บทความแนะนำ

เจาะหุ้น PIN ตัวจริงธุรกิจนิคมฯ ปักธง Logistics Park บนทำเลยุทธศาสตร์

เจาะหุ้น PIN ตัวจริงธุรกิจนิคมฯ ปักธง Logistics Park บนทำเลยุทธศาสตร์

 

  หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC อยู่หลายประเภท เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมดิจิทัล ฯลฯ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทยและทำให้เศรษฐกิจเติบโตในระยะยาว อุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลส่งเสริมนั้น ทำให้ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมได้รับประโยชน์จากการขายหรือให้เช่าที่ดินแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีเงินทุนในการผลิต ติดตั้งโรงงานคลังสินค้าในประเทศไทยเพื่อขยายธุรกิจในประเทศ หรือส่งออกไปยังต่างประเทศ พื้นที่ EEC จึงเป็นแหล่งรวมอุตสาหกรรมความหวังของประเทศ 

 

บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ PIN เป็นผู้พัฒนาและบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่โลจิสติกส์ โดยมีระบบสาธารณูปโภค รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ออกกำลังกาย สวนสาธารณะ ที่พร้อมให้บริการครบครัน โดยนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่บนพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทางรถ ราง เรือ รวมถึงสนามบิน ที่เป็นหนึ่งในแผนงานสำคัญของรัฐบาล ภายใต้ชื่อ Thailand 4.0 เพื่อผลักดันให้เป็นพื้นที่รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมไทย บนทำเลที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจที่ขนส่งได้อย่างสะดวก

 

PIN ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) ประกอบไปด้วย การจัดให้มีพื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ และพื้นที่กันชนเชิงนิเวศ (Eco-Belt) ที่อยู่ในโซนรอบๆ โรงงานหรืออาคาร ทำให้โครงการของ PIN มีจุดแข็งและสร้างความไว้วางใจแก่ลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติว่า พื้นที่ดังกล่าวมีความเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมของเมืองไทย 

 

นอกจากนั้น PIN ยังได้ลงทุนและได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค หรือ PPF อีกด้วย

 

ปัจจุบัน PIN มีนิคมอุตสาหกรรม และโครงการ Logistics Park ที่ดำเนินการแล้ว จำนวน 6 โครงการ ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 1 โครงการ ที่จังหวัดระยอง ดังนี้

  1. โครงการปิ่นทองแลนด์ หรือ “PL”

  2. นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง โครงการ 1 หรือ “PIN1”

  3. นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง แหลมฉบัง หรือ “PIN2”

  4. นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง โครงการ 3 หรือ “PIN3”

  5. นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง โครงการ 4 หรือ “PIN4”

  6. นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง โครงการ 5 หรือ “PIN5”

  7. นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง โครงการ 6 หรือ “PIN6” (อยู่ระหว่างพัฒนา)

 

 

จะเห็นได้ว่าธุรกิจของ PIN เน้นการขายที่ดินที่พัฒนาแล้ว และการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก แต่ PIN ยังไม่หยุดการพัฒนาธุรกิจแค่เพียงเท่านี้ เพราะ PIN ได้มองหาทำเลที่มีศักยภาพใกล้จุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อนำมาพัฒนาโครงการใหม่ โดยมีแผนเพิ่มพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่สำหรับ Logistics Park เพื่อเป็นสถานที่จัดการด้านระบบขนส่งสินค้าแบบครบวงจร 

 

นอกจากนั้น PIN ยังมีแผนงานเพิ่มพื้นที่เช่าอาคารและคลังสินค้า รวมถึงการให้บริการสาธารณูปโภคต่างๆ เพื่อให้มีรายได้ที่เกิดขึ้นประจำ (Recurring Income) มากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจของ PIN เติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ภายใต้นโยบายที่สำคัญของรัฐบาล หนึ่งในนั้นคือ การเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต ทั้ง 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการผลิตเทคโนโลยีอัจฉริยะ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมการเกษตรและแปรรูปอาหาร ฯลฯ ทำให้เป็นโอกาสที่ดีของ PIN ที่ได้รับการสนับสนุน และเป็นแรงผลักดันให้มีกลุ่มลูกค้าเข้ามาจับจองฐานแห่งการผลิตติดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ที่มีประสิทธิภาพ 

 

สำหรับรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้ 746.2 ล้านบาท ปี 2562 มีรายได้ 619.7 ล้านบาท ปี 2563 มีรายได้ 876.1 ล้านบาท  และสำหรับ งวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน ปี 2563 ทำรายได้ 184.1 ล้านบาท และปี 2564 ทำรายได้ 205.5 ล้านบาท ตามลำดับ

 

ส่วนรายได้จากการให้เช่าและบริการ สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้อยู่ที่ 142.8 ล้านบาท ปี 2562 มีรายได้อยู่ที่ 169.5 ล้านบาท ปี 2563 มีรายได้อยู่ที่ 186.7 ล้านบาท และสำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน ปี 2563 ทำรายได้ 92.7 ล้านบาท และ ปี 2564 ทำรายได้ 100.0 ล้านบาท ตามลำดับ

 

นอกจากนั้นยังมีรายได้อื่น ๆ ประกอบด้วย เงินปันผลรับรายได้จากการบริหารจัดการกองทุนอสังหาริมทรัพย์ปิ่นทอง อินดัส เตรียล ปาร์ค (“PPF”) เป็นต้น สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ปี 2561 มีรายได้อยู่ที่ 75.7 ล้านบาท ปี 2562 ทำรายได้อยู่ที่ 78.2 ล้านบาท ปี 2563 ทำรายได้อยู่ที่ 65.3 ล้านบาท และสำหรับงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน ปี 2563 ทำรายได้อยู่ที่ 19.7 ล้านบาท และปี 2564 ทำรายได้อยู่ที่ 20.5 ล้านบาท ตามลำดับ 

 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด PIN กำลังเดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ เพื่อนำเงินที่ได้ไปพัฒนาขยายธุรกิจ ชำระเงินกู้ และเป็นทุนหมุนเวียนกิจการ โดยเฉพาะการลงทุนมองหาทำเลเพื่อพัฒนาเป็น Logistics park ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญของบริษัทฯ 

 

 

การระดมทุนครั้งนี้ น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีของ PIN ที่จะเตรียมพร้อมขยายธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง และเกิดการเติบโตทางรายได้จากโครงการที่ PIN ได้ไปพัฒนา ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมจึงเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่สำคัญ ที่จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในด้านอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่บนทำเล EEC ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพ PIN ก็น่าจะมีโอกาสเติบโตด้านธุรกิจอย่างต่อเนื่องได้ในอนาคต…

 

–––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––––

ข้อมูลอ้างอิง: https://www.investerest.co/economy/eastern-economic-corridor/

 

  







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh