บทความแนะนำ

เจาะลึก เซ็นทรัล รีเทล (CRC)

เจาะลึก เซ็นทรัล รีเทล (CRC)

 

เจาะลึก เซ็นทรัล รีเทล (CRC)  

ไอพีโอน้องใหม่ มูลค่าสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหุ้นไทย พร้อมก้าวไกลระดับโลก

 

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กำหนดระยะเวลาจองซื้อหุ้นสามัญให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) รวมถึงช่วงราคาขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับเป็นหุ้นน้องใหม่ที่น่าจับตามอง

ด้วยมูลค่ามาร์เก็ตแคป ณ ราคาไอพีโอมากกว่า 2 แสนล้านบาท ที่นอกจากมูลค่าเสนอขายหุ้น IPO ของ CRC จะมีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว

ยังนับได้ว่าเป็นการเสนอขายหุ้น IPO ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีมูลค่าสูงที่สุดทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของเซ็นทรัล รีเทล ในฐานะบริษัทค้าปลีกไทยที่สามารถสร้างสถิติการระดมทุนได้ในระดับโลก

และเมื่อนับมูลค่าตลาดรวมหรือมาร์เก็ตแคปของหุ้น CRC ที่ช่วงราคาเสนอขายที่ 40 - 43 บาทต่อหุ้น หุ้น CRC มีโอกาสที่จะได้จัดอยู่ในหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 15 ลำดับแรกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

และถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 ตามเกณฑ์ Fast-Track ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดเสริมในการพิจารณาลงทุนสำหรับนักลงทุน

และต้องบอกว่า CRC ไม่ได้เด่นแค่ขนาด แต่มีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็วในเวทีค้าปลีกระดับโลก กับโมเดลทำเงินทุกที่ทุกเวลา ควรค่าแก่การประดับพอร์ตหุ้น ซึ่งเราจะมาเจาะลึกกันว่า หุ้นตัวนี้มี
ความน่าสนใจอย่างไรบ้าง

 

*** CRC ผู้กุมธุรกิจค้าปลีกในเครือเซ็นทรัล

CRC ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งมีธุรกิจค้าปลีกสินค้าหลากหลายประเภทผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-format and Multi-category)

ทั้งในประเทศไทยและและในต่างประเทศ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม

1.กลุ่มแฟชั่น ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ

เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG) ซูเปอร์สปอร์ต ในประเทศไทย และ ห้างสรรพสินค้า RINASCENTE ในประเทศอิตาลี

 

2.กลุ่มฮาร์ดไลน์ ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือสินค้าตกแต่ง-ปรับปรุงบ้าน

เช่น เพาเวอร์บาย ไทวัสดุ บ้าน แอนด์ บียอนด์ ในประเทศไทย และ เหงียนคิม ในประเทศเวียดนาม

 

3.กลุ่มฟู้ด ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่มักพบได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ

เช่น ท็อปส์ มาร์เก็ต ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์ พลาซ่า เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ แฟมิลี่มาร์ท ในประเทศไทย รวมไปถึง Big C/GO! และลานชี มาร์ท ในประเทศเวียดนาม

 

เดิม CRC เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) หรือ ROBINS ทั้งทางตรงและทางอ้อมในสัดส่วน 53.83%

โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2562 CRC ได้ประกาศทําคําเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด (Tender Offer) ของ ROBINS ในราคา 66.50 บาทต่อหุ้น

เพื่อนำหุ้นออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน (Delisting) 1 วันก่อนที่หุ้น CRC จะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดยจะปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยการรวมธุรกิจค้าปลีกทั้งหมดของ CRC ในประเทศไทย ประเทศเวียดนาม และประเทศอิตาลี ให้อยู่ภายใต้บริษัทจดทะเบียนเพียงบริษัทเดียว

 

*** CRC ขายหุ้นไอพีโอเท่าไหร่

CRC จะขายหุ้นไอพีโอทั้งสิ้นจำนวนไม่เกิน 1,691.0 ล้านหุ้น (ไม่รวมหุ้นส่วนเกิน) พาร์ 1 บาท ประกอบด้วย

1. หุ้นเดิมที่เสนอขายโดย Hawthorn Resources Limited (ผู้ถือหุ้นเดิม) จำนวนไม่เกิน 360.0 ล้านหุ้น คิดเป็น 6% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO (ไม่รวมหุ้นส่วนเกิน)

2. หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 1,331.0 ล้านหุ้น คิดเป็น 22.1% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO (ไม่รวมหุ้นส่วนเกิน) ซึ่งรวมถึงหุ้นสามัญเพิ่มทุนสำหรับการทำ Share Swap ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ ROBINS

ทั้งนี้ในการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ อาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินจำนวนไม่เกิน 169.1 ล้านหุ้น (Overallotment Option หรือ Greenshoe) โดยเงินที่ได้จากการขายหุ้นส่วนเกินจำนวนนี้จะนำไปใช้ในการรักษาระดับราคาหุ้น (Stabilization) ในช่วง 30 วันแรกภายหลังจากเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ช่วงราคาเสนอขายอยู่ที่ 40 – 43 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าการเสนอขายรวมทั้งสิ้นกว่า 7.44 – 7.99 หมื่นล้านบาท (บนสมมติฐานว่ามีการเสนอขายหุ้นส่วนเกินทั้งจำนวน))

จำนวนหุ้นทั้งหมดหลังขายไอพีโออยู่ที่ 6,200 ล้านหุ้น (บนสมมติฐานว่ามีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกินทั้งจำนวน)

 

*** CRC ขายหุ้นไอพีโอให้ใครบ้าง

1. เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นของ ROBINS ที่ตอบรับคำเสนอซื้อด้วยวิธีแลกหุ้นแทนเงินสด (Share Swap)

โดยหากคำนวณจากอัตราแลกหุ้นที่ราคาเสนอซื้อหุ้น ROBINS ที่ 66.50 บาทต่อหุ้น กับหุ้น CRC ที่ราคาเสนอขาย 40 - 43 บาทต่อหุ้น

โดยช่วงอัตราแลกหุ้นจะเท่ากับหุ้น ROBINS 1 หุ้น (พาร์ 3.55 บาท) ต่อหุ้น CRC จำนวนประมาณ 1.55- 1.66 หุ้น (พาร์ 1 บาท)

2. เสนอขายให้กับนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วย

 

*** CRC เปิดจองซื้อเมื่อไหร่

  1. นักลงทุนทั่วไป จองซื้อที่ราคา 43 บาท (ซึ่งเป็นราคาสูงสุดจากช่วงราคาเสนอขายที่ 40 - 43 บาทต่อหุ้น  โดยจะคืนเงินส่วนต่างหากไม่รับการจัดสรรหุ้น ได้รับการจัดสรรไม่ครบจำนวนที่จองซื้อ หรือราคาสุดท้ายต่ำกว่าช่วงราคาเสนอขายสูงสุด) ระหว่างวันที่ 29 – 31 ม.ค. และ 3 ก.พ. 2563 ที่ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จํากัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จํากัด และบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

  2. ผู้ถือหุ้นของ ROBINS ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 62 – 3 ก.พ. 63

  3. บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ และบริษัทย่อย บุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัทฯ ซึ่งเป็นกรรมการ และ/หรือผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ระหว่างวันที่ 29 – 31 ม.ค. 63 และ 3 ก.พ. 63

  4. นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 6 – 7 ก.พ. 63 และ 11 ก.พ. 63

 

*** ผู้ถือหุ้น ROBINS ตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์อย่างไร

ผู้ถือหุ้น ROBINS สามารถกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มตอบรับข้อเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อแลกกับหุ้นสามัญของ CRC ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 62 – 3 ก.พ. 63

โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ (Tender Agent)

 

*** หุ้น CRC มีกรีนชู สร้างความเชื่อมั่น

ทั้งนี้ อาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Overallotment Option หรือ Greenshoe) จำนวนไม่เกิน 169.1 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นจำนวนไม่เกิน 10% ของจำนวนหุ้นสามัญที่นำมาขายไอพีโอครั้งนี้

เพื่อใช้รักษาระดับราคาหุ้น (Stabilization) ช่วง 30 วันแรกภายหลังจากหุ้น CRC เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านเสถียรภาพราคาหุ้นให้กับนักลงทุน

 

*** วัตถุประสงค์การระดมทุนของ CRC

เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ ภายหลังจากหักค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้

CRC จะนำไปใช้ขยายธุรกิจ และ ชำระคืนหนี้สถาบันการเงินเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

 

*** จุดแข็งของ CRC

1. เป็นผู้นำในการประกอบธุรกิจค้าปลีกผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย โดยมีแบรนด์
ค้าปลีกและการให้บริการผ่าน แพลตฟอร์ม Customer-Centric Omni-Channel สำหรับสินค้าหลากหลายประเภท

2. เป็นผู้ประกอบธุรกิจโดยมุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ช่วยขับเคลื่อน
การนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ และเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า

3. มี Ecosystem ทางธุรกิจที่หลากหลาย ขนาดใหญ่ ที่ช่วยดึงดูดแบรนด์สินค้าที่มีชื่อเสียง ขับเคลื่อนการผนึกกำลังทางธุรกิจ และเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า

4. มีความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ และขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศในอดีต

5. มีทีมผู้บริหารที่มีความลงตัว ระหว่างผู้บริหารจากตระกูลจิราธิวัฒน์ ที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงตัวตนของธุรกิจ และผู้บริหารมืออาชีพมากประสบการณ์จากหลากหลายวงการ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

 

 

*** ผลประกอบการของ CRC

ในส่วนของผลการดำเนินงานในปี 2561 CRC มีรายได้รวม 206,575 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ร้อยละ 8.3 (2559 – 2561) และมีกำไรสุทธิ 10,033 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 CRC มีรายได้รวม 159,506 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 6,298 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 4.1 จากรายได้รวมในช่วงระยะเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า

และมีกำไรสุทธิ 5,860 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของรายได้ในปี 2559 – 2561 ประมาณ 8.3% ต่อปี และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยของกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ในปี 2559 – 2561 ประมาณ 8.9% ต่อปี

 

*** นักลงทุนสถาบันตอบรับล้นหลาม

หุ้นไอพีโอของ CRC ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก โดยมีนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศรวม 11 ราย เข้าร่วมลงทุนเป็น Cornerstone Investors ของ CRC

โดยมีมูลค่ารวมกว่า 24,000 ล้านบาทเมื่อคิดจากราคาเสนอขายสูงสุด หรือกว่า 60% ของจำนวนหุ้น IPO ในครั้งนี้ (ไม่นับรวมหุ้นที่เสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นของ ROBINS ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์และหุ้นส่วนกิน)

และถือว่าเป็นหุ้น IPO ที่มีมูลค่าตกลงจองซื้อก่อนโดย Cornerstone Investors สูงที่สุดในตลาดทุนไทยเท่าที่เคยมีมา โดย Cornerstone Investors ของ CRC ประกอบด้วยสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียงระดับสากล

เช่น กองทุนต่าง ๆ ภายใต้คำแนะนำของ Capital Research Management Company, GIC Private Limited และ Avanda Investment Management รวมถึงนักลงทุนสถาบันชั้นนำในประเทศไทย

ได้แก่ บลจ. ไทยพาณิชย์ บลจ. บัวหลวง บลจ. กสิกรไทย บลจ. อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) บลจ. ทิสโก้ และ บลจ. ธนชาติ

 

        ปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนประเภท Cornerstone Investors เป็นอย่างมากคือโอกาสเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต จากการเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีก

โดยประเทศไทย และประเทศอิตาลี เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของโลก ขณะที่ประเทศเวียดนามอยู่ในช่วงที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

       นอกจากนี้ CRC มีช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าหลากหลายเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทุกประเภท ที่สำคัญมีทีมผู้บริหารที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในธุรกิจค้าปลีก

พร้อมกับการรักษาธรรมาภิบาลผ่านหลักการ ESG (Environment-Society-Governance)

 

การ IPO ครั้งนี้ของ CRC นอกจากจะเป็นการเสริมศักยภาพของ CRC จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและความสามารถในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนของ CRC

แล้วจะยังเป็นการเพิ่มมูลค่าตลาดรวมของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่นอกจากจะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนให้คึกคักยิ่งขึ้น ยังจะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจากแผนการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนเพิ่มเติมอีกด้วย

 

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh