บทความแนะนำ

สรุป 10 ประเด็นร้อนวงการ crypto ไทยปี2019! โดย เลดี้แซป1990

สรุป 10 ประเด็นร้อนวงการ crypto ไทยปี2019! โดย เลดี้แซป1990

 

วงการ crypto ไทยมีอะไรเกิดขึ้นบ้างตลอดปี 2019 เลดี้ฯ จะเหลาในประเด็นที่ใหญ่ๆ เท่านั้น อย่างน้อยก็จะเป็นบันทึกส่งท้ายปี (ของตัวเอง) ซึ่งหลายเรื่อง ก็ทำเอาเซอร์ไพรส์อยู่เหมือนกัน อ่านบทความนี้จบ น่าจะทำให้ผู้อ่าน คุยกับใครเขา...ก็รู้เรื่อง! แม้จะไม่ได้ติดตามข่าวในวงการ crypto มาต่อเนื่องตลอดทั้งปีเลยก็ตาม 

มา..เลดี้ฯ จะบรีฟให้  :) 

 

1.คลังอนุมัติ 4 ราย ทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 

 

หลังจากที่ประเทศไทยมี พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 2561 เมื่อเดือน พ.ค. ต่อมาต้นเดือนมกราคมปี2562 กระทรวงการคลังได้เซ็นอนุมัติใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในวันที่ 4 มกราคม ให้กับผู้ประกอบธุรกิจ 4 ราย คือ ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) 3 ราย ได้แก่  1.บริษัท บิทคอยน์ จำกัด (BX) เว็บไซต์ bx.in.th 2. บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BITKUB) เว็บไซต์ bitkub.com และ 3. บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Satang Pro) เว็บไซต์ satang.pro 

ส่วนอีก 1 ราย ได้ใบอนุญาตนายหน้าและผู้ค้าคริปโทเคอร์เรนซี (Broker,Dealer) คือ  4. บริษัท คอยส์ ทีเอช จำกัด (Coins TH) เว็บไซต์ Coins.co.th

การอนุญาตดังกล่าว นับว่าเป็นการเปิดฉากของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียที ภายใต้ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2561 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเดือน พ.ค.และนับว่าไทยเป็นประเทศแรกๆ ในโลกที่ออกจะล้ำหน้าด้านกฎหมายกำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล  

 

2.CoinAsset  พลาดใบอนุญาต

 

ท่ามกลางข่าวดีแจกใบอนุญาต 4 รายผ่านไปไม่กี่วัน ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2562 กระทรวงการคลังได้ปฏิเสธการให้ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล แก่ บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (Coin Asset) 

แม้ว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องที่นอกเหนือไปจากความคาดหมายของคนวงใน แต่ก็ต้องนับว่าเป็น “ฝันร้าย” ของเหล่าสาวก “คอยน์ แอสเซท” ที่จงรักภักดีกับแบรนด์นี้มาอย่างเหนียวแน่น และคงไม่คาดคิดว่ากระดานเทรดอันเป็นที่รักของพวกเขานั้นจะไม่ได้รับใบอนุญาต    

เพราะต้องยอมรับว่า “คอยน์ แอสเซท” มีคอมมูนิตี้ในแอปแชท “เทเลแกรม” ที่คึกคักมากที่สุด (ในขณะนั้น) ที่สำคัญ Coin Asset เริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงของนักลงทุนฝั่งตลาดหุ้นด้วย ส่วนหนึ่งเพราะลูกของเจมาร์ทอย่าง JFIN มาเทรดที่กระดานนี้ (แล้วในตอนหลัง JFIN ก็ต้องย้ายไปเทรดที่ Bitkub กับ SatangPro)  

เมื่อไม่ได้ใบอนุญาต ก็ทำเอาเหล่าสาวก “คอยน์ แอสเซท” ขวัญกระเจิงไปตามๆ กัน จากห้องแชทที่เคยคึกคักที่สุดในปฐพี ก็กลับกลายเป็นห้องร้าง นานๆ ทีก็จะมีลูกค้าแวะมาถามไถ่ ไม่ใช่อะไรนะ มาทวงคืนสินทรัพย์ของตัวเองที่ยังค้างคาอยู่…กรณีนี้จึงน่าจะเป็นหนึ่งบทเรียนอันล้ำค่า สำหรับใครก็ตามที่ต้องการกระโดดเข้ามาทำธุรกิจในวงการคริปโต รวมถึงนักลงทุนผู้รักที่จะลิ้มลองสินทรัพย์ในตลาดนี้…

เลดี้ฯ ขอตั้งชื่อให้วงการนี้ และตอนนี้ว่า...ตลาดปราบเซียน! 


3.Libra เขย่าโลกการเงิน  

 

เรื่องนี้จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับวงการ crypto ไทยเห็นทีจะมิได้ค่ะ…เพราะหนึ่งในวันสำคัญที่ทั่วโลก “ต้องจดจำ” โดยเฉพาะกับวงการธนาคารพาณิชย์ ธนาคารกลางคือ วันที่ 18 มิถุนายน 2562 อันเป็นวันที่เฟซบุ๊กเปิดตัว "White Paper" ของ Libra คริปโตเคอร์เรนซีในอุดมคติที่ดังที่สุดแห่งปี ทั้งที่ยังไม่ได้นำมาใช้งานจริง เฟซบุ๊กเป็นแกนนำร่วมกับพันธมิตรอีก 27 รายรวมเป็น 28 รายก่อนที่ต่อมาในต้นเดือน ต.ค. 2562 พันธมิตร 7 รายขอหนีตายก่อนจ้า (ประมาณว่าขอถอนตัวก่อนนะจ๊ะ ไว้ถ้าเส้นทาง Libra ราบรื่นฉันค่อยแวะมาใหม่งี้) ทำให้ปัจจุบันเหลือพันธมิตร 21 ราย   

Libra ดังเพราะอะไรนะเหรอ? ก็เพราะว่าคนสร้างคือ “เฟซบุ๊ก” ยักษ์ใหญ่สื่อสังคมออนไลน์นั่นเอง แต่ว่าเส้นทางของ Libra ไม่ได้สวยหรู และแทบจะแท้งตั้งแต่ยังไม่ได้เกิด เพราะก็ต้องเผชิญกับแรงต้านจากหน่วยงานกำกับการเงินทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศแม่ของเฟซบุ๊กอย่างสหรัฐฯ เอง

ใครยังไม่รู้จัก Libra อ่านตรงนี้ : 10 เรื่องน่ารู้ Libra สกุลเงินดิจิทัลโลก
 

แต่ซีอีโอเฟซบุ๊กอย่างนายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ก็ไม่ธรรมดา หยิบยกประเด็นโยงเรื่องการแย่งชิงมหาอำนาจมาพูดกับ สส.สหรัฐฯ โดยอ้างว่าถ้าสหรัฐฯไม่ยอมให้เฟซบุ๊กทำ เดี๋ยวจีนจะแซงหน้าด้านเทคโนโลยีเอานะ เพราะจีนจะปล่อย “ดิจิทัลหยวน” อยู่รอมมะร่อ แต่ทางจีนก็พูดกลับไปมาเหมือนถ่วงเวลาอะไรสักอย่าง (เลดี้ฯ ว่าอีกไม่นานปล่อยของแน่) ทำให้ตอนนี้ยังไม่มีใครฟันธงได้ว่า Libra จะเปิดให้บริการได้ตามแผนในปี 2563 หรือไม่  

ส่วนในไทยเองเลดี้ฯ ทราบมาว่า ทางทีม Libra ก็เคยได้เข้ามาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง ก.ล.ต.ของไทยในช่วงแรกๆ หลังจากที่เปิดตัว White Paper ซึ่งเฟซบุ๊กส่งทีมกระจายไปทั่วโลก เพื่อเข้าหารือหน่วยงานกำกับ แต่หลังจากที่คุยกับ ก.ล.ต. ของไทยครานั้นแล้ว จะมีความร่วมมืออะไร ยังไงต่อ คงต้องติดตามกันต่อไป     


4.Black Monday : Bx ประกาศปิดตัว

 

ขณะที่ Libra เขย่าขวัญวงการการเงินไปทั่วโลก ส่วนบิตคอยน์ก็รถไฟเหาะตามพฤติกรรมของสินทรัพย์เสี่ยงสูง ผู้ประกอบการ Exchange ในไทยต่างพัฒนาฟีเจอร์ จัดโปรโมชั่น ทำการตลาดเรียกลูกค้ากันไป... 

และแล้ว...เช้าตรู่วันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2562 “บริษัท บิทคอยน์ จำกัด” เจ้าของกระดานเทรดอันดับ 1 ในไทยอย่าง Bx.in.th ประกาศยุติการให้บริการแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยบอกว่าไม่ขอต่อใบอนุญาตปี 2563 

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นคือ ลูกค้า Bx แพนิก! เฮโลเทขายบิตคอยน์ที่กระดาน Bx จนกดราคาลงมาแตะ 200,000 บาท หรือลดลงถึง 50% จากราว 300,000 บาทภายในไม่กี่ชั่วโมง จึงเรียกได้ว่าวันนั้นเป็นที่โหดร้าย สำหรับวงการคริปโตไทย โดยเฉพาะเม่าทั้งหลายที่หนีตายเทขายบิตคอยน์นั้น ไม่รู้แม้กระทั่งว่า Bx ปิดไม่ได้มีผลกระทบต่อราคาบิตคอยน์ 

ขณะที่สื่อต่างๆ ก็โหมข่าวเรื่อง Bx ออกมาเพราะเป็นประเด็นที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เนื่องจากไม่มีสัญญาณเลยว่ากระดานเบอร์ 1 อย่าง Bx จะมาประกาศปิดตัวเอาดื้อๆ...เรื่องของเรื่องคือ เพิ่งจะลงทุนสร้างสำนักงานแห่งใหม่อย่างหรู อยู่ดีๆ บอกว่า เราไม่ทำกระดานเทรดแล้วนะ เราเจอโอกาสธุรกิจใหม่ หึมม..แล้วที่เพิ่งสร้างออฟฟิศใหม่มันคืออัลไรรร!??  


วันนั้นจึงเรียกได้ว่าเป็น "Black Monday" ในวงการคริปโตไทยเลยก็ว่าได้ TT  


5.Bitkub - SatangPro รับส้มหล่น! 

 

หลังจากเกิด Black Money วันจันทร์ที่ 2 กันยายน  กระดานเทรดในไทยที่เหลือก็ได้รับ "ส้มหล่น" ทั้ง Bitkub กับ SatangPro ขนลูกค้าจาก Bx กันไปเต็มๆ ทุกคนต้องย้ายบ้านหลังใหม่ทั้งที่ยังอาลัยอาวรณ์แบบมึนๆ (ว่าปิดทำไม๊) แม้ช่วงแรกจะขลุกขลักอยู่บ้างในการรองรับลูกค้าที่ไหลทะลักมาจาก Bx แบบไม่คาดคิดแต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้   

จากสถานการณ์นี้เองคือจุดเริ่มต้นของความคึกคักในคอมมูนิตี้ของ Bitkub กับ SatangPro ที่มีสีสันขึ้นมาถนัดตา ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์เลยด้วยซ้ำ ด้วยสมาชิกในห้องแชททั้ง Telegram และใน Line Open Chat ไหลมาแบบเทน้ำเทท่า โดยเฉพาะราย Bitkub นี่เค้าเคลมว่าคนแห่มาเปิดพอร์ตวันละ 1 สนามฟุตบอลเลยทีเดียว

และจุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกอย่าง คือ คนในวงการได้เห็นปรากฎการณ์ที่ CEO หนุ่มไฟแรงของทั้งสองกระดานเทรด ลงมือเปิดศึกออกรบเอง แบบดุเดือดผ่านโลกโซเชียลแบบเรียลไทม์ หมัดต่อหมัด! ฝั่ง Satang ยืนหนึ่งจริงๆ โดย “หนึ่ง ปรมินทร์” ฝั่ง Bitkub มีตัวยืนหลายคนหน่อยทั้ง “ท๊อป จิรายุส” “ต้น สกลกร” และดรีมทีมระดับจัดการทั้งหลายอีก 

จะบอกว่าช่วงนั้นมี  "มาม่า" กันถี่ๆ ยังกับละครหลังข่าว อิ อิ อิ เลดี้แซป นี่ลุ้นยังกะอยู่ข้างสังเวียน!  ตื่นเช้ามาตาโหลนี่ไม่ใช่เพราะแข่งลงทะเบียน “ชิม ช็อป ใช้” ข้ามคืนหรอกนะ แต่เพราะไปไล่อ่านแชทจนไม่ได้หลับได้นอน ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ค่อยชอบเผือกเล๊ยย แต่เลดี้ฯ ทำไปทั้งหมดนี่ก็เพราะหน้าที่...จริมๆ นะ ^^   


6.อนุมัติ ICO Portal  กลุ่มแรก


ICO Portal เป็นหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการเสนอขาย ICO ซึ่งหากเทียบกับฝั่งของตลาดหุ้น จะทำหน้าที่คล้ายกับเป็น FA บวกกับ Underwriter  ปรากฎว่าก็รอกันจนตลาด ICO วายแร้ววว แต่ ICO Portal ในไทยรายแรกก็ยังไม่อนุมัติเสียที บริษัทที่อยากออกเหรียญก็หนีไปออกในต่างประเทศแทน 

กว่าที่ ICO Portal ทั้ง 3 รายจะได้รับอนุญาตให้เริ่มเปิดบริการแก่ลูกค้าได้จริง ก็ปาเข้าไปไตรมาสสุดท้ายของปีแล้วจ้ะพี่จ๋าเพิ่งจะอนุมัติเมื่อเดือน ต.ค.นี่เอง 

สำหรับ 3 บริษัทที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. คือ 1.บริษัท ลองรูท (ประเทศไทย) จำกัด 2.บริษัท ที-บ็อกซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด  และ 3.บริษัท เอสอี ดิจิทัล จำกัด

อดคิดไม่ได้ว่า ICO ตัวแรกที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะรอดรึไม่! เพราะความนิยมใน ICO ตอนนี้แทบจะไม่หลงเหลือแล้ว แม้จะเป็นการระดมทุน ICO ที่เป็นรูปแบบโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน(investment token) ซึ่งจะมีการกำหนดสิทธิ ในการร่วมลงทุนเช่น สิทธิในส่วนแบ่งรายได้ ผลกำไรจากการลงทุนก็ตาม 

แต่ก็ต้องลุ้นอีกแหละ..หากบริษัทไหนออกโทเคนตัวแรกประสบความสำเร็จ ก็อาจจะจุดกระแสความนิยมของตลาดการระดมทุนในฝั่งสินทรัพย์ดิจิทัลให้ฟื้นกลับมาได้


7.อนุมัติ บิทาซซ่า เป็น Broker สินทรัพย์ดิจิทัลรายที่สอง

 

ในที่สุด ก็มีข่าวดีก่อนสิ้นปีสำหรับวงการสินทรัพย์ดิจิทัล โดย ก.ล.ต.เปิดไฟเขียวให้กับโบรกเกอร์สินทรัพย์ดิจิทัล "บิทาซซ่า" เริ่มประกอบธุรกิจได้เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 

จริงๆ บิทาซซ่า ได้ใบอนุญาต Broker ไปตั้งแต่ราวๆ เดือน กรกฎาคม ปีนี้แล้ว แต่ว่าตามกฎเกณฑ์จะต้องให้ ก.ล.ต. มาตรวจความพร้อมของระบบก่อน จนกว่าจะมั่นใจว่าระบบดีจริงๆ ปลอดภัยจริงๆ ก.ล.ต.ถึงจะยอมให้ประกอบธุรกิจได้ ทำให้ล่าช้าออกมาจนเกือบจะสิ้นปีนั่นเอง 

แล้ว “บิทาซซ่า” เค้าต่างจาก Exchange อื่นๆ ยังไง? อย่างในไทยจะมี Bitkub กับ SatangPro สรุปก็คือ บิทาซซ่า เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเหมือนกันก็จริงแต่ความต่างอยู่ที่ Broker จะสามารถส่งคำสั่งซื้อขายของลูกค้าไปยังกระดานเทรดต่างๆ ทั่วโลกได้ แต่ถ้าเป็น Exchange จะสามารถจับคู่ซื้อขายได้เฉพาะภายในระบบของตัวเอง  

เลดี้ฯ คิดว่า “บิทาซซ่า” น่าจะเป็นผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลอีกราย ที่เข้ามาสร้างความคึกคักให้กับตลาดคริปโตได้ไม่น้อยในปี2563 ที่กำลังจะมาถึงนี้

 

8.ลุ้น! บริษัทหั่วปี้ (ประเทศไทย) และ บริษัท บิเธิร์บ ลุย Exchange 

 

ตอนนี้เหลือที่ต้องลุ้นอีก 2 Exchange ที่กระทรวงการคลังอนุมัติใบอนุญาตไปตั้งนานหลายเดือนแล้วแต่ยังไม่ได้เปิดให้บริการเสียที นั่นคือ บริษัทหั่วปี้ 
(ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท บิเธิร์บ จำกัด  สาเหตุที่ยังไม่เปิดให้บริการเพราะต้องรอ ก.ล.ต. เข้าตรวจความพร้อมของระบบ ซึ่งตามเกณฑ์คือ 180 วันหลังได้ใบอนุญาต เมื่อระบบผ่านแล้วจึงจะสามารถเปิดให้บริการได้ 

แต่ล่าสุด เลดี้ฯ ขอตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะต้องยืดไปอีก 180 วันหรือไม่? เพราะนับตั้งแต่ที่คลังอนุมัติใบอนุญาตไปราวเดือน ก.ค.2562 มันน่าจะใกล้ครบ 180 วันแล้ว ดังนั้น 2 รายนี้อย่างช้าไม่ควรเกินปลาย ธ.ค.2562 หรือภายในเดือน ม.ค.ปี 2563 ควรจะต้องเห็นการรันธุรกิจแล้ว  

ล่าสุด ก.ล.ต.เตรียมจะปรับปรุงเกณฑ์การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หนึ่งในนั้นมีแนวคิดจะขยายระยะเวลาในการเริ่มประกอบธุรกิจจากเดิมคือภายใน 180 วันหลังได้ใบอนุญาต เป็นขยายเพิ่มไปได้อีก 180 วันหากเซ็ทระบบงานไม่ทันหรือด้วยเหตุอื่นที่เชื่อได้ว่าไม่มีเจตนาถ่วงเวลา  โดย ก.ล.ต.เปิดรับฟังความคิดเห็นช่วง 4 ธ.ค.-3 ม.ค.2563 

ยังไงก็ขอให้ได้เปิดดำเนินงานเร็วๆ วงการคริปโตจะได้คึกคัก โดยเฉพาะ หั่วปี้ (ไทยแลนด์) รายนี้ crypto boy ทั้งหลายเค้ารอกันอย่างใจจดใจจ่อกันเลยจ้ะ เพราะพนักงานสาวๆ ของที่นั่นสวย เฟี้ยว พริตตี้มอเตอร์โชว์นี่ยังต้องชิดซ้ายยย 

 

9. ก.ล.ต.เตรียมเพิ่มอีก 2 ประเภทธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

 
อีกไม่นานเกินรอ ก.ล.ต.เตรียมจะประกาศเพิ่มธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใหม่ 2 ประเภท ได้แก่ 

1.ธุรกิจที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล และ 2.ธุรกิจผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล 

จากเดิมซึ่งมี 3 กลุ่มธุรกิจที่ต้องขอใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง ได้แก่ 1.Exchange 2.Broker และ 3.Dealer   

การเพิ่มอีก 2 ประเภทธุรกิจ ก็จะทำให้ขอบเขตการทำมาหากินในธุรกิจนี้กว้างขึ้น และดีต่อลูกค้าที่ใช้บริการด้วย เพราะจะสามารถอุ่นใจได้ว่าธุรกิจที่เราใช้บริการนั้น อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. เพราะเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา อาชีพใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้น ก.ล.ต.จึงต้องเพิ่มประเภทธุรกิจให้ 

 

10.เซเลบวงการคริปโต 2019  “ท๊อป จิรายุส” 


จะจบแล้วๆ เรามาปิดท้ายกันด้วยข่าวบันเทิง...55++ มารู้จักกับเซเลบกัน จริงๆ ผู้มีชื่อเสียงในวงการนี้มีหลายคน แต่ถ้าลงจากเวทีบรรยายแล้วมีคนมาต่อแถวขอถ่ายรูป ชนิดที่ว่าแทบจะต้องแจกบัตรคิว เห็นจะหนีไม่พ้นหนุ่มน้อย หน้าใส สไตล์เกาหลี “ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” ยิ่งช่วงที่ Libra เฟซบุ๊กเป็นกระแสร้อนแรง จิรายุส เดินสายบรรยาย ราวกับเป็นมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก สาขาประเทศไทย และใครหลายคนเริ่มรู้จักเขาในช่วงนี้


“จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” เป็นทั้งนักพูด นักธุรกิจ ผู้มีชื่อเสียงในวงการคริปโต การันตีความนิยมในแบรนด์ “ท็อบ จิรายุส” ด้วยการได้รับเชิญไปบรรยายเรื่องบล็อกเชน คริปโตเคอร์เรนซีมามากกว่า 500 เวที ในรอบระยะเวลาแค่ไม่กี่ปี ทั้งในและต่างประเทศจากทุกภาคส่วนทั้งรัฐ และเอกชน 

หากจะให้วิเคราะห์ที่มาของกว่า 500 เวที เลดี้ฯ คิดว่านอกจากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงแล้ว อีกเหตุผลน่าจะด้วยสไตล์การพูดที่น่าฟัง ใช้เทคนิคการสร้างอารมณ์ในคู่ตรงข้าม โดยใช้ข้อมูลสถิติ,ข้อเท็จจริง สลับกับเรื่องเล่าที่เล่นกับอารมณ์ของผู้ฟัง ด้วยสื่อหลายประเภทสลับกันทั้งโควต คลิป อินโฟกราฟิก การยิงคำถามกลับฯลฯ ที่สำคัญคือเมื่อเค้าพูดถึงไอเดียหลักอะไร จะมีการเปรียบเทียบกับเรื่องราวใกล้ตัวเสมอ ทำให้คนฟังเห็นภาพได้ง่าย ใครอยากรู้จริงรึไม่ ต้องลองไปติดตามกันเองนะจ๊ะ    

ปัจจุบัน "จิรายุส" เป็นซีอีโอ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด, ปี2019 เข้ารับรางวัลนักบริหารดีเด่นแห่งปีสาขาบริหารและพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีด้านการเงิน จากมูลนิธิเพื่อสังคมไทย กระทรวงมหาดไทย , ติด Top 100 ผู้มีอิทธิพลระดับโลกวงการคริปโต-บล็อกเชน จาก LATTICE80 ….ฯลฯ 

เลดี้ฯ สวัสดีปีใหม่ 2020 ค่ะ ^_^
  
.....................................................................
บทความ By เลดี้แซป1990
เลดี้ฯ มีห้องอ่านบทความใน Telegram 
และมีห้องคุยใน LINE Open Chat 
อย่าลืมกดติดตามเลดี้ฯ ไว้… แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไปน๊า ^_^ 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh