บทความแนะนำ

ปิด 4 กองทุนตราสารหนี้ มีอะไรที่ผู้ลงทุนต้องเรียนรู้

ปิด 4 กองทุนตราสารหนี้ มีอะไรที่ผู้ลงทุนต้องเรียนรู้

 

 

ปิด 4 กองทุนตราสารหนี้ มีอะไรที่ผู้ลงทุนต้องเรียนรู้

การแพร่ระบาดของ COVID-19 และเศรษฐกิจทั่วโลกผันผวนอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ลงทุนเกิดความกังวลใจเทขายตราสารหนี้อย่างหนัก (Panic sell) สร้างปรากฎการณ์เขย่าอุตสาหกรรมกองทุนรวมของไทยให้สั่นสะเทือนไม่น้อย โดยแรงเทขายอย่างรุนแรงและต่อเนื่องใน 4 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดทหารไทยธนเพิ่มพูน, กองทุนเปิดทหารไทยธนไพบูลย์, กองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส และกองทุนเปิดทหารไทยธนไพศาล ซึ่งเป็นการเร่งเทขายสินทรัพย์กลุ่มตราสารหนี้ในพอร์ตลงทุนในสภาพตลาดเบาบาง ส่งผลกระทบของวิกฤตการณ์ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจจะต้องเจ็บหนัก จนทำให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุนทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) ต้องขอยกเลิกคำสั่งธุรกรรมและปิดกองทุนในที่สุด

ทำไมต้องเป็น “ตราสารหนี้” ที่โดนเท ?

จริงๆแล้วราคาหุ้น ทองคำ และน้ำมันต่างประสบปัญหากันระนาวมาก่อนหน้าจวบจนปัจจุบัน ขณะที่สภาพตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกมีปริมาณการธุรกรรมเบาบาง (Liquidity) และเกิดระยะห่างของระดับราคาซื้อ-ขายมาก (Bid/ask spread) จากการเร่งขายจึงไม่สะท้อนถึงระดับราคาพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งการรับทำธุรกรรมต่อไป ซึ่งราคาจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และผู้ลงทุนที่ถือหน่วยจะต้องขาดทุนสูงขึ้นหากยังคงถือหน่วยลงทุนในกองทุนต่อไป แม้สินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการอยู่ในระดับ Investment grade ทั้งหมด ไม่ใช่ปัญหาจากการผิดนัดชำระหนี้ (Default) ก็ตาม แต่ก็จำเป็นต้อง “ปิดกองทุน” เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุน

ยามวิกฤติ” ความตื่นกลัว มักวิ่งแรงแซงหน้า “ความเข้าใจ” อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าสินทรัพย์ที่มีอยู่ในพอร์ตการลงทุนจะมีพื้นฐานดีแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ความหวั่นไหวก็ห้ามกันยาก ผู้ลงทุนจำนวนไม่น้อยจึง “เสียโอกาส” จากการลงทุนโดยไม่จำเป็น ดังนั้น ผู้ลงทุนที่ดีและมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนระยะยาวอย่างยั่งยืน นอกจากต้องรู้ว่า “ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง” แล้ว ยังต้องท่องให้ขึ้นใจ “ตลาดตก อย่าตกใจ” ควรตั้งสติ วิเคราะห์หาสาเหตุให้ดีก่อนว่าสถานการณ์นี้เกิดจากอะไร ยิ่งถ้าเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบระยะสั้น และขณะนั้นไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินสด หากสินทรัพย์ที่ถืออยู่ราคาตกก็ไม่จำเป็นต้องตื่นกลัวเทขายตามตลาด ซึ่งจะช่วยลดการขาดทุนได้อย่างดี

แม้ “ตราสารหนี้” จะเป็นสินทรัพย์ที่ทุกคนมองว่าเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย ความเสี่ยงต่ำ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง ดังนั้น ก่อนลงทุนต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ด้วยธรรมชาติของตราสารหนี้แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันไป นอกจากเรื่องคุณภาพของตราสารหนี้แล้ว เรื่องอายุของตราสารที่ลงทุน และประเทศที่ลงทุนก็เป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญ ควรเลือกให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของการลงทุนของตัวผู้ลงทุนเอง

 อย่างเช่น “ธนพลัส” เป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งเหมาะกับการลงทุนระยะสั้น แต่เนื่องจากตลาดมีความสะดวกและคล่องตัวกว่า ทำให้ซื้อง่ายขายคล่อง เมื่อพิจารณาจากที่ TMBAM Eastspring ออกมาประกาศการจ่ายเงินคืนค่าหน่วยลงทุนกับกองทุนทั้ง 4 ที่ประสบปัญหา โดยเบื้องต้นพิจารณาจากกระแสเงินสดรับ ไม่ใช่การเทขายตราสารหนี้ในตลาดเพื่อคืนเงิน จะพบว่าผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับอัตราการจ่ายเงินคืนครั้งแรกของ “ธนพลัส” หรือยอดรวมที่จะจ่ายภายใน 1 เดือนหรือ 90 วันนั้น สูงกว่ากองทุนตราสารหนี้อื่น ๆ ขณะที่กองทุนทั้งสามกองที่เหลือ จะเหมาะกับการลงทุนในระยะปานกลาง - ยาว ในส่วนของ “ธนเพิ่มพูน” และ “ธนไพบูลย์” เน้นลงทุนในต่างประเทศเป็นสัดส่วนที่สูง สภาพคล่องเพื่อการไถ่ถอนยามภาวะวิกฤตจึงทำได้ยากกว่า ดังนั้นอัตราการจ่ายเงินคืนค่าหน่วยลงทุนขั้นต่ำจึงต่ำกว่าพอสมควร

ไม่ว่าการตัดสินใจปิดกองทุนในครั้งนี้ จะมีสาเหตุมาจากอะไร ? แต่สุดท้ายสิ่งที่ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องยอมรับให้ได้คือ “กำไร” หรือ “ขาดทุน” ที่เกิดขึ้น เชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้หลายคนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงและเข้าใจธรรมชาติของการลงทุนมากขึ้น จนสามารถสร้างเกราะป้องกัน อาการตื่นกลัวเกินกว่าเหตุ จนอาจทำให้เสียโอกาสและอาจขาดทุนโดยไม่จำเป็น และนำไปต่อยอดสร้างโอกาสเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนในอนาคต







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh