บทความแนะนำ

ผู้ถือหุ้นจะได้อะไร เมื่อ Makro รับโอนกิจการกลุ่ม Lotus’s?

ผู้ถือหุ้นจะได้อะไร เมื่อ Makro รับโอนกิจการกลุ่ม Lotus’s?

ในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา หนึ่งในข่าวใหญ่ของแวดวงธุรกิจและการลงทุนที่ทุกคนจับตามอง คงไม่พ้นการปรับโครงสร้างของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกในเครือ CP ที่ บมจ.สยามแม็คโคร (Makro) จะรับโอนกิจการทั้งหมดของกลุ่มโลตัสส์ (Lotus’s) ในไทยและมาเลเซีย จากบริษัท ซี.พี.รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด (CPRH)

 

โดยหลังบอร์ด Makro มีมติรับโอนกิจการกลุ่ม Lotus’s ในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ล่าสุดเตรียมจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นหรือ EGM ครั้งที่ 1/ 2564 ในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ผ่านทางระบบออนไลน์ เพื่อขอมติจากผู้ถือหุ้นของ Makro ใน 4 เรื่องหลัก ดังนี้ 

     1.พิจารณาอนุมัติการรับโอนกิจการทั้งหมดของกลุ่ม Lotus’s จาก CPRH 

     2.พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของ Makro

     3.พิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจํากัด (Private Placement หรือ PP) จำนวนไม่เกิน 5,010,323,500 หุ้น พาร์หุ้นละ 0.50 บาท ที่ราคา 43.50 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่า 217,949,072,250 บาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนการรับโอนกิจการทั้งหมดแก่ CPRH

     4.พิจารณาอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering หรือ PO) ไม่เกิน 1,362,000,000 หุ้น

 

สำหรับนักลงทุนที่สนใจและผู้ถือหุ้น Makro ที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม EGM ครั้งนี้ มาดูกันว่ามีอะไรเกี่ยวกับ Big Deal นี้ที่คุณควรรู้?

 

1. เป็นการผนึกกำลังกันระหว่างธุรกิจ B2B และ B2C

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้ง Makro และ Lotus’s ล้วนเป็น Big Players ในธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกในเมืองไทยมาอย่างยาวนาน โดย Makro ทำธุรกิจในไทยมานานกว่า 32 ปี เช่นเดียวกับ Lotus’s ที่ทำธุรกิจมากว่า 27 ปี ซึ่งทั้งสองบริษัทก็มีความเชี่ยวชาญและเป็นผู้นำในตลาดที่ทำอยู่ 

 

ปัจจุบัน Makro ดำเนินธุรกิจเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีสาขาใน 5 ประเทศ นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจฟูดเซอร์วิส ซึ่งดำเนินการอยู่ใน 6 ประเทศ โดยเน้นการจำหน่ายให้กับลูกค้าผู้ประกอบการมืออาชีพ ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกรายย่อย หรือโชห่วย  HoReCa (Hotels โรงแรม, Restaurants ร้านอาหาร และ Catering บริการจัดเลี้ยง) ธุรกิจบริการอื่น ๆ และลูกค้าทั่วไป

 

ในขณะที่ Lotus’s ก็ถือเป็นผู้ประกอบการชั้นนำในธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีรูปแบบร้านค้าหลากหลาย ทั้งร้านไฮเปอร์มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต มินิซูเปอร์มาร์เก็ต และยังมีธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าในศูนย์การค้า ในไทยและมาเลเซีย

 

 

2. ชูแพลตฟอร์มแห่งโอกาสในระดับภูมิภาค

การรับโอนกิจการของกลุ่ม Lotus’s ครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพและโอกาสการขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียซึ่งมีประชากรจำนวนมาก รวมถึงเป็นการรองรับโอกาสจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังวิกฤต COVID-19 โดย Makro จะยังคงยึดนโยบายการสนับสนุนคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมไปกับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ

 

ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ไทยในการเป็นช่องทางกระจายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารสดและสินค้าอุปโภคบริโภค จึงถือเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาสของผู้ประกอบการ SMEs ไทยที่จะปลดล็อกข้อจำกัดในการขยายตลาดต่างประเทศที่เคยมี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย การตลาด ตลอดจนการขนส่ง ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยยกระดับสู่การเป็น ‘ครัวของโลก’

 

ไม่เพียงทำหน้าที่เป็นช่องทางการกระจายสินค้า แต่ Makro จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ตั้งแต่ในขั้นตอนการผลิต โดย Makro จะทำการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศที่เข้าไปทำธุรกิจ แล้วแชร์ข้อมูลเหล่านี้ให้กับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อให้สามารถผลิตและพัฒนาสินค้าได้อย่างตอบโจทย์และตรงกับความต้องการของตลาด ภายใต้มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

 

 

3. รายได้และกำไรของ Lotus’s จะถูกรวมเข้ามาในงบของ Makro

การรับรู้รายได้ของ Lotus’s หลังรับโอนกิจการ จะทำให้ Makro มีผลการดำเนินงานที่เติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว และรายได้จากการให้เช่าพื้นที่ของ Lotus’s ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 1 ล้านตารางเมตร 

 

โดยจากข้อมูลล่าสุดในปี 2563 พบว่า บมจ.สยามแม็คโคร มีรายได้รวม 2.2 แสนล้านบาท และกำไรอยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท ขณะที่ บจ. ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งที่ถือหุ้นในกิจการโลตัสส์ในไทยและมาเลเซีย มีรายได้รวมเสมือน 2.1 แสนล้านบาท และกำไรรวมเสมือน 1.8 พันล้านบาท หมายความว่า หลังจากการรับโอนกิจการ Makro จะกลายเป็นบริษัทที่มีรายได้รวมระดับ 4 แสนล้านบาท หากอ้างอิงจากผลประกอบการตามงบการเงินรวมเสมือนในปีที่ผ่านมา 

 

 

4. ส่องหุ้น Makro หลังรับโอนกิจการฯ

เมื่อผู้ถือหุ้นของ Makro ได้อนุมัติการเข้าทำรายการที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนกิจการทั้งหมดของ Lotus’sในที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) Makro จะเตรียมขออนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering หรือ PO) จำนวนไม่เกิน 1,362,000,000 หุ้น ในขั้นตอนต่อไป เพื่อนำไปใช้ในการขยายธุรกิจและลดต้นทุนทางการเงิน โดยเมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้น จะทำให้หุ้น Makro มีสัดส่วนการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ไม่ต่ำกว่า 15% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และจะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายให้กับหุ้น Makro

 

ที่สำคัญ เมื่อหุ้น Makro มีสภาพคล่องและ Market Capitalization เพิ่มขึ้น ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าคำนวณในดัชนีสำคัญต่างๆ  โดยเฉพาะดัชนี SET50 ซึ่งจะทำให้หุ้นอยู่ในความสนใจของนักลงทุนทั้งสถาบันไทยและต่างประเทศ

 

 

5. บทสรุปการรับโอนกิจการ

จากความเชี่ยวชาญและจุดเด่นที่แตกต่างกัน ทำให้การรับโอนกิจการของ Lotus’s เป็นเหมือนการเชื่อมโยงของธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้ศักยภาพร่วมกันตลอดทั้ง Ecosystem ของธุรกิจ ทั้งในเรื่องเทคโนโลยี โลจิสติกส์ และเครือข่ายสาขา

 

ยิ่งไปกว่านั้น การผนึกกำลังครั้งนี้ไม่ใช่เพียงระหว่าง Makro และ Lotus’s แต่ยังเป็นการจับมือกับผู้ประกอบการ SMEs และผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่นของไทย ในการสร้างอาชีพและส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยในประเทศมีโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกัน … 

 

 

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.siammakro.co.th

References
- Press Release Makro
- รายงานความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเกี่ยวกับการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์และการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันเกี่ยวกับธุรกรรมการรับโอนกิจการทั้งหมดของ บริษัท ซี.พี.รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด เสนอต่อ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) วันที่ 6 กันยายน 256
4







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh