บทความแนะนำ

รายงาน : จีนเตรียมออกดิจิทัลหยวน สกัดอิทธิพลดอลลาร์สหรัฐ!

รายงาน : จีนเตรียมออกดิจิทัลหยวน สกัดอิทธิพลดอลลาร์สหรัฐ!

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์เรื่อง "ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) เตรียมออก Central Bank Digital Currency...เล็งรับมือประเด็นอิทธิพลดอลลาร์ฯ การฟอกเงิน" 

 

* ธนาคารกลางจีนประกาศแผนการออก Central Bank Digital Currency (CBDC) ในเร็ววันนี้ โดยเงินดิจิทัลที่ว่าจะมีความแตกต่างโดยนัยสำคัญจากคริปโทเคอร์เรนซีที่ได้รับความสนใจในช่วงหลัง

 

** หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของทางการจีนในการออกเงินสกุลดิจิทัลคงหนีไม่พ้น การที่ทางการจีนต้องการจะเพิ่มบทบาทของเงินหยวนในตลาดโลก และการพยายามควบคุมกิจการที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน อย่างไรก็ตาม CBDC ไม่น่าจะกระทบประสิทธิภาพของนโยบายการเงินของจีน

 

*** CBDC มีแนวโน้มจะได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายโดยผู้บริโภคและผู้ประกอบการจีน ทำให้ในอนาคต ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจกับจีนคงต้องคำนึงถึงการเชื่อมต่อของธุรกิจตนกับ CBDC ของจีน

 

CBDC ของจีนจะเป็นจะเป็น Retail CBDC ที่ให้ประชากรจีนทั่วไปใช้แทนเงินสด และมีเงินหยวนรองรับในอัตรา 1:1 โดยมีธนาคารกลางเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายหน่วยเงินดิจิทัลให้แก่ธนาคารพาณิชย์และผู้เล่นสำคัญอื่นในระบบการเงินดิจิทัลของจีน เพื่อให้ธนาคารและผู้เล่นอื่นเหล่านั้น สามารถให้บริการฝากถอนเงินในรูปแบบเงินดิจิทัลแก่ประชาชนทั่วไปได้

 

CBDC แตกต่างจาก Bitcoin หรือ คริปโทเคอร์เรนซีรายอื่นในมิติสำคัญสองประการ ประการแรก การทำธุรกรรมด้วย CBDC น่าจะไม่ได้ใช้ Blockchain เป็นตัวรองรับทั้งหมด ประการที่สอง การบริหารอุปทานของ CBDC ไม่ได้มีการกระจายศูนย์ แต่ถูกผลิตและบริหารโดยธนาคารกลางจีนแต่โดยผู้เดียว 

     

แรงจูงใจหลัก 2 ประการในการออก CBDC คือลดอิทธิพลดอลลาร์ และควบคุมกิจการที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน

 

ประการแรก : การลดอิทธิพลของดอลลาร์สหรัฐฯ หากทางการจีนสามารถส่งเสริมให้มีการใช้ระบบ CBDC อย่างแพร่หลายภายในประเทศ รวมถึงโดยผู้ประกอบการจีนด้วย นี้ก็จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการให้ผู้ประกอบการต่างชาติเปิดให้บริการทำธุรกรรมผ่าน CBDC ซึ่งจะทำให้เงินหยวนถูกใช้อย่างแพร่หลายขึ้นทั่วโลก

 

ปัจจัยเร่งที่ทำให้จีนเตรียมออกใช้ CBDC คือการที่ Facebook มีแผนการจะออก   คริปโทเคอร์เรนซี Libra ในต้นปี 2563 ซึ่งสกุลเงินที่จะหนุนหลัง Libra มี 5 สกุล ยกเว้นเงินหยวน ซึ่งใน 5 สกุลในคละในตะกร้าจะมีดอลลาร์ฯ ในอัตรา 50% ของสินทรัพย์ในตะกร้าทั้งหมด 

 

ประการที่สอง : การบรรเทาปัญหาการฟอกเงิน ปัจจุบัน สาธารณรัฐประชาชนจีนประสบปัญหาจากการฟอกเงินในระดับหนึ่ง มีการประเมินว่าได้มีเม็ดเงินรวมมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ถูกลักลอบนำออกจากประเทศจีนในช่วง 18 เดือนจากปี 2558 ถึง 2559 เทียบเท่ากับ 8.94% ของจีดีพีของจีนในปี 2559 ดังนั้น การใช้เงินดิจิทัลที่มีทางการเป็นผู้ดูแลแทนที่เงินสด ก็เป็นหนึ่งวิธีช่วยจัดการกับประเด็นดังกล่าว

 

แต่การที่ทางการจีนจะใช้ CBDC จำกัดช่องทางการฟอกเงินได้นั้น CBDC ต้องมีการใช้อย่างแพร่หลายแทนที่เงินสดและแอปพลิเคชันกระเป๋าตังค์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพื่อป้องกันการใช้ช่องทางโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ในการฟอกเงิน 

 

เงินดิจิทัล CBDC จากธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มจะได้รับการยอมรับสูงโดยผู้บริโภคและผู้ประกอบการจีน และถูกใช้อย่างแพร่หลาย 

 

ทางการจีนตั้งเป้าหมายให้ระบบ CBDC รองรับการทำธุรกรรมได้สูงถึง 300,000 ราย/วินาที ซึ่งหากทำได้สำเร็จจริง การที่ CBDC จะถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายก็จะสามารถทำได้โดยไม่มีประเด็นเชิงปฏิบัติ

 

สำหรับประเด็นด้านผู้ประกอบการ เมื่อเปรียบเทียบช่องทางการทำธุรกรรมระหว่างประเทศในระบบปัจจุบัน (CIPS) กับทำผ่านระบบ CBDC พบว่าระบบ CBDC มีความได้เปรียบในด้านความเร็วและต้นทุน ซึ่งจุดนี้จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการจีนพยายามเปิดช่องทางทำธุรกรรมผ่าน CBDC กับคู่ค้าต่างชาติ และช่วยส่งเสริมให้เงินเหยวนถูกใช้อย่างแพร่หลายขึ้นทั่วโลก

 

หากเป็นด้านผู้บริโภค ณ ปัจจุบัน ผู้บริโภคจีนมีความคุ้นเคยกับการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์สูงอยู่แล้ว ซึ่งเห็นได้จากสถิติว่า 64.8% ของการชำระค่าสินค้าทั้งหมดในจีน จะอยู่บนอินเตอร์เน็ต

 

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่า ธนาคารกลางจีนมีแผนจะส่งเสริมการใช้ CBDC ด้วยการให้ธนาคารหลักในประเทศสี่ราย และสองยักษ์ใหญ่ E-Commerce Alibaba และ Tencent รวมถึงยักษ์ใหญ่ธุรกิจธุรกรรมการเงินอิเล็กทรอนิส์ UnionPay แลก CBDC กับธนาคารกลางจีนอีกด้วย และให้ผู้ประกอบการเหล่านั้นกระจาย CBDC ผ่านการให้บริการถอนฝากแก่ผู้บริโภคและร้านค้าทั่วไป 

 

การที่ทางการจีนได้รับความร่วมมือจากผู้เล่นสำคัญ ที่ต่างมีฐานผู้ใช้ระบบธุรกรรมจำนวนมาก จะเพิ่มโอกาสที่ CBDC จะถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย

 

ผู้ประกอบการไทย ที่ทำธุรกิจกับจีนคงต้องคำนึงถึงการเชื่อมต่อของธุรกิจตนกับ CBDC ของจีนเพื่อรับชำระ

 

หาก CBDC ถูกใช้โดยประชากรจีนส่วนมาก หนึ่งกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบสำคัญในประเทศไทยคงหนีไม่พ้น ผู้ประกอบการที่ตั้งธุรกิจอยู่ในประเทศไทย แต่มีลูกค้านักท่องเที่ยวชาวจีน 

 

ณ ปัจจุบัน พ่อค้าแม่ค้ากลุ่มนี้หลายร้านเปิดให้บริการชำระ Alipay อยู่แล้ว และในอนาคตร้านเหล่านี้อาจต้องเปิดให้บริการชำระด้วย CBDC ผ่าน Mobile Wallet อื่นๆ เช่นกัน ผู้ประกอบการที่ค้าขายกับประเทศจีนอาจจะต้องเชื่อมต่อระบบของตนเข้ากับ CBDC เพื่อที่จะให้ไม่เสียเปรียบคู่แข่งด้านต้นทุนและความเร็วในการทำธุรกรรม 

 

ผู้ประกอบการไทยหรือผู้มีธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงควรศึกษาและเตรียมพร้อมรับมือและรองรับให้ดี เพราะแนวโน้มเงินสกุลดิจิทัลของจีน จะได้รับการยอมรับและถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย 

 

CBDC ไม่น่าจะมีผลกระทบประสิทธิภาพของนโยบายทางการเงินของประเทศจีน 

 

เนื่องจากธนาคารกลางจีนมีแผนการจะให้ CBDC ถูกใช้แทนที่ฐานเงิน หรือ M0 เท่านั้น ซึ่งนิยามของเงินกลุ่มนี้ จำกัดอยู่เพียงเงินที่อยู่ในมือ/กระเป๋าผู้บริโภค ทำให้ตราบได้ที่เงินที่ประชากรนำไปใช้จ่ายไม่ได้เพิ่มขึ้น CBDC ก็จะมีอุปทานคงที่ ทำให้ตัว CBDC เองไม่มีผลกระทบต่อปริมาณเงินในระบบ 

 

หรืออีกนัยหนึ่งคือสามารถกล่าวได้ว่า การเริ่มใช้ CBDC จะเกิดขึ้นได้ โดยไม่ได้มีผลกระทบกับประสิทธิภาพของนโยบายทางการเงินของธนาคารจีนอย่างมีนัยสำคัญ

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh