า... ไม่ว่าจะผ่านภาวะเศรษฐกิจแบบใด ก็ยังสามารถสร้างกำไรได้ แม้กำไรอาจไม่หวือหวามากนักก็ตาม เช่น อาจพิจารณาจากบริษัทที่มีกำไรตลอด 10 ปีติดต่อกัน เป็นต้น

5.จ่ายปันผลสม่ำเสมอ : บริษัทที่ดี หรือ ถูกขนานามว่าเป็นหุ้น Defensive ควรมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอด้วย และยังต้องบริหารจัดการระหว่างการนำเงินไปลงทุน กับการจ่ายเงินปันผลได้อย่างเหมาะสม โดยเราอาจพิจารณาหุ้นที่มีการจ่ายปันผล 10 ปีติดต่อกัน เป็นต้น

6.ราคาไม่แพง : Defensive Stock ที่ดีต้องมีส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย (Margin of Safety : MOS) ซึ่งนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนในระยะยาว จากการลงทุนมักจะมองหาหุ้นที่มี Margin of Safety สูงๆ โดยพิจารณาจากหุ้นที่ราคายังไม่แพงจนเกินไป ซึ่งดูได้จากราคาเทียบกับกำไรต่อหุ้น (P/E Ratio) หรือราคาเทียบกับมูลค่าทางบัญชี (P/BV Ratio) เช่น เราอาจกำหนดว่า P/E Ratio ไม่เกิน 15 เท่า หรือ P/BV ไม่เกิน 1.5 เท่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เป็นต้น

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทิ้งท้ายไว้ว่า การลงทุนในหุ้น Defensive ต้องมองภาวะเศรษฐกิจให้ออก ซึ่งเราควรลงทุนในหุ้น Defensive ช่วงที่ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงขาลง เนื่องจากหุ้นปลอดภัยมักจะราคาลดลงน้อยกว่าตลาด ในทางกลับกัน เราควรออกจากหุ้น Defensive เพื่อสลับเงินไปสู่หุ้นเติบโต หรือหุ้นที่มีราคาผันผวนมากกว่า ที่ลงมาแรงอีกครั้ง เมื่อตลาดเริ่มกลับทิศปรับตัวเป็นขาขึ้น







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh