บทความแนะนำ

อสังหาฯไทย จับมือพันธมิตรชาติไหนบ้าง

อสังหาฯไทย จับมือพันธมิตรชาติไหนบ้าง

     ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย เดินหน้าปรับตัวเพิ่มศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหาพันธมิตรจากต่างประเทศ ทั้งโครงการที่อยู่อาศัย และ โครงการ Mixed Use พบกลุ่มทุนจากญี่ปุ่นเข้ามาร่วมมากที่สุดมูลค่าเกือบ 4 แสนล้านบาท          

***บจ.อสังหาฯไทยร่วมทุนต่างชาติ 4.51 แสนล้านบาท 
    กลุ่มพันธมิตรจากญี่ปุ่นคือผู้ประกอบการอันดับที่ 1 ที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในไทยเลือกร่วมทุนมากที่สุดโดยมีมูลค่ารวมถึง 3.96 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการร่วมทุนพัฒนาทั้งโครงการคอนโดมิเนียมในทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้าและโครงการคอนโดมิเนียมแบบไฮเอนด์ และรวมทั้งการขยายไปยังธุรกิจอื่นอย่างโรงแรม,เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์,พัฒนาโครงการรูปแบบ Mixed Useและโครงการสำหรับผู้สุงอายุ(Wellness Residence) เป็นต้น อันดับรองมาคือจีน,ฮ่องกงและสิงคโปร์ ตามลำดับ

***ร่วมทุนพันธมิตรขยายกิ่ง ก้าน ใบ 
    หลังจากร่วมทุนพันธมิตรพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยจนประสบความสำเร็จทั้งการตอบรับจากผู้บริโภคและการเติบโตของผลประกอบการ ก็ได้มีผู้ประกอบการไทยบางรายสานความสัมพันธ์กับพันธมิตรอย่างการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ อย่างบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ที่ได้ร่วมมือกับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด ลงทุนในธุรกิจโรงแรมเพิ่มเติม ภายใต้แบรนด์ STAYBRIDGE SUITE THONGLOR และORIGIN 24 ,บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANANA ที่ร่วมทุนกับบริษัท มิตซุย ฟูโดซัง จำกัด ที่ได้พัฒนาเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ร่วมกันแล้ว 6 โครงการ และล่าสุดก็ได้มีบริษัทรายใหญ่อย่างบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)ได้ร่วมทุนกับ"โตคิว คอร์ปอเรชั่น"ของญี่ปุ่น และ"โรงพยาบาลสมิติเวช"ทำโครงการ   Wellness Residence  มูลค่าลงทุนถึง 2.4 พันล้านบาท

*** ขนโมเดลธุรกิจ และ Know-how บุกอสังหาฯไทย 
    บริษัท ซูมิโตโม ฟอเรสทรี จำกัด ได้นำวัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและตกแต่งอาคารตามมาตรฐานญี่ปุ่น เข้ารวมทุนกับบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF และบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) หรือ GRAND พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่โดยมีสูงถึงมูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท เช่นเดียวกันกับบริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ได้ร่วมทุนกับบริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)หรือPREB โดยนำนวัตกรรมกลับคานเป็นพื้นและพื้นเป็นคาน(รูเนะสุ)เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าใหม่อย่างกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น ซึ่งได้มีแผนพัฒนาร่วมกัน 5 โครงการ มูลค่า 5.2 พันล้านบาท

     จากการร่วมทุนกับต่างชาติทำให้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไทยมีความแข็งแกร่งมากขึ้นในหลายด้าน ทั้งการพัฒนาศักยภาพเทคโนโลยี และดีไซน์รูปแบบใหม่ให้มีความหลากหลาย หรือการเติบโตของธุรกิจจากการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ จึงทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไทยเป็นที่สนใจไม่น้อย ทั้งจากทุนต่างชาติและไทยด้วยกันเอง สะท้อนจากผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องและผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม โรงพยาบาล และกลุ่มอื่นๆ เข้ามาลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามความสามารถการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะมีทิศทางเป็นเช่นไร จากปัจจัยรุมเร้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ประกอบไปด้วยออกมาตรการ LTV-loan to valueของธนาคารแห่งประเทศไทยและสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่กดดันกำลังซื้อทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh