บทความแนะนำ

ถอดบทเรียน บจ.ไทย ผ่านวิกฤติโควิดมาได้อย่างไร?

ถอดบทเรียน บจ.ไทย ผ่านวิกฤติโควิดมาได้อย่างไร?

         การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบรุนแรงต่อคนทั้งโลก ซึ่งไม่เพียงแต่การการคร่าชีวิตผู้คน แต่สร้างความปั่นป่วนให้ระบบเศรษฐกิจโลก แต่รวมไปถึงการดำรงชีวิตและพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

 

         โควิด-19 ถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ หลังทุกประเทศทั่วโลกประกาศล็อคดาวน์ปิดประเทศ การหยุดกิจการ กิจกรรมต่างๆ นั่นหมายถึงแรงส่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจหยุดชะงักลงทันที ธุรกิจการค้า การลงทุนปรับตัวแทบไม่ทัน สะท้อนได้ชัดเจนหลังการประกาศปิดกิจการธุรกิจมากมายทั่วโลกที่ได้รับเสียหายจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

         และหากมองบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งได้รับผลกระทบรุนแรง ไม่ว่าผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่่งได้มีการถอดบทเรียนการปรับตัวของธุรกิจขนาดใหญ่เหล่านี้ว่าได้วางแนวทางดำเนินการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร

 

ตั้งรับ...เพื่อเตรียมรุก

         องค์กรขนาดใหญอย่างกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) หรือ PTT ผู้นำด้านพลังงานของประเทศและ ถือว่ารับผลกระทบรุนแรง หลังวิกฤติโควิดฉุดราคาน้ำมันดิ่งลงทันที จากความต้องการใช้น้ำมันของโลกลดลง ผลผลิตล้นตลาด จึงนำไปสู่การทำแผน 4R’s เพื่อสร้างประสิทธิภาพองค์กร

         1 Resilience ยืดหยุ่นลดต้นทุน แล้วทบทวนโครงการลงทุน

         2.Restart เตรียมความพร้อมในการนำธุรกิจ พนักงาน ลูกค้าและคู่ค้า กลับสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุดและรักษาความสามารถทางการแข่งขัน

         3.Re-imagination เตรียมออกแบบธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดเป็น Next normal

         4.Reform พิจารณาปรับเปลี่ยนโดยจัดโครงสร้างองค์กรหรือรูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ ให้สอดคล้องกับทิศทางในอนาคต พร้อมรองรับทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดว่าจะเกิดขึ้น

         โดยสิ่งแรกที่ PTT ต้องดำเนินการคือการตัดลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมถึงพนักงานจัดให้ WFH ทันที เขย่าแผนการลงทุนใหม่มุ่งไปที่โครงการสำคัญก่อน เพื่อรักษาสภาพคล่องให้ได้มากที่สุด เมื่อตั้งหลักได้แล้ว การเตรียมพร้อมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นจุดหมายต่อไป จากนั้นเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน พฤติกรรมผู้คนเปลี่ยน และโลกที่เปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิทัล การลงทุนด้านไอทีจุดเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อสถานการณ์ลงตัว PTT กลับมาไปข้างหน้าเพื่อจัดโครงสร้างองค์กรอีกครั้งเพื่อนำไปสู่การพร้อมรองรับสถานการณ์ในอนาคต

 


หยุดลงทุน-รักษาสภาพคล่อง

         บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นอีกองค์กรที่ได้รับผลกระทบรุนแรงอย่างตั้งตัวไม่ทัน หลังการล็อกดาวน์ประเทศ นั่นทำให้ธุรกิจในมือทั้งโรงแรม ที่มีอยู่ทั่วโลกต้องปิดให้บริการชั่วคราว ธุรกิจอาหารแถวหน้า ยังต้องหยุดชะงักทันที ซึ่งเท่ากับบริษัทขาดรายได้ และสภาพคล่องขาดมืออย่างเห็นได้ชัด

         สิ่งแรกที่บริษัทเร่งดำเนินการคือชะลอแผนการลงทุนทั้งหมดเพื่อบริหารสภาพคล่องในมือให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อรองรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการควบคุมต้นทุน และลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

         การเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อขอยืดเวลาการชำระหนี้และรีไฟแนนซ์ เป็นอีกเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ หลังประเมินสถานการณ์แพร่ระบาดยังไม่มีแนวโน้มจะดีขึ้น จากนั้นนำไปสู่การเพิ่มทุนเพื่อระดมเงินโดยออกหุ้นใหม่ 1,037,955,941 หุ้น ขายให้ผู้ถือหุ้นเดิม และขยายวงเงินออกหุ้นกู้ 25,000 ล้านบาท


 

ใช้วิกฤติ...สร้างโอกาส

         ฟากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง เมื่อเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่น และกำลังซื้อที่หดหายไป สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือหั่นแผนเปิดโครงการใหม่ทันที หลายบริษัทประกาศลดงบลงทุน ชะลอการเปิดโครงการใหม่

         บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด(มหาชน) หรือ AP ตัดลดงบซื้อที่ดินในปี 63 เหลือ 4 พันล้านบาท จากเดิม 8.5 พันล้านบาท ชะลอซื้อที่ดินแปลงใหม่ เพื่อรักษากระแสเงินสด ลดการเปิดโครงการใหม่จาากเป้าเดิม 37 โครงการ เหลือ 33 โครงการ

         บริษัท แอลพีเอ็น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN จัดทำแผนเผชิญวิกฤติ หันทำแผนทางการตลาดเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและวางกลยุทธ์การขายผ่านช่องทางออนไลน์ ปรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ ลดค่าใช้จ่าย มองหาการเพิ่มรายได้ทางอื่นเช่นปรับจากห้องชุดที่ขายเป็นห้องชุดเพื่อเช่า

 

จับมือไว้ รอดไปด้วยกัน

         วิกฤติโควิด-19 ทำให้หลายธุรกิจได้เรียนรู้ว่า การพึ่งพาตนเองเพียงด้านเดียว คงไม่สามารถอยู่รอดได้อีกต่อไป จึงจะเห็นได้ว่า หลายบริษัทหันมาจับมือเป็นพันธมิตร พึ่งพิงกันและกัน

         ผู้บริหาร บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DTC ที่ออกมายอมรับว่า หลังเกิดการแพร่ระบาดโควิด ทำให้ธุรกิจโรงแรมต้องปรับตัวอย่างมาก ไม่ว่าจะได้เห็นการรวมกิจการหรือการซื้อกิจการในธุรกิจเดียวกัน แต่อีกด้าน จากนี้ไปธุรกิจโรงแรมอาจจะเปลี่ยนลักษณะธุรกิจเป็น เจ้าของ เช่า หรือ บริหารจัดการ รวมถึงเป็นพันธมิตรกับนอกอุตสาหกรรม เช่น โรงแรมเป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาล ธุรกิจทำความสะอาดและความปลอดภัย การใช้เทคโนโลยีมาช่วยธุรกิจ

         บริษัท บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เมื่อโควิด ทำให้การเดินทางของผู้คนลดลง นั่นทำให้จำนวนผู้โดยสารหายไปด้วยพร้อมกับรายได้ของบริษัท ดังนั้นจะเห็นได้ว่า บีทีเอสมองหาโอกาสในการขยายและต่อยอดธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ และการเข้าไปลงทุนในธุรกิจอื่น จึงจะเห็นว่าปัจจุบัน BTS เข้าไปเป็นพันธมิตรกับเข้าถือหุ้นใน บจ.ถึง 15 แห่ง ลดการพึ่งพิงรายได้เพียงทางเดียว
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ต่อยอดธุรกิจ โดยหันจับมือพันธมิตรจากสิงคโปร์ ร่วมลงทุนในธุรกิจดิจทัลเกมส์


 

จุดเปลี่ยน..พลิกธุรกิจ

         หลังเกิดโควิด สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือผู้คนอยู่บ้านมากขึ้น ดังนั้นห้างร้าน พ่อค้าแม่ขาย จำเป็นต้องปรับเกมส์ธุรกิจใหม่หันมารุกตลาดออนไลน์ เช่น บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ CRC ประกาศยุทธศาสตร์ New Central New Retail "ยกห้างเซ็นทรัลไปไว้ที่บ้าน" ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละคน เช่น call & shop, drive thru, chat & shop, click & collect และพัฒนาระบบการจ่ายเงินผ่าน e-Payment หรือใช้ voucher จ่ายเงิน ซึ่งทำให้ยอดขายเติบโตถึง 200%ช่วยชดเชยผลกระทบในช่วงที่ต้องปิดห้างได้ในระดับหนึ่ง

         บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่รับผลกระทบรุนแรงจากการล็อคดาวน์ ปิดประเทศ ทำให้รายได้หลักที่จากธุรกิจสนามบินเรียกได้ว่าเป็น "ศูนย์"ทั้งจากการให้บริการสายการบิน และการให้เช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบิน ซึ่งอีกด้านนอกจากนี้ไม่มีรายได้ส่วนนี้แล้ว จำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือคู่ค้าทั้งสองกลุ่มเช่นกัน

         สถานการณ์ที่เกิดขึ้น อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้บริษัทหันมามองการแตกไลน์ไปยังธุรกิจอื่น นอกเหนือจากธุรกิจสนามบินเพียงด้านเดียว จึงนำไปสู่การตั้งบริษัทลูกและกิจการร่วมทุนอีกหลายธุรกิจ ทั้งธุรกิจศูนย์ตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออก (Certify Hub) ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับภาคเอกชนในสัดส่วน ทอท. 49% และเอกชน 51% ภายใต้ชื่อ AOT Tafa Operator (AOTTO) ธุรกิจรักษาความปลอดภัย ภายใต้บริษัท รักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AVSEC) ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นให้บริการในสนามบิน แต่มองไปถึงให้บริการหน่วยานอื่นด้วย และบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA)

         แม้ในระยะเวลาอันใกล้การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจจะลดความรุนแรงลง หลังทั่วโลกมีวัคซีนต้านแล้ว แต่ในอนาคตไม่มีใครรู้ได้ว่า ไทยหรือทั่วโลก ยังต้องเผชิญความเสี่ยงที่อะไรที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น การปรับตัวได้เร็ว และเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาได้เร็วที่สุด นั่นจะเป็นทางรอดทั้งในแง่ธุรกิจหรือการดำรงชีวิต







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh