บทความแนะนำ

CBDC คืออะไร ทำไม ธ.กลางทั่วโลกต้องเร่งศึกษา

CBDC คืออะไร ทำไม ธ.กลางทั่วโลกต้องเร่งศึกษา

 

Central Bank Digital Currency (CBDC) ใช้เรียก สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง ไม่ว่าจะออกโดยประเทศไหนมันก็คือ CBDC ของประเทศนั้นๆ ซึ่ง CBDC จะมีบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง 

CBDC จะต่างจาก คริปโตเคอร์เรนซี ทั่วๆ ไปอย่างเช่น บิตคอยน์ อีเธอร์  ริปเปิล กล่าวคือ ในแง่ของผู้ออกเหรียญคือธนาคารกลาง แต่คริปโตเคอร์เรนซีอื่นๆ เป็นเอกชน บางเหรียญไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้พัฒนานั้นมีตัวตนอยู่หรือไม่

CBDC ยังมีลักษณะเป็นสเตเบิ้ลคอยน์ หรือเหรียญที่มูลค่าแทบจะไม่ผันผวนเลย โดยมูลค่าเหรียญประเภทสเตเบิ้ลคอยน์จะถูกตรึงไว้กับสินทรัพย์ที่อยู่เบื้องหลัง เช่น เงิน ทองคำ ในขณะที่ คริปโตเคอร์เรนซีทั่วไป ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง ทำให้มูลค่าผันผวนมาก
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง : เผย 5 รายชื่อ Stablecoins ที่ใครหลายคนยังไม่รู้จัก 

CBDC จึงไม่สามารถใช้เก็งกำไรได้ แต่คริปโตเคอร์เรนซีทั่วไปเก็งกำไรได้ เพราะวัตถุประสงค์ของการออก CBDC ต้องการให้เป็นตัวแทนของเงินจริงๆ ซึ่งผู้ออกคือธนาคารกลางของประเทศนั้นๆ  ดังนั้น มูลค่าของเหรียญ จึงควรมีเสถียรภาพไม่ต่างกับเงินที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน เมื่อเหรียญมีเสถียรภาพ คนก็จะยอมรับและอยากใช้งาน 

*ทำไมธนาคารกลางต้องออก CBDC? 

เพราะธนาคารกลางต้องการลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการชำระเงิน นอกจากนี้ ก็เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาด และลดความเสี่ยงในระบบการชำระเงินจากการพึ่งพิงเอกชนมากเกินไป ซึ่งการผูกขาดนี้จะเห็นในประเทศที่คนไม่ค่อยใช้เงินสดกันแล้ว อย่างเช่น สวีเดน 
 

ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมธนาคารกลางหลายประเทศทั่วโลก เริ่มศึกษา CBDC กันแล้ว เพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกการเงิน ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นจะมาเริ่มต้นศึกษาก็คงไม่ทัน แต่การเตรียมความพร้อมคือทางออกที่ดีกว่าการนิ่งเฉย หรือปิดหูปิดตา   

เรื่องที่เกี่ยวข้อง : ธนาคารกลางทั่วโลก เร่งทดสอบสกุลเงินดิจิทัล (CBDC) 

 

*การมาของ Libra เฟซบุ๊ก เร่งธนาคารกลางทั่วโลก ศึกษา CBDC

สเตเบิ้ลคอยน์ ของเอกชนที่โด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อกลางปีที่แล้ว คงหนีไม่พ้น Libra ของเฟซบุ๊ก ซึ่งสั่นสะเทือนไปทั่วโลก โดยเฉพาะในวงการธนาคาร และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ ธนาคารกลางทั่วโลกหันมาเร่งศึกษา CBDC เป็นของตนเอง (ก่อนที่ Libra ของเฟซบุ๊กจะเข้ามาตีตลาดซะก่อน) ขณะที่บางประเทศ เช่น จีน ที่ซุ่มศึกษา CBDC มาตั้งนาน 4-5 ปี ยังต้องรีบออกมาประกาศเลยว่า ประเทศจีนก็มีนะและกำลังทดลองอยู่ แถมบอกว่าน่าจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้

และยังมีอีกหลายประเทศ เช่น  
ธนาคารกลางยุโรป ตั้งทีมเฉพาะกิจศึกษาความเป็นไปได้ของการสร้าง CBDC
ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด  อยู่ระหว่างทดลอง-วิจัยศักยภาพ สกุลเงินดิจิทัล 
ประเทศญี่ปุ่น นักการเมืองกำลังสนับสนุนแผนการสร้างเงินเยนดิจิทัล โดยจะนำเข้าบรรจุในแผนกลางปีของรัฐบาล 

 

ประเทศสวีเดน ได้เริ่มทำการทดสอบสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง e-krona คาดว่าจะทดสอบ 1 ปี   

ประเทศกานา ก็สนใจที่จะออก e-Cedi ในอนาคตอันใกล้
ประเทศกัมพูชา ก็เปิดตัวโปรเจกต์สกุลเงินดิจิทัล "บากอง"     
ฯลฯ 


ประเทศไทย เราก็ไม่น้อยหน้าใคร เราทำมาหลายปีแล้ว ชื่อโปรเจกต์ อินทนนท์  ซึ่งล่าสุดเพิ่งจบเฟส 3 โอนสกุลเงินดิจิทัลข้ามประเทศได้แบบเรียลไทม์
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง : ธปท.เผย อินทนนท์เฟส3 โอนสกุลเงินดิจิทัลข้ามประเทศได้แบบเรียลไทม์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง : ธนาคารกลาง 6 แห่งนัดหารือแผนสร้างสกุลเงินดิจิทัล CBDC เม.ย.นี้
 

*CBDC แบ่งได้เป็น 2 แบบ Wholesale กับ  Retail 


1.Wholesale CBDC ออกให้สถาบันการเงินใช้ ในการชำระธุรกรรมระหว่างกันในปริมาณมากๆ อย่างที่ธนาคารกลางแคนาดา สิงคโปร์ และฮ่องกง ได้ทดสอบ
ประเทศไทย ก็เป็นแบบ Wholesale ทดสอบจบไปแล้วครบ 3 เฟส โดยเฟสที่ 3 คือการชำระธุรกรรมข้ามประเทศ ระหว่างไทย -ฮ่องกง

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง : แบงก์ชาติ ลุย“อินทนนท์”เฟส 3 ทดสอบโอน CBDC ข้ามประเทศ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง : ธปท.เผย อินทนนท์เฟส3 โอนสกุลเงินดิจิทัลข้ามประเทศได้แบบเรียลไทม์

2.Retail CBDC ออกเพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจใช้ชำระธุรกรรมรายย่อยระหว่างกัน อย่างที่ธนาคารกลางจีน และธนาคารกลางสวีเดนกำลังทดสอบ 

 

Retail CBDC ยังมีแยกย่อยไปอีก 2 แบบ คือ "Direct Model" หรือประชาชนมีบัญชีโดยตรงกับธนาคารกลาง และ "Indirect Model" หรือสถาบันการเงินตัวแทนเป็นตัวกลางระหว่างประชาชนกับธนาคารกลาง 

 

แต่ไม่ว่าจะเป็น Retail แบบไหน ผู้ใช้งานก็จะต้องมี  “wallet” กระเป๋าเงินบนสมาร์ทโฟนหรือบนเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้เก็บกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ ในการใช้ไขรหัสเข้าถึง Retail CBDC

 

จะเห็นได้ว่า CBDC ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของทุกคน ตราบใดที่ทุกคนต้องใช้เงินในการจับจ่ายใช้สอยเพียงแต่ CBDC เป็นรูปแบบของเงินในรูปแบบ ดิจิทัล ที่ไม่สามารถจับต้องได้  

 

แต่ก็ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มาถึงตัวเร็วขนาดนั้น วงการมองว่าอย่างน้อยก็ 3-5 ปี ที่จะเริ่มเห็น เลดี้ฯ เคยคุยกับผู้บริหารในแบงก์ชาติ ท่านก็บอกว่า ไม่ง่ายเลย เพราะหากนำมาใช้จริงๆ ระบบต่างๆ จะต้องเปลี่ยนเพราะมันเชื่อมต่อกันทั้งระบบการเงิน ประกอบกับต้องคุยกันอย่างจริงจังอีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของกฎหมาย เรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ ฯลฯ 


นี่ยังไม่นับรวมการให้ความรู้กับประชาชนในวงกว้างอีกนะ วอลเล็ตคืออะไร ใช้ยังไง สกุลเงินดิจิทัลคืออะไร 


ดังนั้น ตอนนี้ทุกประเทศก็เร่งศึกษาและทดสอบเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ  อย่าลืมว่าโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก อย่างที่ธนาคารแห่งประเทศไทยบอกว่า มันคือยุคของ VUCA+ ซึ่งทำให้โลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เร็วและแรงกว่าที่เคยเป็นมา และนั่นจึงทำให้...
 

การพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) เป็นหนึ่งในทิศทางยุทธศาสตร์ 3 ปี (63-65) ของธนาคารแห่งประเทศไทย 

...................................................

บทความ By เลดี้แซป1990 -LadyZap1990

เลดี้ฯ มีห้องอ่านบทความใน Telegram

และมีห้องคุยใน LINE Open Chat

อย่าลืมกดติดตามเลดี้ฯ ไว้…แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไปน๊า ^_^

...................................................


อ้างอิง : 
https://www.bot.or.th/Thai/ResearchAndPublications/articles/Pages/Article_01Feb2019.aspx

https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/ArticleAndResearch/FAQ/FAQ_124.pdf
  

 

 

    

 

 

  


 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh